Posts Tagged ‘’

โน้ตบุ๊คน้ำหอมอัสซุสกลิ่นโดนใจ

Friday, February 27th, 2009

 บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศแนะนำ “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลก มีให้เลือก 4 สี 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นฟลอรัล บลอสซัม (Floral Blossom) ความหอมจากดอกไม้ ตัวเครื่องสีชมพูหวานสดใส กลิ่นมัสกี้ แบลค (Musky Black) แนวสปอร์ต เปี่ยมพลัง พร้อมตัวเครื่องสีดำแวววาว กลิ่นมอร์นิ่ง ดิว (Morning Dew) เพิ่มความสดชื่นแบบธรรมชาติ ตัวเครื่องสีเขียวพาสเทล กลิ่นอควอ โอเชี่ยน (Aqua Ocean) เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า พร้อมตัวเครื่องสีฟ้าสดใส

รายงานข่าวแจ้งว่า อัสซุส “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลก มาพร้อมกับพลังการประมวลผลของอินเทล Centrino2 Processors P8600 2.4 GHz หน่วยความจำ 3GB ฮาร์ดดิสก์ 250 GB ให้ความรวดเร็วในการทำงาน เล่นเกม เนื่องจากใช้กราฟฟิคการ์ด ATI Radeon HD3470 และงานแสดงด้านกราฟฟิค ระบบปฏิบัติการ Genuine Windows Vista Home Premium ของแท้ติดมากับเครื่อง ขนาดขนาดกะทัดรัด หน้าจอ 13.3 นิ้ว นำหนักเพียง 1.98 กิโลกรัม พกพาได้สะดวก

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนี้ยังสามารถใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆ และผู้ร่วมงานผ่านกล้องเว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) เทคโนโลยีเพิ่มความคมชัดของภาพ (Splendid) และเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ (Power 4 Gear) อีกทั้งรองรับการเชื่อมต่อทั้งบลูทูธ และไวร์เลสแลน พบกับอัสซุส “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลกได้ ตามร้านตัวแทนจำหน่ายอัสซุสทั่วไป ในราคา 42,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 

ข่าวจาก :  ไทยรัฐ

ฟูจิตสึ เปิดตัว Lifebook เปี่ยมด้วยสมรรถนะและดีไซน์

Thursday, February 19th, 2009

Fujitsu LifeBook T2020 มาพร้อมความเบาและความบาง น้ำหนักเพียง 1.62 กิโลกรัม พกพาสะดวก พลังประมวลผลจาก Intel Core 2 Duo SU9300 1.2GHz และ WiFi 5300AGN (3×3)
จุดเด่นอยู่ที่ออกแบบตัวล็อกสำหรับยึดจอทัชสกรีนไว้กับฐาน ช่วยให้ใช้งานหน้าจอในแนวตั้งได้ เสาอากาศที่ดึงออกมาได้ และสามารถปรับเปลี่ยนมุมได้ถึง 180 องศา ด้วยแบตเตอรี่แบบ 9 เซลทำงานต่อเนื่องได้ถึง 11 ชั่วโมง และสามารถติดต่อสื่อสารด้วยเทคโนโลยี 3.5จี ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง โดยมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยชั้นยอด ไม่ว่าจะเป็นระบบไบออสล็อก, ฮาร์ดดิสก์ล็อกผ่านรหัส 2 ชั้น, ล็อกตัวเครื่อง (ไลฟ์บุ๊ก ล็อก), ระบบป้องกันการโจรกรรม และยังเพิ่มทางเลือกด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ เพื่อให้เจ้าของเครื่องที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าแล้วเข้าถึงการใช้งานอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางหรือนักศึกษาวางจำหน่ายในราคา 69,900 Baht (VAT Exc.)

Fujitsu LifeBook T2020

Wednesday, February 4th, 2009

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็มส์ บิสซิเนส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว “Fujitsu  LifeBook T2020” เป็นผู้นำของโน้ตบุ๊ค ที่มาพร้อมความเบาและความบาง สำหรับคอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนเป็นแท็บเล็ตพีซีได้     มีน้ำหนักเพียง 1.62 กิโลกรัม และการออกแบบที่สามารถพกพาได้สะดวก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยสุดยอดสมรรถนะ และประสิทธิภาพเหนือชั้นจากพลังประมวลผลของอินเทล คอร์ทู ดูโอ  SU9300 (1.2GHz, 800MHz, 3MB L2 Cache), โมบาย อินเทล เอ็กซเพรส ชิป GS45 +ICH9M และอินเทล ไวไฟ ลิ้งค์ 5300AGN (3×3) สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย เครื่องรุ่นนี้มีคุณสมบัติโดดเด่น ทั้งฟีเจอร์ที่รองรับได้ทุกความต้องการ และการออกแบบโดยอิงกับผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เช่น ตัวล็อกสำหรับยึดจอทัชสกรีนไว้กับฐาน ที่ช่วยให้ใช้งานหน้าจอในแนวตั้งได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ฟูจิตสึ สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีพร้อมทั้งในเรื่องของสไตล์

รายงานข่าวแจ้งว่า โน้ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวยังมีเสาอากาศที่ดึงออกมาได้ เพียงแค่เลื่อมสวิตช์ และสามารถปรับเปลี่ยนมุมได้ 180 องศา พร้อมเอาใจผู้ใช้งานด้วยระยะเวลาทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่สะดุดนานถึง 11 ชั่วโมง โดยใช้แบตเตอรี่แบบ 9 เซล ขณะเดียวกัน ก็จะไม่ขาดการติดต่อสื่อสารด้วยเทคโนโลยี 3.5จี ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง พร้อมกับไมโครโฟนดิจิทัลแบบคู่ และสำโพงสเตอริโอแบบคู่ ที่สำคัญยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยระดับสุดยอด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงข้อมูลที่เก็บไว้ในเครื่อง โดยมีทั้งระบบไบออสล็อก ระบบฮาร์ดดิสก์ล็อกผ่านรหัส 2 ชั้น

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า LifeBook T2020 มีทั้งระบบล็อกตัวเครื่อง (ไลฟ์บุ๊ก ล็อก) รองรับสมาร์ทการ์ด (Smartcard Support) ระบบป้องกันการโจรกรรม ที่สามารถล็อกตัวเองอัตโนมัติ และเพิ่มทางเลือกด้วยระบบชิปรักษาความปลอดภัย หรือ Trusted Platform Module (TPM) รวมทั้งมีระบบสแกนลายนิ้วมือ เพื่อให้เจ้าของเครื่องที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าแล้ว เข้าถึงการใช้งานอย่างรวดเร็ว เพียงรูดนิ้วมือแค่ครั้งเดียว ขณะที่ระบบตรวจจับความสั่นสะเทือน 3 มิติ ก็ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะไม่สูญหายไปไหน แม้เกิดอุบัติเหตุใดๆ กับเครื่อง เหมาะสำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ นักศึกษา แพทย์  ทั้งนี้โน้ตบุ๊ครุ่นดังกล่าววางจำหน่ายในราคา 69,900 Baht (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 263-7892 หรือ http://th.fujitsu.com/pc

 

ข่าวจาก: ไทยรัฐ

รอดูเน็ตบุ๊คใช้ Atom Dual Core

Tuesday, November 11th, 2008

ทีแรกนึกว่าเป็นแค่คลื่นระลอกเล็ก ที่ไหนได้ ไปๆ มาๆ คอมพิวเตอร์รุ่นเล็กที่เรียกว่าเน็ตบุ๊คทำท่าเป็นคลื่นสึนามิซะงั้น

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :  ขนาดการประชุม Windows Hardware Engineering Conference ที่เพิ่งปิดม่านไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (7 พ.ย.) ที่ลอสแอลเจลิส เน็ตบุ๊คกลายเป็นพระเอกเนื้อหอมของบูธไมโครซอฟท์ ถึงขนาดเอาเน็ตบุ๊คทุกเครื่องมารันด้วย Windows 7 ระบบปฏิบัติการเจเนอเรชั่นใหม่ที่กำหนดเปิดตัวในปีหน้า

 เจ้าหน้าที่ของไมโครซอฟท์ประจำบูธนายหนึ่งบอก Brook Crother บล็อกเกอร์ประจำ CNET Blog Network ว่า  Windows7 เวอร์ชั่นฉบับย่อสามารถใช้งานกับเน็ตบุ๊คที่มีหน่วยความจำ 1 กิกะไบต์ และใช้ SSD 16 กิกะไบต์ได้เลย แต่ระยะหลังผู้ผลิตเน็ตบุ๊ตหันมาวางตลาดเน็ตบุ๊ครุ่นฮาร์ดดิสก์ 160 กิกะไบต์กันหมด

 ที่น่าประหลาดใจต่อมาก็คือ เจ้าหน้าที่ของไมโครซอฟท์รายนี้ บอกว่า เน็ตบุ๊ครุ่นต่อไปจะใช้โปรเซสเซอร์อะตอม ดูอัลคอร์ของอินเทล แต่ Crother อดรนทนไม่ได้จึงขัดว่า ไม่มีทาง อะตอม ดูอัลคอร์ จะออกมาใช้กับเน็ตท็อปมากกว่า (เครื่องตั้งโต๊ะที่ใช้ซีพียูอะตอม) พนักงานไมโครซอฟท์ยืนยันว่าเป็นเน็ตบุ๊คแน่นอน และผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์มีแผนนำเน็ตบุ๊คดูอัลคอร์ลงตลาดแล้วด้วยแหละ ตัวเอง

 บล็อกเกอร์รายนี้โทรไปหาอินเทอลให้รู้แล้วรู้รอด ได้คำตอบมาว่า ในระยะเวลาอันใกล้นี้อินเทลยังไม่มีแผนส่งชิพดูอัลคอร์ให้กับผู้ผลิตเน็ตบุ๊ค แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ผลิตเน็จบุ๊คจะไม่สนใจอะตอม 330 ดูอัลคอร์

 อะตอม ดูอัลคอร์ หรือที่เรียกกันว่าอะตอม 330 เป็นชีพียูรุ่นใหม่ที่มุ่งใช้กับเน็ตท็อป ต้องการกระแสไฟฟ้า 8 วัตต์ ซึ่งกินไฟกว่าอะตอมแบบซิงเกิ้ลคอร์ แต่ 8 วัตต์ก็ยังกินไฟต่ำกว่า  Core 2 Duo  อยู่ดี

 แต่ถ้าดูจากสเปคอื่นๆ ของอะตอม 330 พบว่ามันจะมีความเร็วที่ 1.6 กิกะเฮิร์ต cache level 2 ขนาด 1 เมกะไบต์ และรองรับเมโมรีแบบ DDR2 667 MHz ฟังดูก็เหมาะกับเน็ตบุ๊คอยู่เหมือนกัน

 ส่วนแบ่งตลาดของเน็ตบุ๊คเริ่มโตวันโตคืน จากรายงานของ IDC ระบุว่า ไตรมาสสามปีนี้ อินเทลส่งมอบซีพียูอะตอมไปแล้วกว่า 5 ล้านตัว ทำให้เกิดคำถามผุดขึ้นมาในหัวว่า ตกลงเน็ตบุ๊มันสร้างตลาดใหม่ หรือมันไปกินตลาดเดิมกันแน่ อีกคำถามที่ตามมาคือ ชิพอะตอมมันไปกินส่วนแบ่งตลาดซีพียูตัวอื่นหรือเปล่า อย่างเซเลรอนของอินเทล และเซมพรอนของเอเอ็มดี

 นักวิเคราะห์จากไอดีซีมองว่า มูลค่าตลาดโดยรวมอาจเติบโตขึ้นโดยที่เน็ตบุ๊คเข้าไปเบียดส่วนแบ่งตลาดโน้ตบุ๊ค แต่ยังไม่รู้ชัดเจนว่ามันจะกินเค้กไปเท่าไร

 อ้อ สัญญาณเคลื่อนไหวอีกอย่างคือ เดลล์เตรียมวางตลาด Inspiron Mini 12 จอ 12 นิ้วใช้ซีพียูอะตอม แต่ใครก็ได้บอกหน่อยเหอะว่า มันเป็นเน็ตบุ๊ค หรือโน้ตบุ๊คกันแน่

โดย : ข่าวไอที

เอชพี พร้อมลุยตลาดเครื่องพิมพ์ออล อินวันออกต่างจังหวัด

Wednesday, October 8th, 2008

นายฐิตพล บุญประสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท และสแกนเนอร์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอชพี กล่าวว่า ปี 2551 ภาพรวมตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทจะมีการเติบโตอยู่ที่ 20-30% หรือคิดเป็นจำนวน 1.3 ล้านเครื่อง ถือว่าโตกว่าปี2550 ที่มีจำนวนอยู่ที่ 1,050,000 เครื่อง ในส่วนของตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ออลอินวัน มีการเติบโตสูงถึง 65% เนื่องจากลูกค้าสามารถจ่ายเงินได้สูงขึ้น และราคาเครื่องมีการปรับลดลงมา กว่า 30% โดยในปีนี้ราคาเริ่มต้นต่อเครื่องอยู่ที่ 2,000 บาท จากเดิมในปี 50 จะมีราคาเริ่มต้นต่อเครื่องอยู่ที่ 3,000 บาท

ผจก.ฝ่ายพัฒนาการตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท และสแกนเนอร์ บ.เอชพี กล่าวต่อว่า บริษัทฯได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ HP DeskJet F735 All-In-One ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีหมึกพิมพ์ Dual Drop ที่ให้การพิมพ์ของหมึกน้อยลง โดยหมึกพิมพ์รุ่น HP 703 มีราคาจำหน่าย 320 บาทต่อตลับ ทั้งหมึกพิมพ์ขาวดำ และหมึกพิมพ์สี อย่างไรก็ตามหมึกพิมพ์ขาวดำ 1 ตลับสามารถรองรับการได้ 600 แผ่น และพิมพ์สีได้ 250 แผ่นต่อตลับ โดยจะวางจำหน่ายเครื่องพิมพ์รุ่นดังกล่าวในราคา 3,990 บาท และจะขยายสู่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการงานพิมพ์คุณภาพที่มีต้นทุนต่ำ, กลุ่มที่ไม่ต้องการเจอปัญหาหมึกพิมพ์รั่ว และเสียจากการใช้หมึกพิมพ์ปลอม โดยแบ่งสัดส่วนกลุ่มผู้ใช้งานตามบ้านไว้ 70% และกลุ่มออฟฟิต 30%

“หมึกพิมพ์รุ่น 703 มีราคาสูงกว่าหมึกพิมพ์ปลอมแค่เท่าเดียว แต่ให้ประสิทธิการทำงานที่คุ้มค่า ซึ่งมีต้นทุนต่อแผ่นในการพิมพ์ขาวดำอยู่ที่ 51-52 สตางค์เท่านั้น และไม่ต้องกังวลในเรื่องของการประกันสินค้า เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าที่ซื้อเครื่องพิมพ์จะประสบปัญหากับราคาหมึกที่แพง เมื่อใช้หมึกหมดก็จะหันไปใช้บริการหมึกพิมพ์ปลอม ทำให้เครื่องพิมพ์ที่ซื้อมานั้นหมดการรับประกัน และพบกับปัญหามากมาย จนทำให้เครื่องเสีย และต้องซื้อเครื่งใหม่” นายฐิตพล กล่าว

ผจก.ฝ่ายพัฒนาการตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท และสแกนเนอร์ บ.เอชพี กล่าวอีกว่า บริษัทฯตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ออลอินวัน สิ้นปี51 ไว้ที่ 40% และในไตรมาส 2/2551 บริษัทฯมียอดขายเติบโตสูงถึง 75% โดยมีปัจจัยจากสินค้าของเอชพีครอบคลุมความต้องการของลูกค้า และเอชพีได้ขยายสินค้าสู่พื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น เนื่องจากบริษัทฯเห็นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการซื้อ ว่าปัจจุบันลูกค้าในพื้นที่ต่างจังหวัดมีกำลังที่จะซื้อสินค้ามากขึ้นกว่าเดิม แม้จะไม่มากเท่ากับกรุงเทพฯก็ตาม แต่ยังมีความต้องการสินค้าที่สูงอยู่

นายฐิตพล กล่าวด้วยว่า บริษัทฯมีแผนที่จะพัฒนาเครื่องพิมพ์ ที่รองรับการทำงานของไวเรท (Wireless) ให้มีราคาที่ต่ำกว่า 7,000 บาทเข้าสู่ตลาด เนื่องจากเล็งเห็นถึงทิศทางสินค้าคอมพิวเตอร์พกพา (โน้ตบุ๊ค) ในปัจจุบัน ที่มีการใส่ชิปไวเรท เพื่อรองรับการทำงานนอกสถานที่ไว้แทบจะทุกเครื่องแล้ว แต่ในส่วนของเครื่องพิมพ์ที่รองรับการทำงานของไวเรทนั้น ยังมีราคาที่สูงอยู่ถึงหลัก 10,000 บาท

โดย : ข่าวไอที

ศก.ซบ เอชพี ไม่หวั่น ส่งโน้ตบุ๊คใหม่เจาะกลุ่มไฮเอนด์

Wednesday, October 1st, 2008

นายประเสริฐ จรูญไพศาล ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอชพี กล่าวว่า เอชพีพยายามผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาดผู้บริโภคโน้ตบุ๊ค ด้วยการผสานดีไซน์ที่โดดเด่น ล้ำสมัย และมีสไตล์เข้ากับโมบายเทคโนโลยี โดยเห็นได้จากกลุ่มผู้บริโภคโน้ตบุ๊ค HP HDX 18 Premium Notebook PC รุ่นล่าสุดของเอชพี ที่มาพร้อม Imprint ลวดลาย Fluid และฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์ เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงแบบคมชัดสูง เทคโนโลยีป้องกันความเสียหายของข้อมูล เพื่อมาตรฐานใหม่โน้ตบุ๊ค ที่เอชพีสามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน
 
ผจก.ทั่วไป กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ บ.ฮิวเลตต์-แพคการ์ดฯ กล่าวต่อว่า สัดส่วนยอดขายสินค้าโน้ตบุ๊คของเอชพี แบ่งเป็นสินค้ากลุ่มไฮเอนท์ 10-15% สินค้าระดับกลาง 30% และสินค้ากลุ่มใหม่หรือระดับล่าง 50% อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ของเม็ดเงิน กลุ่มสินค้าระดับบนจะสร้างรายได้ให้บริษัทฯมากกว่าสินค้ากลุ่มอื่น โดยบริษัทฯคาดว่า ผลประกอบการในปี 51 ของบริษัทฯที่จะปิดในเดือน ต.ค.นี้ จะเติบโตขึ้น มากกว่า 2 ดิจิต เนื่องจากช่วงที่ขายดีของเอชพีจะอยู่ประมาณเดือนต.ค.-พ.ย. และเอชพีได้ออกโปรโมชันใหม่ๆและกิจกรรมทางการตลาดเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายมากกว่าปี 50 ประมาณ 10-15%
 
“สภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐที่กำลังเกิดปัญหาอยู่ในขณะนี้คาดว่าไม่น่าจะส่งผลต่อสินค้าของเอชพีในประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่หากจะส่งผลก็น่าจะส่งผลต่อจิตวิทยาการซื้อในระยะสั้นเท่านั้น แต่เชื่อว่าผู้บริโภคยังมีกำลังในการซื้อโน้ตบุ๊คระดับไฮเอนด์อยู่ โดยตั้งเป้ายอดขายโน้ตบุ๊ครุ่น HP HDX 18 ว่าจะขายได้ประมาณ 1,000 ถึง 2,000 เครื่อง” นายประเสริฐ กล่าว

โดย : ข่าวไอที

โน้ตบุ๊กเบาๆ เลอโนโว เอ็กซ์ 300

Wednesday, August 27th, 2008

บอกก่อนเลยว่าโน้ตบุ๊กเลอโนโว ธิงค์แพด เอ็กซ์ 300 ตัวนี้ แพงมาก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา ถ้าผู้อ่านยอมรับมันได้ว่า มันคุ้มกับการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณไม่ได้ซื้อเอง แต่เป็นงบบริษัท
ราคา ณ ปัจจุบัน ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มคือ 9.5 หมื่นบาท ถ้ารวมภาษีแล้วก็เหยียบแสนกว่า เรียกว่าซื้อโน้ตบุ๊กรุ่นธรรมดาได้ถึง 3 เครื่อง
  แน่นอนว่า ธิงค์แพด เอ็กซ์ 300 ไม่ได้มีไว้สำหรับนักเรียนใช้ทำรายงาน หรือแม่บ้านทำบัญชี แต่มันเหมาะสำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปนำเสนองานตามเมืองต่างๆ รวมถึงเดินทางข้ามประเทศเพื่อบุกเบิกตลาดใหม่
  โน้ตบุ๊กราคาเรือนแสนรุ่นนี้เหมาะกับพวกเขา นักธุรกิจ นักการตลาด คนอะไรเทือกนี้ และเป็นเรื่องปกติแล้วที่จะเห็นพวกเขานั่งเครื่องชั้นประหยัด (แล้วควักโน้ตบุ๊กขึ้นมาเขียนเพาเวอร์พอยต์ เตรียมนำเสนอลูกค้าบนเครื่องระหว่างที่นักท่องเที่ยวแบกเป้กำลังนอนครอกฟี้อยู่ข้างๆ
  ความคุ้มค่าของเอ็กซ์ 300 ประการแรกคือ มันคือเลอโนโว หรืออีกนัยหนึ่งมันคือ อดีตไอบีเอ็มอันเลื่องชื่อว่าเป็นโน้ตบุ๊กทรงประสิทธิภาพของนักธุรกิจ ขึ้นชื่อว่า ธิงค์แพดด้วยแล้ว มันเหมือนมีอะไรการันตีอยู่ในที ลองสังเกตดูว่า ถ้าเป็นนักธุรกิจชาติตะวันตกด้วยแล้ว ไม่มีทางเสียหรอกที่จะเห็นพวกเขาเอาโน้ตบุ๊กยี่ห้อไต้หวัน หรือเกาหลีมาเปิดใช้งาน
  จุดเด่นสำคัญของธิงค์แพด เอ็กซ์ 300 คือความบางและเบา โดยไม่ต้องฝืนแลกกับความเคยชินอื่น ไม่ว่าจะเรื่องขนาดหน้าจอ และแป้นพิมพ์ พูดถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงนึกถึงคอมพิวเตอร์ แมคบุ๊ก แอร์ ของแอปเปิ้ล ที่เน้นความบางเบาเหมือนกัน แต่สไตล์ดูดีกว่า
  หน้าจอของเอ็กซ์ 300 เป็นแอลอีดี ขนาด 13.3 นิ้ว แป้นพิมพ์ได้มาตรฐาน ไม่เล็กแคบเหมือนกับโน้ตบุ๊กรุ่นจอ 8.9 นิ้ว จากหลายค่ายที่ออกมาในช่วงหลัง (เลอโนโวมีแผนวางจำหน่ายโน้ตบุ๊กเล็กเหมือนกัน) ขนาดความหนาด้านข้างวัดแล้วไม่ถึง 1 นิ้ว แม้จะหนากว่าแมคบุ๊ก แอร์ แต่สิ่งที่กินขาดคือ เอ็กซ์ 300 มีดีวีดี ไดรฟ์ มาด้วย และถ้าอยากให้น้ำหนักเบาลงอีก ก็ถอดไดรฟ์ดีวีดี ออกซะก็จบเรื่อง
  เลอโนโวรู้ดีว่าคนใช้คอมพิวเตอร์ต้องการความสะดวก ไอ้ประเภทจะต่อสายเน็ตเวิร์กแต่ละทีต้องมาควานหาสายพ่วงให้วุ่นวายน่ะเหรอ ไม่ใช่เลอโนโวแน่นอน อยากเสียบสายแลนก็เสียบได้เลย
  หากต้องการต่อยูเอสบี เอาไปเลย 3 ช่อง ช่องเสียบหูฟังกับไมค์ก็อยู่ข้างๆ แล้ว ต่อจอโปรเจกเตอร์ได้เลย เปิดปิดเครือข่ายไร้สาย (Wi-FiX ก็ด้านหลังไง อ้อ มีช่องสำหรับเสียบการ์ดแบบ PCMCIA หากอยากจะใช้แอร์การ์ด ของฮัทช์ เกือบลืมไปโน้ตบุ๊กตัวนี้มีจีพีเอส หรือแผนที่ดาวเทียมด้วย ไม่ต้องกลัวว่าเดินทางไปประเทศอื่นแล้วหลงทาง)
  เวลาเปิดฝาใช้งาน เอ็กซ์ 300 ต้องเลื่อนสลักก่อน สิ่งที่เห็นอันดับถัดมาคือ หน้าตาของธิงค์แพดที่คุ้นเคย หรืออีกนัยหนึ่ง อาจดูเชยในสายตาของคนบางคน (จากการสอบถามกับเพื่อนร่วมงานหลายคน 90% บอกดีไซน์เชยจัง)
  เอ็กซ์ 300 มีทั้งทัชแพด และแทร็กแพด สำหรับควบคุมแทนเมาส์สะดวกอันไหนก็ใช้อันนั้น ใต้แป้นพิมพ์ไม่มีไฟส่องสำหรับใช้งานในที่แสงสลัว แต่มีปุ่มสำหรับเปิด “ไฟโคม” ที่ส่องมาจากฝาบน พอกล้อมแกล้ม นอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรพิเศษ เว้นแต่ลำโพงสเตอริโอเสียงมีมิติดี
 ถ้าให้เทียบกับแมคบุ๊ก แอร์แล้ว ธิงค์แพด เอ็กซ์ 300 ใช้งานได้เต็มรูปแบบกว่าในด้านอุปกรณ์ต่อพ่วง น้ำหนักเบาคล่องตัว พอช่วยให้ลืมเรื่องคีย์บอร์ดเชยๆ ไปได้บ้าง แต่เชื่อเถอะ เลอโนโวพยายามแล้ว

ที่มาจาก : www.komchadluek.net

มาตรฐานใหม่สำหรับ Notebook Intel Centrino2

Wednesday, July 23rd, 2008

Intel ประกาศแพลตฟอร์มใหม่สำหรับ Notebook ออกมาอย่างเป็นทางการในชื่อว่า Centrino 2 โดยในครั้งนี้ได้ประกาศออกมาพร้อมกันถึง 2 เวอร์ชัน คือ Centrino 2 เป็นเวอร์ชันสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป และ Centrino 2 vPro สำหรับผู้ใช้งานในธุรกิจ
Centrino 2 ระบบ Wi-Fi ใน Centrino 2 ถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐาน 802.11n(ยังเป็น 802.11 draft n) ซึ่งมีความเร็วสูงกว่า 802.11b ประมาณ 5 เท่า และมีรัศมีการรับส่งสัญญาณได้ไกลขึ้นเกือบ 2 เท่า ในส่วนของกราฟฟิกและมัลติมีเดีย Centrino 2 ได้ถูกวางมาตรฐานเพื่อรองรับกับการเล่นมัลติมีเดียแบบ High Defination (HD) ซึ่งพุ่งเป้าไปที่การเล่นแผ่นหนังแบบ Blu-Ray โดยในมาตรฐาน Centrino 2 นี้ เครื่อง Notebook จะต้องสามารถเล่นแผ่นหนัง Blu-Ray ได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เท่านั้น
สำหรับซีพียูในมาตรฐาน Centrino 2 จะเป็นซีพียูรุ่นใหม่ที่ โดยในเบื้องต้นมีด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่น ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นซีพียูที่ทาง lntel ยืนยันว่าเป็นซีพียูรุ่นที่แรงที่สุดในบรรดาซีพียูสำหรับ Notebook ทั้งหมด
นอกไปจากนั้นชิพเซ็ตตัวใหม่ในมาตรฐาน Centrino 2 จะเป็นชิพเซ็ตที่มีระบบประมวลผลกราฟฟิกในตัว และยังสามารถสลับการทำงานกับชิพประมวลผลกราฟฟิกอื่นๆได้(ชิพการ์ดจอแยก) โดยในสภาวะปกติ ระบบจะเปิดใช้เฉพาะการประมวลผลจากชิพฟราฟฟิกในตัว(ออนบอร์ด) แต่หากต้องการพลังการประมวลผลที่มากขึ้นก็สามารถสลับไปใช้ชิพการ์ดจอแยกที่มีอยู่ในเครื่องได้ทันที นอกจากนี้Centrino 2 ยังมีระบบประหยัดพลังงานแบบใหม่ ที่เรียกว่า HUGI (Hurry Up and Get Idle) ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบมาให้เร่งการประมวลผลต่างๆของซีพียูให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อให้ซีพียูกลับไปอยู่ในสภาวะว่างงานโดยเร็ว ทำให้สามารถประหยัดพลังงานได้มากขึ้นกว่าเดิม โดยทางอินเทลอ้างว่า CPU 2.8 GHz รุ่นใหม่ใน Centrino 2 จะใช้พลังงานน้อยกว่าซีพียู 2.33 GHz ในการทำงานเดียวกัน 60% แต่จะสามารถทำงานเสร็จได้เร็วขึ้น 30 วินาที
แพลตฟอร์ม Centrino 2 มีกำหนดเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 16 กรกฏาคมนี้ โดยจะเป็นการเปิดตัวของ Intel พร้อมกันพันธมิตรผู้ผลิต Notebook ต่างๆ ซึ่ง ณ ขณะนี้มี Notebook จากทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ที่ผ่านมาตรฐาน Centrino 2 พร้อมเปิดตัวแล้วกว่า 240 รุ่น นอกจากนี้Intel ยังประกาศอีกว่าพร้อมจะเปิดตัว Centrino 2 รุ่นใหม่เพิ่มอีก 1 เวอร์ชัน ซึ่งจะเป็นเวอร์ชันที่มาพร้อมกับ Wi-Max ซึ่งคาดว่าจะประกาศเปิดตัวได้ในเร็วๆ นี้

ที่มา - Techxcite

HP Voodoo Envy 133 คือ โน้ตบุ๊ค หรือ ช๊อกโกแลต

Wednesday, July 23rd, 2008

HP Voodoo Envy 133

HP Voodoo Envy 133

เครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค เจ้าเครื่องนี้รุ่น HP Voodoo Envy 133 ถูกออกแบบมามีความลงตัว สวยงาม ตัวเครื่องนั้นใช้สีดำมะเมี่ยม เคลือบเงา เเละบนตัวเครื่องนั้นมีสัญลักษณ์ voodoo สีส้ม บรรจุมาในซองหนังกลับสีเทา คล้ายๆ กล่อง ช็อกโกเเลต อีกทั้งยังใช้สี ดำ เทา และส้ม ได้อย่างดูเรียบหรู

นักวิจารณ์บางคนก็ บอกว่า คอมพิวเตอร์โน๊ตบุค รุ่น HP Voodoo Envy 133นี้ ดู ไม่เหมือนคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคของ HP แม้แต่นิดเดียว เพราะว่า ไม่มีตรา HP บน เครื่อง แต่มีสัญลักษณ์ของ voodooo แทน ซึ่ง ไม่ทราบว่า HP นั้น มี จุดประสงค์อย่างไรกันแน่