Posts Tagged ‘’

ไมโครซอฟท์เตรียมเปิดร้านค้าปลีกแบบแอปเปิล

Wednesday, February 18th, 2009

       อดีตผู้บริหารวอล-มาร์ท (Wal-Mart) ร้านค้าปลีกชื่อดังสัญชาติอเมริกันเตรียมลุยงานช้างกับไมโครซอฟท์ เป้าหมายคือการทำให้ไมโครซอฟท์สามารถเปิดร้านค้าปลีกผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ทั้งที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์พีซีและเกม ในลักษณะเดียวกับร้านแอปเปิลสโตรซึ่งแอปเปิลเริ่มต้นไปตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว
      
       รายงานจากเอเอฟพีระบุว่า งานแรกที่เดวิด พอร์เตอร์ (David Porter) ซึ่งอยู่ใต้ชายคาวอล-มาร์ทมานานถึง 25 ปี จะต้องรับผิดชอบคือการกำหนดยุทธศาสตร์สถานที่ตั้ง การออกแบบ และการกำหนดช่วงเวลาเปิดร้านค้าปลีกของ”ไมโครซอฟท์สโตร” ร้านค้าปลีกที่จะยกระดับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์แก่ผู้บริโภคในอนาคต
      
       สิ่งที่ไมโครซอฟท์กำลังจะทำนั้นถูกนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างแอปเปิลอย่างเสียไม่ได้ เพราะที่ผ่านมา ร้านค้าปลีกแอปเปิลสโตรนั้นสามารถทำรายได้และกำไรจำนวนมากให้แอปเปิลมาตลอดระยะเวลาเปิดร้านตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจหากไมโครซอฟท์จะต้องการเปิดร้านค้าปลีกลักษณะเดียวกัน จุดนี้พอร์เตอร์ระบุว่า ไมโครซอฟท์เล็งเห็นโอกาสเติบโตในธุรกิจจากร้านค้าปลีกเหล่านี้
      
       “(การเปิดร้านค้าปลีก) มีโอกาสมากมายที่จะทำให้ไมโครซอฟท์สามารถสร้างประสบการณ์จับจ่ายที่ดีเยี่ยมระดับโลกแก่ลูกค้า” พอร์เตอร์ระบุ โดยบอกว่ารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ช่วยเหลือให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลเพื่อการตัดสินใจซื้อสินค้าเกี่ยวกับซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์พีซีมากขึ้น ซึ่งไมโครซอฟท์มีแผนจะแบ่งปันข้อมูลที่รวบรวมได้จากร้านค้าปลีก เพื่อส่งให้กับพันธมิตร OEM ของไมโครซอฟท์ด้วย
      
       รายงานระบุว่า พอร์เตอร์นั้นมีประสบการณ์ด้านงานปฏิบัติการ การวางแผนการขาย และงานเทคโนโลยีสารสนเทศในวอล-มาร์ท หลังจากอยู่กับวอล-มาร์ทมานาน 25 ปี พอร์เตอร์ลาออกในปี 2007 เพื่อย้ายไปรับงานดูแลการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ของ Dreamworks Animation ในตลาดโลก ก่อนจะตกลงใจมาอยู่กับไมโครซอฟท์
      
       เอเอฟพีระบุว่า พอร์เตอร์จะรายงานผลการดำเนินงานแก่ประธานฝ่ายปฏิบัติการของไมโครซอฟท์นามเควิน เทอร์เนอร์ (Kevin Turner) ซึ่งเชื่อมั่นว่า พอร์เตอร์จะช่วยจัดการวิถีการขายคอมพิวเตอร์พีซีและซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ในร้านค้าปลีกได้อย่างเหมาะสม
      

ข่าวจาก :  ผู้จัดการออนไลน์

เนคเทค-ไมโครซอฟท์ มองไกลมุ่ง วิจัยพัฒนาซอฟต์แวร์

Wednesday, February 18th, 2009

ศูนย์เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือเนคเทค และบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือเอ็มโอยู เรื่องการร่วมวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่านงานวิจัยและพัฒนาของเนคเทค ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ เพื่อพัฒนาสู่การใช้งานที่เปิดกว้าง ข้ามแพล็ตฟอร์ม

นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค กล่าวว่า เนคเทคมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะขยายความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จากเดิมที่เป็นความร่วมมือระหว่างคลัสเตอร์ภายในเนคเทค ทั้งนี้ เพื่อให้การวิจัยและพัฒนามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการนำไปใช้พัฒนาประเทศในด้านต่างๆ โดยเริ่มต้นด้วยโครงการวิจัย 4 โครงการ ได้แก่ 1. เทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาสเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ 2.โครงการ ดิจิไทย การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการแก้ปัญหาจราจร 3.การพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการทดสอบระบบ และ4.การประยุกต์ใช้ในภาครัฐและเอกชน พร้อมขยายความร่วมมือสู่งานวิจัยอื่นๆ ในอนาคต ตอกย้ำศักยภาพการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ของประเทศไทย

ผอ.เนคเทค กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยแล้วการลงทุนทางเทคโนโลยีและการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นต้นทุนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างงาน และปัจจัยอื่นอันจะนำไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตาม การลงทุนทางเทคโนโลยีและการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาให้ประสบความสำเร็จโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้น หากมีการผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยนำความชำนาญที่มีอยู่มาเสริมกันและกัน จะก่อให้เกิดการลงทุนทางเทคโนโลยีและการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงและยั่งยืน

นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ครั้งนี้ มีการนำเทคโนโลยีไมโครซอฟท์มาช่วยพัฒนาการวิจัยถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยผลักดันการพัฒนาประเทศด้วยไอที ทั้งโครงการปัจจุบันและในอนาคตต่อไป ทั้งนี้ รายละเอียดความร่วมมือเรื่อง การร่วมวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ ระหว่างศูนย์เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (เนคเทค) และบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกจะมี 2 แนวทาง ได้แก่ เทคโนโลยีเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาสเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ และ เทคโนโลยีสำหรับสารดิจิทัลประเทศไทย หรือดิจิไทย ภายใต้แนวคิดที่จะเตรียมความพร้อมนำสังคมไทยสู่โลกดิจิทัล เพื่อเป็นการสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

ด้าน นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศ ถือเป็นพันธกิจหลักที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการต่างๆ ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยและทรัพยากรในประเทศ โดยในแง่ของเทคโนโลยีนั้น มุ่งเน้นเรื่องของความสามารถในการทำงานร่วมกันที่แตกต่าง อีกทั้ง นำจุดเด่นมาเสริมกันและกัน เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาใหม่ๆ ที่ไม่มีข้อจำกัด สำหรับความร่วมมือนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญระหว่างหน่วยงานรัฐที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัย กับความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี และนำไปสู่การพัฒนาประเทศด้วยงานวิจัยที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงต่อไป
 

ข่าวจาก :  ไทยรัฐ

ไมโครซอฟท์ เล็งเปิดร้านค้าปลีก

Saturday, February 14th, 2009

ไมโครซอฟท์ คอร์ป เตรียมเปิดร้านค้าปลีกขายสินค้าในเครือ เดินตามรอยความสำเร็จแอปเปิล คู่แข่งรายสำคัญ
 รอยเตอร์ ระบุว่า บริษัทซอฟต์แวร์เบอร์ 1 ของโลก ผู้ผลิตเครื่องเล่นวิดีโอเกมเอ็กซ์บ็อกซ์ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับร้าน ทั้งส่วนของจำนวนสาขา  เวลาที่จะเปิด หรือสินค้าที่จำหน่ายในร้าน โดยเดวิด พอร์ทเตอร์ อดีตผู้บริหารฝ่ายแอนิเมชั่นของดรีมเวิร์คส์ และลูกหม้อวอล-มาร์ต ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายร้านค้าปลีก ของไมโครซอฟท์ จะเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์ ที่ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ “วิสต้า” ได้รับการตอบรับน้อย กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากแอปเปิล ซึ่งกำลังรุกเข้ามาในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมากขึ้น พร้อมเป็นผู้นำในตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลด้วยการนำเสนอสินค้าไอพอด

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าบริษัทเทคโนโลยีผู้บริโภคหันมาเล่นบทบาทในธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น แม้ว่าจะมีความเสี่ยงหลายประการจากการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างจากธุรกิจหลักคือการผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทั้งนี้แอปเปิล เผชิญกับความเคลือบแคลงสงสัยอย่างมากเมื่อบริษัทเริ่มเปิดร้านค้าปลีกในปี 2544 แต่ 8 ปีต่อมา  แอปเปิลมีร้านสาขามากกว่า 200 แห่งทั่วโลก ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายคอมพิวเตอร์แมค ไอพอด และไอโฟน

ร้านแอปเปิล ที่ออกแบบได้ดึงดูดสายตาผู้บริโภค พร้อมพนักงานขายที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี และ “จีเนียส บาร์” ซึ่งให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค ทำให้แอปเปิลสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ทำให้สินค้าปะปนไปกับสินค้าอิเล็กทรอนิคส์อื่นๆ

นอกจากแอปเปิลแล้ว โซนี่ คอร์ป และโบส คอร์ป มีร้านค้าปลีกของบริษัทเช่นกัน

ข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ

 
 
 
 
 

ไมโครซอฟท์ เปิดตัวบริการใหม่

Tuesday, November 25th, 2008

นายเครก ลอว์-สมิธ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มธุรกิจออนไลน์ บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวบริการ วินโดวส์ไลฟ์ เวอร์ชั่นใหม่ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://download.com ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ สำหรับการปรับปรุงบริการออนไลน์ครั้งนี้ เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งในประเทศไทยในปี”50 มีจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตอยู่ที่ 13.4 ล้านราย ดังนั้น การเร่งพัฒนาบริการออนไลน์จึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ในการติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ วินโดวส์ไลฟ์เวอร์ชั่นใหม่นี้ได้รวมบริการออนไลน์ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น การแชร์รูปภาพ, อีเมล์, อินสแตน เมสเสจจิ้ง และบริการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ฟรี พร้อมกันนี้ยังมีบริการที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์อื่นๆ ได้อีกด้วย ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และวัยทำงาน ที่มีอายุระหว่าง 19-25 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 460 ล้านคนทั่วโลก และในไทยมีกว่า 9 ล้านคน โดยหลังจากที่มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยดึงการโฆษณาในรูปแบบออนไลน์ผ่านวินโดวส์ไลฟ์ให้เพิ่มสูงขึ้นด้วย

โดย : ข่าวไอที

ไมโครซอฟท์ร่วมงานคอมมาร์ท

Friday, November 21st, 2008

นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่มีผู้คน ให้ความสนใจต่อสินค้าไอทีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ งานคอมมาร์ทถือเป็นงานสำคัญงานหนึ่ง สำหรับอุตสาหกรรมไอทีของประเทศ ในส่วนของไมโครซอฟท์เอง ก็ได้พยายามนำเสนอโซลูชั่นที่หลากหลายเพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ได้ ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ในงานนี้ นอกเหนือจากเวิร์กช็อป และ การสาธิตการใช้งาน Microsoft Windows Vista and Microsoft  Office 2007  แล้ว บูธจัดแสดงของไมโครซอฟท์ยังมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อกลุ่มลูกค้าสำนักงานขนาดเล็ก และผู้ใช้งานตามบ้าน

กก.ผจก.บริษัทไมโครซอฟท์ฯ กล่าวต่อว่า เพราะไมโครซอฟท์ได้นำเสนอ เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งแบบพีซี และโน้ตบุ๊คโดยมีแบรนด์ซึ่งเป็นคู่ค้าของไมโครซอฟท์   ให้เลือกมากมายทั้ง โซนี่ เดลล์  เอเซอร์ คลาสบุ๊ค เอสวีโอเอ โตชิบา และ เอชพี ที่พร้อมใช้งานซึ่งมีการติดตั้งโปรแกรมที่เหมาะสำหรับใช้งานออฟฟิศ อย่างสมบูรณ์ โดยไมโครซอฟท์ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้เลือกสรรเทคโนโลยี ที่ตรงกับความต้องการของตน อาทิ การจัดทำโครงการ “The Right PC” หรือ “นี่แหละคอมพิวเตอร์นี้ที่ใช่” นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังสนับสนุนให้ลูกค้าที่เข้าร่วมชมงานคอมมาร์ททุกท่าน ได้เลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่ ตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้อย่างดีที่สุด
 
นางสาวปัทมา กล่าวอีกว่า ดังนั้น ไมโครซอฟท์ฯ จึงทำงานร่วมกับคู่ค้าธุรกิจผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ที่ติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office 2007 ไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม พร้อมให้บริการ ลูกค้าทุกท่านจะได้สัมผัสกับสินค้าตัวอย่างที่ติดตั้งซอฟต์แวร์แท้จากไมโครซอฟท์ ด้านผู้จัดงานคอมมาร์ทมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ในการให้ความรู้แก่ผู้จำหน่าย ถึงอันตรายของการติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ซอฟต์แวร์ปลอม และ โทษของการกระทำความผิดต่อผู้ที่ละเลยต่อข้อบังคับดังกล่าว
 
“ไมโครซอฟท์พร้อมยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ทุกชิ้น ที่จำหน่ายที่บูธของไมโครซอฟท์ได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี และ ถูกต้อง เพื่อให้เห็นถึงความพยายามของไมโครซอฟท์ที่ต้องการจะส่งเสริมให้ผู้ใช้งานได้ใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ว่าจะเป็นการใช้ซอฟต์แวร์ของผู้ใช้งานทั่วไป รวมทั้งภาคธุรกิจในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังพยายามปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้คน ให้เข้าใจถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา การจัดค่ายเยาวชนพิทักษ์ทรัพย์สินทางปัญญา” กก.ผจก.บริษัทไมโครซอฟท์ กล่าว
 
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังได้นำเสนอซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ราคาพิเศษสำหรับลูกค้าในงานคอมมาร์ทเท่านั้น โดยมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งยังสามารถซื้อแบบผ่อนชำระได้โดยคิดเป็นจำนวนเงินเพียง 200 บาทต่อวัน อีกทั้งลูกค้าในงานคอมมาร์ทยังได้รับสิทธิพิเศษ โดยจะได้รับเสื้อแจ็คเก็ตฟรี พร้อมรับสิทธิในการชิงโชค  สำหรับลูกค้าซอฟต์แวร์ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี จะได้รับสิทธิพิเศษในการผ่อนชำระ 0 % นาน 3 เดือน ส่วนลูกค้าที่ซื้อคอมพิวเตอร์พร้อมติดตั้งซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์แท้จากไมโครซอฟท์ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี จะได้รับสิทธิพิเศษในการผ่อนชำระ 0 % นาน 6 เดือน

โดย : ข่าวไอที

ไมโครซอฟท์ร่วมงานคอมมาร์ท

Friday, November 21st, 2008

นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่มีผู้คน ให้ความสนใจต่อสินค้าไอทีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ งานคอมมาร์ทถือเป็นงานสำคัญงานหนึ่ง สำหรับอุตสาหกรรมไอทีของประเทศ ในส่วนของไมโครซอฟท์เอง ก็ได้พยายามนำเสนอโซลูชั่นที่หลากหลายเพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ได้ ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ในงานนี้ นอกเหนือจากเวิร์กช็อป และ การสาธิตการใช้งาน Microsoft Windows Vista and Microsoft  Office 2007  แล้ว บูธจัดแสดงของไมโครซอฟท์ยังมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อกลุ่มลูกค้าสำนักงานขนาดเล็ก และผู้ใช้งานตามบ้าน

กก.ผจก.บริษัทไมโครซอฟท์ฯ กล่าวต่อว่า เพราะไมโครซอฟท์ได้นำเสนอ เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งแบบพีซี และโน้ตบุ๊คโดยมีแบรนด์ซึ่งเป็นคู่ค้าของไมโครซอฟท์   ให้เลือกมากมายทั้ง โซนี่ เดลล์  เอเซอร์ คลาสบุ๊ค เอสวีโอเอ โตชิบา และ เอชพี ที่พร้อมใช้งานซึ่งมีการติดตั้งโปรแกรมที่เหมาะสำหรับใช้งานออฟฟิศ อย่างสมบูรณ์ โดยไมโครซอฟท์ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้เลือกสรรเทคโนโลยี ที่ตรงกับความต้องการของตน อาทิ การจัดทำโครงการ “The Right PC” หรือ “นี่แหละคอมพิวเตอร์นี้ที่ใช่” นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังสนับสนุนให้ลูกค้าที่เข้าร่วมชมงานคอมมาร์ททุกท่าน ได้เลือกซื้อคอมพิวเตอร์ที่ ตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้อย่างดีที่สุด
 
นางสาวปัทมา กล่าวอีกว่า ดังนั้น ไมโครซอฟท์ฯ จึงทำงานร่วมกับคู่ค้าธุรกิจผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ที่ติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office 2007 ไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม พร้อมให้บริการ ลูกค้าทุกท่านจะได้สัมผัสกับสินค้าตัวอย่างที่ติดตั้งซอฟต์แวร์แท้จากไมโครซอฟท์ ด้านผู้จัดงานคอมมาร์ทมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ในการให้ความรู้แก่ผู้จำหน่าย ถึงอันตรายของการติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ซอฟต์แวร์ปลอม และ โทษของการกระทำความผิดต่อผู้ที่ละเลยต่อข้อบังคับดังกล่าว
 
“ไมโครซอฟท์พร้อมยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ทุกชิ้น ที่จำหน่ายที่บูธของไมโครซอฟท์ได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี และ ถูกต้อง เพื่อให้เห็นถึงความพยายามของไมโครซอฟท์ที่ต้องการจะส่งเสริมให้ผู้ใช้งานได้ใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ว่าจะเป็นการใช้ซอฟต์แวร์ของผู้ใช้งานทั่วไป รวมทั้งภาคธุรกิจในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังพยายามปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้คน ให้เข้าใจถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา การจัดค่ายเยาวชนพิทักษ์ทรัพย์สินทางปัญญา” กก.ผจก.บริษัทไมโครซอฟท์ กล่าว
 
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังได้นำเสนอซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ราคาพิเศษสำหรับลูกค้าในงานคอมมาร์ทเท่านั้น โดยมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งยังสามารถซื้อแบบผ่อนชำระได้โดยคิดเป็นจำนวนเงินเพียง 200 บาทต่อวัน อีกทั้งลูกค้าในงานคอมมาร์ทยังได้รับสิทธิพิเศษ โดยจะได้รับเสื้อแจ็คเก็ตฟรี พร้อมรับสิทธิในการชิงโชค  สำหรับลูกค้าซอฟต์แวร์ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี จะได้รับสิทธิพิเศษในการผ่อนชำระ 0 % นาน 3 เดือน ส่วนลูกค้าที่ซื้อคอมพิวเตอร์พร้อมติดตั้งซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์แท้จากไมโครซอฟท์ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี จะได้รับสิทธิพิเศษในการผ่อนชำระ 0 % นาน 6 เดือน

โดย  : ข่าวไอที

ไมโครซอฟท์กำไรเพิ่ม 2% บอกความนิยมเน็ตบุ๊กทำวิสต้าไม่โต

Tuesday, October 28th, 2008

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศตัวเลขกำไรไตรมาสเดือนกรกฎาคม-กันยายนกำไรเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ ผลจากลูกค้าองค์กรซื้อไลเซนส์แอปพลิเคชันสำหรับเซิร์ฟเวอร์ใหม่และแคมเปญใหม่อื่นๆ ยอมรับว่าความนิยมของเน็ตบุ๊กทำให้ตลาดของ Windows Vista ไม่เติบโตอย่างที่หวังไว้
       
       กำไรของไมโครซอฟท์ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมามีมูลค่ารวม 4.37 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 48 เซ็นต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 4.29 พันล้านเหรียญหรือ 45 เซ็นต์ต่อหุ้นที่ทำได้ในปีที่แล้ว ดีกว่าที่นักวิเคราะห์พยากรณ์ไว้ 47 เซ็นต์ต่อหุ้น
       
       ยอดขายของไมโครซอฟท์ในนั้นเพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซ็นต์เป็น 15,100 ล้านเหรียญ โดยคาดว่าไตรมาสปัจจุบันจะทำยอดขายได้ไม่ดีเท่าไตรมาสก่อนหน้า กลุ่มที่ไมโครซอฟท์เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบที่สุดคือกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กหรือ SMB ซึ่งวางแผนการลงทุนในระยะสั้นเดือนต่อเดือน
       
       ไมโครซอฟท์ให้ข้อมูลว่า รายได้จากธุรกิจซึ่งทำสัญญาข้ามปีนั้นเพิ่มขึ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รายได้จากธุรกิจซอฟต์แวร์สำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์เพิ่มผลิตผลองค์กรของไมโครซอฟท์เติบโตขึ้น โดยกำไรในส่วนธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์เป็น 1.2 พันล้านเหรียญ
       
       กำไรในส่วนผลิตภัณฑ์ Office นั้นเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 3.3 พันล้านเหรียญ ขณะที่ระบบปฏิบัติการ Windows กลับลดลง 4 เปอร์เซ็นต์เหลือ 3.3 พันล้านเหรียญเช่นกัน จุดนี้ไมโครซอฟท์ระบุว่าเป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น
       
       ไมโครซอฟท์ยังบอกด้วยว่ากระแสผู้บริโภคนิยมเน็ตบุ๊ก หรือโน้ตบุ๊กตัวเล็กราคาประหยัดสมคุณภาพ ทำให้ตลาดของ Windows Vista ไม่เติบโตอย่างที่ไมโครซอฟท์หวังไว้ เนื่องจากเงื่อนไขด้านราคาและประสิทธิภาพเครื่องที่ไม่แรงพอสำหรับ Vista โดยรายได้จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีอย่าง Dell และ Hewlett-Packard นั้นลดลง 1 เปอร์เซ็นต์ เพราะบริษัทเหล่านี้ซื้อไลเซนส์จากไมโครซอฟท์ในสัดส่วนที่น้อยลง จุดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่า ไมโครซอฟท์จะต้องออกมาลดราคา Vista ลงในอนาคตเพื่อเอาใจผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซี
       
       ธุรกิจออนไลน์ของไมโครซอฟท์นั้นขาดทุนมากที่สุด 480 ล้านเหรียญ จากปีที่แล้วที่ขาดทุนไป 270 ล้านเหรียญ เหตุเพราะไมโครซอฟท์ทุ่มเงินลงทุนไปกับธุรกิจนี้มาก อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจโฆษณาออนไลน์ในไตรมาสนี้ของไมโครซอฟท์นั้นดีขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไมโครซอฟท์คุยว่ามีรายได้จากธุรกิจนี้มากกว่ายาฮูแล้วในขณะนี้
       
       ไตรมาสเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ไมโครซอฟท์คาดว่าจะทำกำไร 51-53 เซ็นต์ต่อหุ้น บนยอดขาย 17,300-17,800 ล้านเหรียญ ต่ำกว่านักวิเคราะห์ที่คาดว่าไมโครซอฟท์จะทำได้ 55 เซ็นต์ต่อหุ้น ยอดขายรวม 18,000 ล้านเหรียญ

โดย : ข่าวไอที

จีนโวยไมโครซอฟท์ล้ำสิทธิส่วนตัว

Tuesday, October 28th, 2008

จีนออกอาการ’รมณ์เสีย หลังยักษ์ซอฟต์แวร์เดินเครื่องปราบซอฟต์แวร์ผี งัดกลยุทธ์ก่อกวนเครื่อง-จอดำ กระตุ้นใช้งานของจริง

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า ไมโครซอฟท์ กำลังดำเนินการตามกลยุทธ์ปราบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการส่งโปรแกรมอัพเดทไปยังผู้ใช้คอมพิวเตอร์นับล้านเครื่อง ซึ่งจะมีผลให้หน้าจอเครื่องดำ และก่อกวนผู้ใช้ให้หันมาใช้โปรแกรมวินโดว์สถูกกฎหมาย

ทั้งนี้ แม้จะไม่ได้ขัดขวางการใช้งานเครื่อง แต่โปรแกรมดังกล่าวก็กวนประสาทผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในจีน โดยจะเข้าไปเปลี่ยนหน้าจอที่มีการใช้งานอยู่ให้เป็นสีดำทุกๆ ชั่วโมง

แผนดังกล่าว เป็นความพยายามส่วนหนึ่งของผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่ ในการปราบปรามซอฟต์แวร์เถื่อนทั่วโลก โดยจะส่งโปรแกรมอัพเดทอัตโนมัติไปยังผู้ใช้ระบบปฏิบัติการเอ็กซ์พี ที่เลือกออปชั่นรับซอฟต์แวร์อัพเดทผ่านเวบไซต์

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ ยังใช้แผนกระตุ้นผ่านโปรโมชั่นเป็นครั้งคราวในจีน โดยเดือนนี้ (ต.ค.) บริษัทได้จัดโปรโมชั่นลดค่าไลเซ่นโปรแกรมออฟฟิศ สำหรับนักเรียนและการใช้งานในบ้านจาก 102 ดอลลาร์ เหลือต่ำกว่า 30 ดอลลาร์

ไมโครซอฟท์ เผยว่า บริษัทเริ่มใช้กลยุทธ์จอดำตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเตือนผู้ใช้โปรแกรมเอ็กซ์พีทุกราย ให้รับรู้ถึงความจริงจังของบริษัท

อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มส่งโปรแกรมอัพเดทให้กับผู้ใช้ทั่วจีนในสัปดาห์นี้ ก็มีเสียงติติงเกิดขึ้น โดยบล็อกเกอร์รายหนึ่ง ส่งจดหมายไปยังไมโครซอฟท์มีใจความระบุว่า “เราไม่ได้คัดค้านนโยบายดังกล่าว แต่ก็ขอต่อต้านการกระทำของบริษัท ที่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของผู้ใช้เลย”

ทั้งนี้ ประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดที่มียอดขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล อันดับ 2 ของโลก ได้รับความสนใจจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะหลังงบลงทุนไอทีปรับลดลงจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยไมโครซอฟท์ระบุว่า จีน บราซิล รัสเซีย และอินเดีย มีรายได้เติบโตสะสมทั้งปี 54% สูงกว่ารายได้รวมทั่วโลกที่ขยายตัวเพียง 18%

โดย : ข่าวไอที

ไมโครซอฟท์ผุดศูนย์วิจัยที่เกาหลีใต้

Monday, September 29th, 2008

เกาหลีใต้ - เอเอฟพีรายงานว่า ไมโครซอฟท์ บริษัทซอฟต์แวร์จากสหรัฐอเมริกา จะเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาที่เกาหลีใต้ โดยร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ (เคเอไอเอสที) ซึ่งจะมีการร่วมลงนามระหว่างกันในเดือนหน้า โดยคาดว่าไมโครซอฟท์จะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนและการบริหารจัดการขณะที่ เคเอไอเอสที จะสนับสนุนทีมงาน ทั้งนี้ในเดือนพฤษภาคมนายบิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ได้เดินทางไปเกาหลีใต้และให้สัญญาว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า จะลงทุน 147 ล้านดอลลาร์ในเกาหลีใต้

โดย : ข่าวไอที

IE8 มีการทดสอบ รอบ 2 ไมโครซอฟท์ตัดทางหากินโฆษณาออนไลน์

Saturday, August 30th, 2008

        Internet Explorer 8 Beta 2 ได้ฤกษ์เปิดให้ผู้ใช้ทดสอบอย่างเป็นทางการ จุดเด่นของโปรแกรมเว็บบราวเซอร์รุ่นต่อไปของไมโครซอฟท์ (Microsoft) คือการให้ผู้ใช้ท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ถูกติดตามเช่นเดียวกับบราวเซอร์คู่แข่งอย่าง Firefox ของมูลนิธิมอซิลลา (Mozilla) แต่จุดต่างสำคัญคือการเพิ่มความสามารถในการบล็อกโปรแกรมดูดข้อมูลส่วนตัว สิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าวงการโฆษณาออนไลน์กำลังถูกตัดหนทางทำกิน เพราะนักการตลาดจะไม่สามารถติดตามพฤติกรรมผู้ใช้ได้อย่างใจต้องการเช่นเดิม     
       ที่ผ่านมา บริษัทขายโฆษณาออนไลน์รวมถึงไมโครซอฟท์เอง ล้วนใช้ประโยชน์จากไฟล์ข้อมูลเล็กๆซึ่งเว็บไซต์ส่วนใหญ่แอบส่งมาติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เข้าใช้งานเว็บไซต์ในแต่ละครั้ง เช่น เท็มป์ไฟล์ (temporary Internet file) คุ้กกี้ (cookie) ข้อมูลรหัสผ่าน และข้อมูลอื่นๆเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานเว็บครั้งต่อไป เมื่อไฟล์เหล่านี้คือข้อมูลชั้นดีที่สามารถบอกถึงพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องดังกล่าว โปรแกรมสำหรับดูดข้อมูลส่วนตัวในเครื่องจึงถูกสร้างขึ้นโดยแนบไว้กับเว็บไซต์ที่รับลงโฆษณาออนไลน์เพื่อตามรอยผู้ใช้ ข้อมูลที่ได้มาสามารถเป็นเครื่องมือชั้นดีในการวิเคราะห์ว่า ควรจะนำเสนอโฆษณาชิ้นใดกับผู้ใช้รายใดเพื่อให้การโฆษณาได้รับประสิทธิภาพสูงสุด    
       แน่นอนว่าผู้ใช้จำนวนมากรู้สึกไม่ยุติธรรม เท็มป์ไฟล์และคุ้กกี้ที่ถูกติดตั้งในเครื่องโดยไม่เต็มใจเป็นต้นเหตุทำให้เครื่องทำงานช้าลง ขณะเดียวกันการถูกโปรแกรมดูดข้อมูลในเครื่องก็เป็นการทำลายความเป็นส่วนตัวแบบชัดเจน ไมโครซอฟท์จึงชูคุณสมบัติการท่องอินเทอร์เน็ตแบบรักษาความเป็นส่วนตัวใน IE8 โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการในขณะนี้ว่า InPrivate 
       InPrivate ประกอบด้วยคุณสมบัติ 4 ส่วน หนึ่งคือ InPrivate Browsing ผู้ใช้สามารถเปิดการทำงานส่วนนี้เพื่อไม่ให้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลคุกกี้ เท็มป์ไฟล์ หรือประวัติการใช้งานใดๆ สองคือ InPrivate Blocking สำหรับปิดการทำงานโปรแกรมดูดข้อมูลส่วนตัวซึ่งแฝงตัวอยู่ในเว็บไซต์ต่างๆ สามคือ InPrivate Subscriptions สำหรับใช้งานร่วมกับ InPrivate Blocking ช่วยในการวิเคราะห์แทนผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาปิดกั้นโปรแกรมดูดข้อมูลส่วนตัวในเว็บไซต์ทีละแห่ง และสี่คือ Delete Browsing History สำหรับลบข้อมูลใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครื่อง   
       Delete Browsing History ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีลักษณะการทำงานคล้ายเมนู Clear Private Data ของไฟร์ฟ็อกซ์ ซึ่งในขณะนี้ ทั้งบราวเซอร์ไมโครซอฟท์เวอร์ชันปัจจุบัน Internet Explorer 7 และบราวเซอร์รุ่นล่าสุดของมอซิลลา Firefox 3 ล้วนมีคุณสมบัติดักจับคุ้กกี้ และเปิดให้ผู้ใช้เลือกลบข้อมูลใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในการท่องเน็ตแล้ว แต่ยังไม่มีใครมีคุณสมบัติบล็อคโปรแกรมดูดข้อมูลส่วนตัวแบบที่ IE8 มี     
       ที่สำคัญ InPrivate Blocking ใน IE8 สามารถบล็อคโปรแกรมดูดข้อมูลส่วนตัวได้แม้จะแฝงมาในรูปของโฆษณา (ไม่เว้นแม้แต่โฆษณาของไมโครซอฟท์เอง) และในรูปของเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่นๆ เช่น ในเว็บไซต์ที่ดึงข้อมูลข่าวมาจากเว็บหลายแห่ง และดึงข้อมูลพยากรณ์อากาศมาจากเว็บอีกแห่ง หากมีเว็บใดเว็บหนึ่งแฝงโปรแกรมดูดข้อมูลส่วนตัว ผู้ใช้จะสามารถเข้าเว็บได้แต่จะไม่เห็นเฉพาะคอนเทนท์หรือเนื้อหาของเว็บที่แฝงโปรแกรมดูดข้อมูลส่วนตัวไว้     
       จุดนี้ไมโครซอฟท์ให้สัมภาษณ์แบบใจกว้างว่า ผู้บริโภคต้องการความโปร่งใส และความมั่นใจจากเว็บไซต์ที่เข้าใช้งาน แม้จะเข้าใจดีว่าข้อมูลมีประโยชน์ที่ฟรีจะต้องมาพร้อมกับโฆษณา IE8 จึงต้องการช่วยให้การแลกเปลี่ยนระหว่างเว็บไซต์และผู้บริโภคมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่ถูกต้องของโลกออนไลน์     
       แต่นักการตลาดออนไลน์ไม่เห็นเช่นนั้น Mike Zaneis รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะของสมาคม Internet Advertising Bureau ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้เผยแพร่เว็บไซต์แสดงความวิตกว่า หากผู้ใช้ IE8 เปิดใช้ฟีเจอร์ InPrivate Blocking ในวงกว้าง เว็บไซต์ที่ประกอบธุรกิจโฆษณาออนไลน์รายเล็กย่อมอยู่ไม่ได้ และแม้จะยังไม่ได้ผลกระทบใดจากฟีเจอร์บล็อคโฆษณาออนไลน์ใน Firefox แต่เชื่อว่าอุตสาหกรรมโฆษณาออนไลน์จะได้รับผลกระทบแน่นอนจาก IE ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่กว่ามาก

ที่มาจาก :  www.manager.co.th