Posts Tagged ‘’

เอชพี งัดกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรควบเอสเอ็มบี

Tuesday, March 24th, 2009

นายสมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือเอชพี กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังถดถอย จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกบริษัทต้องหันมาใส่ใจในการใช้จ่ายทางธุรกิจในบริษัทมากขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินงานของธุรกิจต้องหาสภาพคล่องในเรื่องของการลดต้นทุน หรือการประหยัดพลังงานต้องควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพการทำงานของบริษัท

ผจก.ทั่วไป เอชพี กล่าวต่อว่า  จากการแข่งขันเพื่อให้สู้กับสภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ เอชพีจึงชูกลยุทธ์การตลาด  When  Everthing  Counts  สำหรับลูกค้าทุกระดับสู้วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2552 นี้ ด้วยวิธีการแปลงค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) ให้เป็นค่าใช้จ่ายที่จัดการและควบคุมได้ (OPEX) อีกทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการพิมพ์ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายและพลังงานกับแคมเปญ HP Officejet Pro Leasing Program บริการให้ใช้เครื่องฟรีเพื่อช่วยลูกค้าตลาดองค์กรธุรกิจขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มบีประหยัดการลงทุนฮาร์ดแวร์ โดยลูกค้าแค่ซื้อหมึกพิมพ์เท่านั้น

“การวางกลยุทธ์ในครั้งนี้จะเป็นการช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุนในระยะยาว  โดยเอชพีเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ และกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มบี ที่มองว่าตลาดกลุ่มนี้ยังมีความต้องการด้านการใช้งานเครื่องพิมพ์ และต้องการลดต้นทุนการพิมพ์ โดยสามารถนำเงินลงทุนส่วนที่เหลือไปพัฒนาส่วนอื่นในบริษัทได้ ขณะเดียวกัน เชื่อว่าตลาดดังกล่าวยังมีอัตราการเติบโตในกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง” นายสมชัย  กล่าว

ผจก.ทั่วไป เอชพี กล่าวด้วยว่า ปี 2552 นอกจากเอชพีจะวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดในประเทศไทยแล้ว ยังตั้งเป้าทำตลาดทั่วแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม คาดว่าแคมเปญดังกล่าวจะเป็นตัวที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกกลุ่มบริษัท และสามารถฟื้นตัวได้หลังจากสภาพเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

ที่มา: www.bcoms.net

โชลูชัน เอสพีแบบใหม่

Friday, March 20th, 2009

เอชพีออกโซลูชันระบบเวอร์ชวลไลเซชันบนผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลใหม่ สามารถเปลี่ยนข้อพิจารณาด้านการเงินของโครงสร้างพื้นฐานของลูกค้าด้วยการลดต้นทุน และใช้ประโยชน์จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีเดิมที่มีอยู่ให้ดีขึ้น
       
       นายจิม แวกสตาฟ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป หน่วยธุรกิจ StorageWorks บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือเอชพี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า เอชพีได้นำโซลูชันระบบเวอร์ชวลไลเซชันบนผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูล หรือสตอเรจใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ StorageWorks Enterprise Virtual Array 6400 และ 8400 (EVA6400/8400) รุ่นใหม่ และ SAN Virtualization Services Platform 2.1 (SVSP 2.1) ที่ปรับปรุงใหม่นี้ครอบคลุมพอร์ต โฟลิโอของเอชพีในด้านเวอร์ชวลไลเซชันบนผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูล โซลูชันนี้ช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ที่มากขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว ด้วยการลดความต้องการในการซื้อความจุของผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติม  ในทางตรงกันข้าม ลูกค้าสามารถโยกทรัพยากรไปยังจุดที่สำคัญอันจะทำให้ธุรกิจมีการเติบโตในภาวะเศรษฐกิจผันผวนได้ และลูกค้ายังสามารถบริหารจัดการระบบจัดเก็บข้อมูลครอบคลุมทั้งสภาพแวดล้อมแบบกายภาพและแบบเวอร์ช่วลได้
       
       “สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันได้เปลี่ยนแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างฉับพลัน  อย่างไรก็ตาม ในความฝืดเคืองก็มีโอกาสให้ธุรกิจที่มีความว่องไวเข้ายึดตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และด้วยนวัตกรรมด้านการทำเวอร์ชวลไลเซชันสำหรับอุปกรณ์ในระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย และแอปพลิเคชัน ซึ่งเราได้ช่วยลูกค้าในการใช้ประสิทธิภาพการทำงานให้เป็นประโยชน์สูงสุด และปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว”
       
       ผู้บริหารเอชพีกล่าวว่า ความสามารถในการลดค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดเก็บข้อมูล บริหารจัดการได้ง่าย และผสานรวมได้อย่างไร้รอยต่อผู้จัดการด้านไอทีในปัจจุบันจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตราวพลุแตกของข้อมูล    ความซับซ้อนของศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น และข้อกำหนดใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน ในขณะที่จำเป็นต้องจำกัดการลงทุนด้านระบบจัดเก็บข้อมูลให้น้อยที่สุด การทำเวอร์ชวลไลเซชันบนผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลสามารถช่วยบริษัทผลักดันอัตราการใช้ประโยชน์ให้สูงขึ้น ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่แล้วทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงว่าดิสก์จะอยู่ที่ใดในองค์กร
       
       ผลิตภัณฑ์ EVA6400/8400 รุ่นใหม่เป็นโซลูชันการเก็บข้อมูลที่มีเสถียรภาพสูง ง่ายต่อการใช้งานและคุ้มราคา ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่  ด้วยระบบจัดเก็บข้อมูลแบบเวอร์ช่วลนี้ทำให้สามารถใช้ประสิทธิภาพการทำงานและความจุให้ได้ประโยชน์สูงสุด รวมถึงสามารถขยายหรือลดได้อย่างอัตโนมัติตามความต้องการในด้านแอปพลิเคชัน
       
       นอกจากนี้ ชุดซอฟต์แวร์ปกป้องข้อมูลที่ครบวงจรนำเสนอการทำสำเนาข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ การโอนถ่ายข้อมูลและบริการกู้คืนอย่างรวดเร็ว (quick-restore) ระหว่าง array ที่หลากหลายโดยที่ไม่รบกวนการบริการใดๆ ด้วยยอดการขาย array ของผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลแบบเวอร์ช่วลที่มากกว่า 120,000 เครื่องในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เอชพีได้มอบโซลูชันซึ่งบริหารจัดการได้ง่ายดายพร้อมด้วยบริการการปกป้องข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง และด้วยซอฟต์แวร์บริหารจัดการที่ก้าวล้ำและใช้งานง่าย ผลิตภัณฑ์ EVA6400/8400 รุ่นใหม่นี้จึงสามารถช่วยลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริหารดูแลระบบจัดเก็บข้อมูลได้สูงสุดถึงร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบกับ array ของผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลยี่ห้ออื่นที่มีอยู่ในตลาด

ที่มา www.manager.co.th

ผู้ค้าไอทีสำลักกำลังซื้อQ1วูบ 4ยักษ์ เอเซอร์-อัสซุส-เอชพี-เลอโนโว ส่งสัญญาณ ยิงแนวรุกใหม่สกัดจุดอ่อน เสริมจุดแข็งช่องทางตลาด

Wednesday, February 25th, 2009

จับกระแสกำลังซื้อไอทีไตรมาสแรกวูบกันถ้วนหน้า ผู้ค้าค่ายใหญ่ “เอเซอร์” ระบุยอดขายงานเอเซอร์เดย์-คอมเวิลด์หด 10-15% ยันไม่ปรับลดเป้าหมาย ประกาศอัดโปรโมชันสู้กระตุ้นตลาด ขณะที่ค่ายอัสซุส เดินหน้าลดค่าใช้จ่าย ด้านเอชพี มุ่งสร้างตลาดใหม่ ขายผ่านช่องทางไม่ใช่ไอที ส่วนเลอโนโว ติดตามยอดขายรายสัปดาห์

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัทเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่าสถานการณ์กำลังซื้อสินค้าไอทีช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมาค่อนข้างชะลอตัว โดยจากการจัดโปรโมชันผ่านงานใหญ่ 2 งาน คือ เอเซอร์ เดย์ ช่วงเดือนมกราคม 2552 และ งานคอมเวิลด์ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2552 นั้นคาดว่ากำลังซื้อในตลาดมีการชะลอตัว 10-15% ทั้งนี้มองว่ากำลังซื้อผู้บริโภคยังมีอยู่ แต่อาจเกิดความไม่เชื่อมั่นในสภาพเศรษฐกิจ

ซึ่งจากแนวโน้มการชะลอตัวดังกล่าวบริษัทจะมุ่งสื่อสารข้อความในส่วนของโปรโมชันราคาพิเศษไปยังกลุ่มลูกค้าโดยตรง และนำสินค้าราคาประหยัดและคุ้มค่าเข้ามาเสริมการทำตลาดมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้ผู้ผลิตทั้งตลาดจะมุ่งไปยังการแข่งขันด้านราคา โดยนำสินค้าราคาถูกเข้ามาแข่งขันทำตลาด นอกจากนี้จะต้องมองเป้าหมายยอดขายที่สะท้อนความเป็นจริงของตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีแรกนั้นบริษัทยังไม่มีแผนปรับลดเป้าหมายการทำตลาด เนื่องจากขณะนี้ยังเร็วไปที่จะพูดว่าตลาดปีนี้ทั้งปีจะชะลอตัว

ขณะที่นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่ากำลังซื้อสินค้าไอทีผ่าน 2 งานใหญ่ คือ ไทยแลนด์โมบาย เอ็กซ์โป และงานคอมเวิลด์ ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นการชะลอตัวของตลาด โดยยอดขายสินค้าของบริษัทผ่านทั้ง 2 งาน ค่อนข้างทรงตัว ทั้งนี้คงต้องรอดูสถานการณ์ในงานคอมมาร์ต ช่วงเดือนมีนาคมอีกครั้ง แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมมีแนวโน้มชะลอตัว

ซึ่งจากแนวโน้มดังกล่าวนั้นบริษัทจะต้องกลับมาทบทวนตัวเลขการขาย และความคุ้มค่าการลงทุน โดยต่อไปในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า อาจต้องพิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายการลงทุนพื้นที่ หรือค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างบูธแสดงสินค้า

ด้านนายปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันนัล ซิสเต็มส์ บริษัท ฮิวเลตต์ - แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอชพี กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่ากำลังซื้อสินค้าไอทีในตลาดลดลง โดยเท่าที่สอบถามร้านค้าพบว่ายอดขายในช่วงเดือนมกราคม 2552 ที่ผ่านมาดีกว่าเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ส่วนเดือนกุมภาพันธ์คาดว่าตลาดจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตามในส่วนกลยุทธ์การตลาดของบริษัทนั้นคงมุ่งไปเซ็กเมนต์ตลาด โดยกลุ่มตลาดที่มุ่งให้ความสำคัญ ในกลุ่มคอนซูเมอร์ กลุ่มเด็ก กลุ่มครอบครัว และกลุ่มผู้หญิง ซึ่งจะมีผลิตภัณฑ์เข้ามาตอบสนองแต่ละกลุ่ม

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการทำตลาดองค์กรขนาดกลางและเล็ก หรือ เอสเอ็มอี ตลอดจนขยายช่องทางใหม่ๆ ไปยังกลุ่มไม่ใช่ไอที โดยล่าสุดร่วมมือกับเซ็นทรัล โดยมอบให้เซ็นทรัล เป็นผู้จำหน่ายเอชพี มินิ 1000 รุ่นพิเศษ วิเวียน แทม ซึ่งออกแบบโดยวิเวียน แทม ในเซ็นทรัล 3 สาขา เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลเวิลด์ และเซน

“ที่ผ่านมาเราคงมุ่งสร้างดีมานด์ในตลาดโดยเอาสินค้าใหม่ขยายเข้าไปในตลาดใหม่ๆ รวมถึงช่องทางตลาดใหม่ๆ ที่ไม่ใช่ไอที ซึ่งถ้าเราไม่มีสินค้าใหม่ หรือตลาดใหม่ๆ เข้ามา เราคงได้รับผลกระทบ”

ส่วนนายภิญโญ สงวนเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจทรานเซ็กชัน บริษัทเลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมากำลังซื้อไอทีในตลาดอาจชะลอตัวไปบ้าง แต่หลังจากช่วงตรุษจีน กำลังซื้อก็เริ่มกลับคืนมา ซึ่งในงานคอมเวิลด์ ที่ผ่านมาตัวแทนจำหน่ายค่อนข้างพอใจกับยอดขายสินค้าเลอโนโว ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบริษัทสามารถคาดการณ์สต๊อกสินค้าได้ถูกต้อง โดยในช่วงคอมเวิลด์ มีสินค้าใหม่ราคาเหมาะสม เข้ามาทำตลาดพอดี โดยความต้องการของผู้บริโภคสินค้าไอทีนั้นส่วนใหญ่ต้องการสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอ ขณะที่คู่แข่งขันอาจมีการวางแผนสต๊อกผิดพลาด และมีการนำสินค้าเก่ามาเคลียร์สต๊อกในงานจึงอาจไม่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวบริษัทคงต้องติดตามยอดการขาย และปรับกลยุทธ์เป็นรายสัปดาห์

ข่าวจาก: ฐานเศรษฐกิจ

เอชพียิ้มรับผลประกอบการปี51

Wednesday, December 3rd, 2008

นายอรัน เซ็ดจีห์ กรรมการผู้จัดการ และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ เทคโนโลยี โซลูชั่นส์ กรุ๊ป บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศ) จำกัด หรือ เอชพี กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 ของเอชพี ประจำปีงบประมาณ 2551 ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ตุลาคมนั้น ปรากฎว่า เอชพีมีรายได้สุทธิอยู่ที่ 33.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มจากไตรมาสเดียวกันของปี 2550 กว่า 16% ขณะที่อัตราการเติบโตของรายได้สุทธิประจำปี 2551 เมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันของปี 2550 พบว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 5% ทำให้เอชพีมีมูลค่ารวมของรายได้สุทธิในปี 2551 เป็นจำนวน 118.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโตถึง 13% เมื่อเทียบจากปี 2550
 
กรรมการผู้จัดการ และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ เทคโนโลยี โซลูชั่นส์ กรุ๊ป ของเอชพี กล่าวต่อว่า แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ยังอยู่ในภาวะที่มีความผันผวน แต่เอชพียังสามารถรักษาอัตราการเติบโตทางธุรกิจ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจได้ เป็นผลมาจากการให้บริการแบบ End-to-End ที่มีความหลากหลายของโซลูชัน และสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบครัน รวมถึงโครงสร้างในการปฏิบัติงาน ที่เน้นการลดต้นทุน การให้ความสำคัญแก่บุคลากรในหน่วยงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ ทำให้เอชพีสามารถบรรลุเป้าหมายด้านการเติบโตทางธุรกิจได้ต่อเนื่อง
 
นายอรัน ยังกล่าวถึงกลยุทธ์ทางการตลาดประจำปีงบประมาณ 2552 ว่า เอชพีจะสานต่อแนวคิดเรื่อง Business Technology ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญทางธุรกิจไอที รวมถึงการเน้นในส่วนงานของการขยายสายผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี ให้สามารถรองรับการเติบโตทางธุรกิจ รวมถึงการวางแผนในการร่วมมือกับพันธมิตรทางการค้า เพื่อขยายความร่วมมือในการเตรียมความพร้อม ในการรองรับและสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือกรีนเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
“เราคาดการณ์ถึงผลประกอบการรวมในปี 2552 ว่า เอชพีจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 127.5-130 พันล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องมาจากความตั้งใจที่จะรักษาการเติบโตทางธุรกิจ ให้ควบคู่ไปกับการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่เทคโนโลยี แต่ยังรวมไปถึงการเป็นผู้นำด้านการให้บริการอีกด้วย โดยในปี 2552 นี้ เอชพีจะมีการร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรด้านไอทีที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงการขยายความรู้สู่ชุมชน ด้วยการสร้างสรรค์โครงการและนำเทคโนโลยีต่างๆ ไปสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ชุมชน” กรรมการผู้จัดการ และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ เทคโนโลยี โซลูชั่นส์ กรุ๊ป ของเอชพี กล่าว

โดย : ข่าวไอที

เอชพีส่งตัวช่วย’ผู้ประกอบการ’รับมือวิกฤต

Sunday, November 9th, 2008

เอชพีเปิดตัวซอฟต์แวร์บริหารจัดการเครื่องคอมพ์แม่ข่าย “วีเอสอี” ลดค่าใช้จ่าย - คน ในการจัดการ ทั้งเพิ่มประสิทธิภาพ แนะธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ ลงทุนไอทีช่วยรับมือปัญหาเศรษฐกิจ - การเงิน

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายเอกราช กลิ่นบุบผา ผู้จัดการพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายผลิตภัณฑ์ อินดัสเทรียล สแตนดาร์ด เซิร์ฟเวอร์ กลุ่มธุรกิจ เทคโนโลยี โซลูชั่น กรุ๊ป บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และมีปัญหาวิกฤตการเงินทั่วโลก การนำโซลูชั่นซอฟต์แวร์ช่วยการวิเคราะห์ และใช้ทรัพยากรไอทีสำหรับคอมพิวเตอร์แม่ข่ายทั้งเครื่องจริง และเครื่องเสมือน มาใช้งาน จะเป็นเครื่องมือถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับนักธุรกิจ เพราะธุรกิจต้องเดินหน้าต่อไป ถ้าสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ และใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

 ล่าสุด เอชพีเปิดตัว”วีเอสอี” โซลูชั่นซอฟต์แวร์ช่วยวิเคราะห์ และใช้ทรัพยากรไอทีสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายทั้งเครื่องจริง และเครื่องเสมือน

 ซอฟต์แวร์นี้ได้รวมการบริหารจัดการไว้เป็นหนึ่งเดียวให้ผู้ใช้จัดการได้ง่ายขึ้น เพราะมียูสเซอร์ อินเตอร์เฟซ (ยูไอ) ที่เข้าใจได้ง่าย สามารถแจกแจงรายละเอียดและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องแม่ข่ายได้อย่างชัดเจน ให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้เอง อีกทั้งการย้ายข้อมูลจากเครื่องแม่ข่ายเสมือนไปเครื่องแม่ข่ายใหม่ ก็สามารถทำได้ผ่านการ “แดร็ก แอนด์ ดร็อป” ทำได้ในเวลา 1 วัน ต่างจากเดิมที่ต้องมีการติดตั้งและวิเคราะห์ระบบ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์

 รวมถึงยังสามารถคาดการณ์การใช้งานเครื่องแม่ข่ายในอนาคตได้ โดยประเมินจากการเติบโตของการใช้งาน และความต้องการใช้งานในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ผู้ใช้วางแผนการลงทุนในอนาคตได้

 จากกระบวนการดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากการบริหารจัดการได้ และยังสามารถลดจำนวนพนักงานในที่ดูแลด้านไอทีลงได้ หรือใช้งานพนักงานด้านไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการวิเคราะห์หรือจัดการระบบส่วนอื่นเพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ แทนที่จะต้องดูแลการจัดการเครื่องแม่ข่าย

 นอกจากนี้ วีเอสอียังช่วยการบริหารจัดการพลังงาน โดยเฉพาะ 2 ส่วนหลักคือ ซีพียู และเพาเวอร์ ซัพพลาย ที่เป็นส่วนที่ใช้งานพลังงานสูงสุด ให้ใช้งานอย่างคุ้มค่า ซึ่งผู้ใช้สามารถเห็นได้ชัดเจนเมื่อครบเดือน ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจะลดลงอย่างแน่นอน

 “รูปแบบการทำงานของวีเอสอี ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการทำในสิ่งที่ผู้พัฒนารายอื่นมองข้ามไป ทำให้ผู้ใช้ ทำงานได้ง่ายและประหยัดค่าใช้จ่าย เหมาะอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว” นายเอกราช กล่าว

 เป้าหมายเบื้องต้นของเอชพี จะมุ่งเน้นที่ผู้ใช้ที่ใช้เครื่องแม่ข่ายของเอชพีอยู่แล้วเป็นหลัก ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 37 - 40% ในประเทศไทย

โดย : ข่าวไอที

เอชพีลุยค้าปลีกสวนกระแสศก

Sunday, November 9th, 2008

นายสมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอชพีได้วางแผนที่จะขยายช่องทางการค้าปลีก ด้วยการเปิดตัวร้านค้าปลีกรูปแบบใหม่ หรือ HP Experience Store ครั้งแรกในประเทศไทย และประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อยกระดับการค้าปลีกให้มีความครอบคลุมและหลากหลาย ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์จริง โดยผลจากการศึกษาพฤติกรรมในการซื้อสินค้าไอทีของผู้บริโภค พบว่ามีแนวเปลี่ยนไปจากเดิม นับตั้งแต่อินเตอร์เน็ตเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยยอดการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ต่อปี (จากรายงานของนิวยอร์ก ไทม์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2549) ขณะเดียวกันก็มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า การขายแบบออนไลน์นั้น มีจำนวนลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้า เพราะต้องการเรียนรู้และทดลองใช้สินค้าด้วยตนเอง โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ที่ซื้อสินค้าประเภทคอมพิวเตอร์และพริ้นเตอร์จากร้านค้าปลีกทั่วไปกว่า 40%

“HP Experience Store จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเครื่องพิมพ์ คอมพิวเตอร์พีซี และอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ ได้ง่ายดายกว่าที่เคย ภายใต้รูปแบบร้านที่น่าสนใจและทันสมัยกว่าเดิม ขณะนี้ เอชพีได้ขยายร้านค้าปลีกแล้วกว่า 12 ร้านทั่วประเทศ และคาดว่าจะขยายเป็น 40 ร้านภายในปี 2552 เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถค้นหา เปรียบเทียบ เรียนรู้ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และโซลูชัน ได้ครบทุกความต้องการ ที่ออกแบบให้มีความทันสมัย และสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้าได้อย่างลงตัว รวมถึงการให้คำแนะนำในการเลือกซื้อสินค้าจากเจ้าหน้าที่ ที่คอยให้คำปรึกษาและสาธิตการใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าได้เรียนรู้และทดลองใช้งานได้จริง” ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ฯ บริษัท เอชพี กล่าว

นายสมชัย กล่าวต่อว่า HP Experience Store ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญ เนื่องจากสามารถขยายกลุ่มผู้บริโภคและช่วยแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ต้องการประสบการณ์ในการซื้อ และร่วมสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในการซื้อสินค้า ว่าจะได้สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานจากผู้ผลิตโดยตรง แม้จะมีราคาสูงกว่าดีเลอร์ตามท้องตลาดก็ตาม โดยเอชพีคาดว่าร้านค้าปลีกในรูปแบบดังกล่าว จะช่วยเพิ่มยอดขายให้บริษัทฯ ได้ไม่ต่ำกว่า 20% แม้สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันจะมีสภาพชะลอตัว แต่ทางบริษัทฯ เชื่อว่าในช่วงต้นเดือน พ.ย. ยอดขายสินค้าและอุปกรณ์ด้านไอทีจะยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และจะชะลอตัวลงเมื่อเข้าสู่เดือนธ.ค. ขณะที่การเปิดร้านค้าปลีกในแบบดังกล่าวของเอชพี จะสามารถพยุงยอดขายให้อยู่

เอชพีส่ง Personalized Printing จับนักศึกษา

Tuesday, October 28th, 2008

นายสมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ บริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงอัตราการเติบโตของการพิมพ์ในระบบดิจิตอล ว่า แนวโน้มตลาดการพิมพ์ระบบดิจิตอลมีโอกาสเติบโตสูงมาก รวมทั้งสัดส่วนของการพิมพ์ดิจิตอลทั้งหมดของการพิมพ์ภายในบ้านหรือสำนักงานจะมีมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นการเติบโตตามความต้องการใช้งานทางธุรกิจและการ ใช้งานของผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป โดยเอชพีคาดการณ์ว่า ภายในปี 2553 การ เติบโตของการพิมพ์ดิจิตอลจะเพิ่มเป็น 53 ล้านล้านแผ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของการพิมพ์ทั้งหมด

ถึงแม้ว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมการพิมพ์แบบอะนาล็อกหรือแบบออฟเซ็ตจะยังคงเป็นตลาดใหญ่ แต่รูปแบบการพิมพ์แบบดิจิตอลในอุตสาหกรรมการพิมพ์ใหญ่ๆ ก็จะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น เอชพีจึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มจำนวนการพิมพ์แบบดิจิตอล ซึ่งจะทำให้ต้นทุน การพิมพ์แบบดิจิตอลถูกลงและยังมีความได้เปรียบในแง่ของการพิมพ์ในปริมาณน้อยตามความต้องการได้

ทั้งนี้เอชพีได้ร่วมกับเครือข่ายสถาบันสอนการพิมพ์และมัลติมีเดียซึ่งเป็นการรวมตัวของ 6 สถาบัน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอม เกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคนิค กรุงเทพ มหาวิทยาลัยสยาม ที่มีสาขาหรือเนื้อหาวิชาการสอนเกี่ยวกับทางด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ นำเสนอโครงการ “Personalized Printing” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การพิมพ์ทั้งทางภาคทฤษฎีและปฏิบัติสำหรับประชาชนทั่วไป ให้สามารถนำโซลูชั่นด้านการพิมพ์ ไปประยุกต์ในการใช้งาน ประกอบวิชาชีพ และเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเองได้ในอนาคต ทั้งยังสนับสนุนให้ตลาดแรงงานด้านการพิมพ์มีการเติบโตอีกด้วย

ด้าน รศ.ดร.อรัญ หาญสืบสาย ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายและเทคโนโลยีทางการพิมพ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า Personalized Printing ถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรของสาขาวิชาด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่เรียนทางด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ได้เข้ามาเป็นผู้ นำกิจกรรมในแต่ละโซลูชั่น ได้ให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานจริง ประหนึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นลูกค้า เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้ใช้ประสบการณ์ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการประกอบวิชาชีพในอนาคต โดยได้นำเสนอโซลูชั่นที่น่า สนใจ อาทิ การทำ Photo book การผลิต In house marketing การทำ Digital magazine และการผลิตสื่อโฆษณาด้วยกราฟิกอาร์ต อีก ทั้งผู้เข้าร่วมงานก็ได้เข้าร่วมการผลิตงานพิมพ์ในลักษณะ Personalized Printing ด้วยตนเองได้

โดย : ข่าวไอที

เอชพี พร้อมลุยตลาดเครื่องพิมพ์ออล อินวันออกต่างจังหวัด

Wednesday, October 8th, 2008

นายฐิตพล บุญประสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท และสแกนเนอร์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอชพี กล่าวว่า ปี 2551 ภาพรวมตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทจะมีการเติบโตอยู่ที่ 20-30% หรือคิดเป็นจำนวน 1.3 ล้านเครื่อง ถือว่าโตกว่าปี2550 ที่มีจำนวนอยู่ที่ 1,050,000 เครื่อง ในส่วนของตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ออลอินวัน มีการเติบโตสูงถึง 65% เนื่องจากลูกค้าสามารถจ่ายเงินได้สูงขึ้น และราคาเครื่องมีการปรับลดลงมา กว่า 30% โดยในปีนี้ราคาเริ่มต้นต่อเครื่องอยู่ที่ 2,000 บาท จากเดิมในปี 50 จะมีราคาเริ่มต้นต่อเครื่องอยู่ที่ 3,000 บาท

ผจก.ฝ่ายพัฒนาการตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท และสแกนเนอร์ บ.เอชพี กล่าวต่อว่า บริษัทฯได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ HP DeskJet F735 All-In-One ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีหมึกพิมพ์ Dual Drop ที่ให้การพิมพ์ของหมึกน้อยลง โดยหมึกพิมพ์รุ่น HP 703 มีราคาจำหน่าย 320 บาทต่อตลับ ทั้งหมึกพิมพ์ขาวดำ และหมึกพิมพ์สี อย่างไรก็ตามหมึกพิมพ์ขาวดำ 1 ตลับสามารถรองรับการได้ 600 แผ่น และพิมพ์สีได้ 250 แผ่นต่อตลับ โดยจะวางจำหน่ายเครื่องพิมพ์รุ่นดังกล่าวในราคา 3,990 บาท และจะขยายสู่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการงานพิมพ์คุณภาพที่มีต้นทุนต่ำ, กลุ่มที่ไม่ต้องการเจอปัญหาหมึกพิมพ์รั่ว และเสียจากการใช้หมึกพิมพ์ปลอม โดยแบ่งสัดส่วนกลุ่มผู้ใช้งานตามบ้านไว้ 70% และกลุ่มออฟฟิต 30%

“หมึกพิมพ์รุ่น 703 มีราคาสูงกว่าหมึกพิมพ์ปลอมแค่เท่าเดียว แต่ให้ประสิทธิการทำงานที่คุ้มค่า ซึ่งมีต้นทุนต่อแผ่นในการพิมพ์ขาวดำอยู่ที่ 51-52 สตางค์เท่านั้น และไม่ต้องกังวลในเรื่องของการประกันสินค้า เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าที่ซื้อเครื่องพิมพ์จะประสบปัญหากับราคาหมึกที่แพง เมื่อใช้หมึกหมดก็จะหันไปใช้บริการหมึกพิมพ์ปลอม ทำให้เครื่องพิมพ์ที่ซื้อมานั้นหมดการรับประกัน และพบกับปัญหามากมาย จนทำให้เครื่องเสีย และต้องซื้อเครื่งใหม่” นายฐิตพล กล่าว

ผจก.ฝ่ายพัฒนาการตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท และสแกนเนอร์ บ.เอชพี กล่าวอีกว่า บริษัทฯตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ออลอินวัน สิ้นปี51 ไว้ที่ 40% และในไตรมาส 2/2551 บริษัทฯมียอดขายเติบโตสูงถึง 75% โดยมีปัจจัยจากสินค้าของเอชพีครอบคลุมความต้องการของลูกค้า และเอชพีได้ขยายสินค้าสู่พื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น เนื่องจากบริษัทฯเห็นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการซื้อ ว่าปัจจุบันลูกค้าในพื้นที่ต่างจังหวัดมีกำลังที่จะซื้อสินค้ามากขึ้นกว่าเดิม แม้จะไม่มากเท่ากับกรุงเทพฯก็ตาม แต่ยังมีความต้องการสินค้าที่สูงอยู่

นายฐิตพล กล่าวด้วยว่า บริษัทฯมีแผนที่จะพัฒนาเครื่องพิมพ์ ที่รองรับการทำงานของไวเรท (Wireless) ให้มีราคาที่ต่ำกว่า 7,000 บาทเข้าสู่ตลาด เนื่องจากเล็งเห็นถึงทิศทางสินค้าคอมพิวเตอร์พกพา (โน้ตบุ๊ค) ในปัจจุบัน ที่มีการใส่ชิปไวเรท เพื่อรองรับการทำงานนอกสถานที่ไว้แทบจะทุกเครื่องแล้ว แต่ในส่วนของเครื่องพิมพ์ที่รองรับการทำงานของไวเรทนั้น ยังมีราคาที่สูงอยู่ถึงหลัก 10,000 บาท

โดย : ข่าวไอที

เอชพีเชื่อพิษเศรษฐกิจโลกกระทบระยะสั้นย้ำยังเดินหน้าตามยุทธศาสตร์-ทิศทางที่วางไว้

Thursday, October 2nd, 2008

ขุมพลัง - เอชพี เปิดตัวโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพเยี่ยมรุ่นใหม่ล่าสุด HP HDX18 Premium Notebook PCs มอบประสบการณ์ความบันเทิงแบบความคมชัดสูง ในสไตล์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยออกแบบมาเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กสำหรับคอนซูเมอร์

โดย : ข่าวไอที