Posts Tagged ‘’

ยอดขายจอแอลซีดีตกเป็นครั้งแรก

Wednesday, February 25th, 2009

บริษัทวิจัย DisplaySearch ประกาศผลวิจัยตลาดแอลซีดีมอนิเตอร์ทั่วโลกประจำไตรมาส 4 หรือเดือนตุลาคมถึงธันวาคมปีที่ผ่านมา พบว่าหน้าจอแอลซีดีสำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องเกมหรือคอมพิวเตอร์พีซีกลับมียอดจำหน่ายลดลง 7.4 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาส 3 คิดเป็นสัดส่วนลดลง 8.0 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า ทำสถิติเป็นไตรมาสแรกที่ยอดขายแอลซีดีในไตรมาส 4 ของปีลดลง
      
       ท่ามกลางการขยายตัวของตลาดโทรทัศน์คุณภาพสูงหรือ HDTV ยอดขายแอลซีดีมอนิเตอร์ตลอด 3 เดือนสุดท้ายของปี 2008 มีจำนวนลดลงเหลือ 39.6 ล้านเครื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยอดจำหน่ายลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าคิดเป็นสัดส่วน 9 เปอร์เซ็นต์ โดยลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2007 ถึง 24 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 8.1 ล้านเครื่องเท่านั้น
      
       การสำรวจของ DisplaySearch พบว่า แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายแอลซีดีมอนิเตอร์เพิ่มขึ้นคือสองผู้นำในตลาดอย่างซัมซุง (Samsung) และเอเซอร์ (Acer) โดยซัมซุงมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์แบบปีต่อปี ได้ส่วนแบ่งตลาด 15.5 เปอร์เซ็นต์ไปครอง เบอร์ 2 อย่างเดลล์ (Dell) มียอดจำหน่ายลดลง 19 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดคือ 12.5 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 3 เป็นเอชพี (HP) ทำส่วนแบ่งตลาดได้ 11.8 เปอร์เซ็นต์
      
       อันดับที่ 4 คือแอลจี (LG) ส่วนแบ่งตลาด 9.2 เปอร์เซ็นต์ ไม่หนีห่างจากเบอร์ 5 อย่างเอเซอร์ ซึ่งมียอดจำหน่ายเติบโตปีต่อปีถึง 9 เปอร์เซ็นต์ ส่งให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นถึง 8.0 เปอร์เซ็นต์
      
       การสำรวจของ DisplaySearch พบว่าสาเหตุของยอดจำหน่ายแอลซีดีมอนิเตอร์ที่ลดลงไม่ได้มาจากความต้องการในตลาดที่ลดลงเท่านั้น แต่อยู่ที่การควบคุมสายการผลิตของบริษัทผู้ผลิตด้วย โดยไตรมาส 4 ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ตลาดมีผลิตภัณฑ์แอลซีดีมอนิเตอร์ในตลาดน้อยกว่าที่คาดการณ์มาก ดังนั้นการควบคุมการผลิตจึงมีผลต่อการชะลอตัวของตลาดมากกว่าความต้องการในตลาดที่ลดลง
      
       แม้ตลาดในประเทศอื่นจะมียอดจำหน่ายแอลซีดีมอนิเตอร์ลดลง แต่จีนกลับเป็นประเทศเดียวที่มีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น คิดเป็นสัดส่วนเติบโต 11 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาส 3
      
       ไม่เพียงแอลซีดีมอนิเตอร์ DisplaySearch เชื่อว่ายอดจำหน่ายแอลซีดีทีวีจะมีแนวโน้มลดจำนวนลงในปีนี้ด้วย
ข่าวจาก: ผู้จัดการออนไลน์

วงเสวนาชี้เศรษฐกิจซบบรอดแบนด์ไทยอนาคตดับ

Wednesday, December 3rd, 2008

 คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
 
แฟ้มภาพ :นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธาน มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนา ประเทศไทย 
 
ทีดีอาร์ไอเผยกลางเวที Thailand Broadband Forum แนวโน้ม บรอดแบนด์ไทยไม่สดใส ตัวเลขผู้ใช้งานลดลง ปี 49 มี 49.52 % แต่ปี 50 เหลือ 46.2% ด้าน กทช.ห่วงผู้ประกอบการรายเดิมไม่มีเงินลงทุนเพราะการเงินแย่จากพิษเศรษฐกิจ แนะทางออกให้สิทธิพิเศษ BOI ลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตค่าธรรมเนียมเลขหมาย หรือให้ใบอนุญาตเทคโนโลยีใหม่เพื่อเป็นทางเลือก ด้านอินเทลชี้กทช.มีหน้าที่แค่ออกไลเซนส์ใหม่ ที่เหลือผู้ประกอบการดิ้นรนเอง
      
       นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธาน มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยในงานเสวนาเรื่อง “Thailand Broadband Forum 2008” ว่า จากการวิเคราะห์ตัวเลขการสำรวจผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ในประเทศไทยพบว่า มีแนวโน้มไม่สดใสเพราะมีอัตราการโตลดลง โดยปี 25549 สำนักงานสถิตแห่งชาติสำรวจผู้ใช้บรอดแบนด์จำนวน 30,000 ครัวเรือน จากจำนวนครัวเรือนในประเทศไทยทั้งสิ้น 16 ล้านครัวเรือน มีปริมาณการใช้บรอดแบนด์เพิ่มขึ้น 49.52% แต่ในปี 2550 การเติบโตของบรอดแบนด์กลับมีเพียง 46.2 %
      
       นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในปี 2548 จำนวน 7.1 ล้านราย ปี 2549 เติบโตจากปีก่อนหน้า 20 % ที่มีผู้ใช้จำนวน 8.4 ล้านราย และปี 2550 เติบโตจากปีก่อนเพียง 10 % มีจำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์ 9.3 ล้านคน ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการเติบโตไม่เป็นแบบก้าวกระโดด
      
       “ตัวเลขที่ได้ ส่งผลให้เห็นสัญญาณไม่สดใสของบรอดแบนด์ในประเทศไทย เพราะการเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตลดลงแทนที่จะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งตัวเลขการใช้งานบรอดแบนด์ของคนในประเทศยังมีตัวเลขลดลงอีกด้วย ปัจจุบันประเทศไทยถูกจัดอันดับให้มีการใช้งานบรอดแบนด์อยู่ที่ 70 กว่าของโลก” นายสมเกียรติกล่าว
      
       นายอาจิน จินรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาครัฐได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อช่วยให้การพัฒนาไอซีทีของประเทศเป็นไปตามแนวทางที่วางไว้ โดยได้เน้นผลักดันให้เป็นเสมือนสาธารณูประโภคที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะบรอดแบนด์ที่ภาครัฐเล็งเห็นว่าเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่จะช่วยผลักดันศักยภาพของประเทศให้ดีขึ้นเทียบเท่าต่างชาติ และขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอแผนยุทธศาสตร์ปี 25525-2556 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
      
       นายพิทยาพล จันทนะสารโร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า บรอดแบนด์ถือเป็นเครื่องมือในการติดต่อที่สำคัญชนิดหนึ่งที่จำเป็นในปัจจุบัน แต่ความต้องการใช้งานของผู้บริโภคในปัจจุบันขึ้นอยู่กับรายได้เฉลี่ยของประชาชนในประเทศหากรายได้เฉลี่ยยังต่ำความต้องการใช้งานก็จะลดลงตาม
      
       แต่ยอมรับว่าระดับความก้าวหน้าของบรอดแบนด์ปัจจุบันยังต่ำกว่าระดับศักยภาพของประเทศ และยังพบว่าผู้ประกอบการรายเดิมที่ให้บริการบรอดแบนด์ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทีทีแอนด์ที ทรู ซึ่งเป็นเอกชน และทีโอที ไม่มีเงินทุนมากพอ เนื่องจากประสบปัญหาด้านการเงินต่อเนื่อง เพราะการลงทุนหากคำนวณคราวๆ ต้นทุนค่าแอกเซ็สอยู่ที่พอร์ตละ 3,000 บาท หากต้องการบรอดแบนด์ 3 ล้านพอร์ตต้องใช้เงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาทรวมกับเงินลงทุน คอลแอ็กเซส 2 หมื่นล้านบาท รวมเป็นเงินลงทุนถึง 5 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าผู้ประกอบการรายเดิมไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะลงทุน
      
       อย่างไรก็ดี จากปัจจัยดังกล่าวมีทางออกคือ 1.การเปิดให้มีการลงทุนแบบ BOI คือการให้สิทธิพิเศษในการลงทุนเพื่อจูงใจให้มีการลงทุน 2. ทำให้ผู้ประกอบการรายเดิมที่อยู่ในตลาดมีกำไรสูงขึ้น เช่น กทช.อาจจะปรับลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต หรือค่าเลขหมายเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรับภาระต้นทุนลดลง 3. มีทางเลือกด้านเทคโนโลยีใหม่ให้กับผู้ประกอบการ โดยการพิจารณาการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมนั้นผู้ประกอบการสามารถพิจารณาเองได้
      
       นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์(ประเทศไทย ) กล่าวว่า กระทรวงไอซีที ในฐานผู้กำหนดนโยบายและเอื้อประโยชน์จูงใจให้เกิดการลงทุนเทคโนโลยี และกทช.ในฐานผู้กำกับดูแล ควรมีนโยบายหรือแผนการที่เป็นรูปธรรมในการสร้างความเข้าใจแก่คนในประเทศถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้งานบรอดแบนด์ โดยการกำหนดการเข้าถึงข้อมูล ที่ชัดเจนของหน่วยงานภาครัฐด้วยการสร้างบริการที่สามารถเข้าถึงโดยบรอดแบนด์ได้ เช่น การทำธุรกิจทางอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร เป็นต้น
      
       นอกจากนี้ กทช.ไม่ควรสนใจหรือให้ความสำคัญว่าผู้ประกอบการรายเดิมจะมีเงินทุนหรือศักยภาพในการลงทุนหรือไม่เพราะไม่ใช่หน้าที่ต้องกังวล แต่ กทช .ควรเดินหน้าออกใบอนุญาตใหม่ที่เป็นประโยชน์ในการขยายการให้บริการบรอดแบนด์ออกไปในพื้นต่างจังหวัด เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างร้องขอและรอให้กทช.ออกใบอนุญาตใหม่ และเชื่อว่าถึงตอนนั้นผู้ประกอบการมีแผนหาเงินลงทุนเมื่อเห็นว่าการลงทุนเกิดผลประโยชน์แก่บริษัทในระยะยาว
      
       นายไพศาล กวียานันท์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย บริษัท ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมในการลงทุนหากกทช.มีการให้ใบอนุญาตใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีไวร์เลสที่มีต้นทุนการลงทุนต่ำกว่าการลากสาย
      
       นายนนท์ อิงคุทานนท์ General Manager บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต และทรูออนไลน์ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทพร้อมมีการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่เช่นกัน หากการลงทุนนั้นเห็นผลในระยะกลางและระยะสั้น โดยการลงทุนด้วยการลากสายแบบเดิมมีข้อจำกัดเพราะมีต้นทุนการลงทุนสูงโดยเฉพาะสายทองแดงใช้เงินลงทุนถึง 70 %

โดย : ข่าวไอที

เอชพีเชื่อพิษเศรษฐกิจโลกกระทบระยะสั้นย้ำยังเดินหน้าตามยุทธศาสตร์-ทิศทางที่วางไว้

Thursday, October 2nd, 2008

ขุมพลัง - เอชพี เปิดตัวโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพเยี่ยมรุ่นใหม่ล่าสุด HP HDX18 Premium Notebook PCs มอบประสบการณ์ความบันเทิงแบบความคมชัดสูง ในสไตล์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยออกแบบมาเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กสำหรับคอนซูเมอร์

โดย : ข่าวไอที

ชูชาติ ฟุ้ง3จีปลุกเศรษฐกิจประเทศฟื้น

Tuesday, September 30th, 2008

“ชูชาติ” โปรยยาหอมเอกชนเตรียมทุ่มนับหมื่นล้านลงทุนชิงเค้ก 3จี มั่นใจจะปลุกเศรษฐกิจไทยให้ตื่นอีกครั้ง เพราะจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนทั้งธุรกิจขนาดเล็ก-ใหญ่สร้างงานมหาศาล ขณะที่ กทช. เร่งเดินหน้าระเบียบมือถือ 3จี เชื่อไตรมาสแรกปี 52 ได้เห็นแน่ ส่วน ทีโอที ตั้ง “วรุธ” นั่งผู้จัดการโครงการ 3จี หวังขับเคลื่อนให้เร็ว

พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยถึงการลงทุนในระบบ โทรศัพท์เครื่อง 3จี ว่า เอกชนจะต้องใช้ เงินนับหมื่นล้านบาทในการลงทุนสร้างเครือข่าย และอุปกรณ์ในระบบ 3 จี ฉะนั้น เมื่อมีการลงทุนแล้วจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนต่อทั้งธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ อีกทั้งจะช่วยสร้างงานให้กับประเทศไทยได้อย่างมหาศาล

ส่วนเรื่องการออกใบอนุญาต 3จี นั้น กทช.ก็เร่งดำเนินการตามร่างหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะมีเงื่อนไขอยู่เยอะพอสมควร ทั้งนี้ในปีหน้าประเทศ ไทยน่าจะได้เห็นร่างประกาศ 3จี อย่างแน่นอน ทั้งนี้ กทช. ตระหนักดีว่า การเปิดโอกาสให้มีการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ย่อมเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคโดยตรง เนื่องจากพัฒนาการ ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้มีความสามารถในการสื่อสารข้อมูลด้วยความเร็วที่มากขึ้น สัญญาณมีความชัดเจนและมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ผู้บริโภคจะได้รับประสบการณ์จากการใช้บริการ โทรคมนาคมที่หลากหลายมากกว่าที่มี อยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเข้า กับโลกอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ การรับ ส่งอีเมล์และไฟล์ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนั้น ยังสามารถส่งคลิปเสียง/คลิปวิดีโอเล่นเกม ดาวน์โหลดเพลง รูปภาพ สนทนาในลักษณะได้ยินเสียงและเห็นภาพร้อมกัน (video conference) ได้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้สังคมไทยก้าวเข้าสู่ยุคของการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงไร้สาย หรือ Mobile Broadband Communications อย่างแท้จริง

สำหรับเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) การประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพื่อใช้ประกอบการจัดทำหลักเกณฑ์ และวิธีการ จัดสรรคลื่นความถี่สำหรับการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (IMT หรือ 3จี and beyond) ครั้งสุดท้าย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่จ.ภูเก็ต จากนี้ไปที่ปรึกษาจะนำข้อคิดเห็นที่ได้รับมาประมวลผล เพื่อสรุปและปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับ 3จี ให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น ก่อนนำเสนอต่อ กทช. พิจารณาตัดสินใจในขั้นสุดท้ายต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มกระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับ 3จี ได้ภายในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2552

นายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการ กทช. กล่าวว่า ปัจจัยผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้เชื่อว่าไม่ส่งผลต่อการลงทุนระบบ 3จี โดยเฉพาะทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เอง ก็ยืนยันว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ส่งผลต่อการการลงทุนระบบ 3จี เช่นกัน

ด้านนายธีรวุฒิ บุญยะโสภณ ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทีโอที เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการได้มติแต่งตั้งนายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัด การใหญ่ เป็นผู้จัดการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี โดยรับผิดชอบการปรับปรุงแผนธุรกิจตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความ เห็นและแต่งตั้งนายชาครีย์ ทรัพย์พระ วงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานโครงข่าย เป็นรองผู้จัดการโครงการด้านเทคนิค ร่วมกันดูแลโครงการนี้

โดย : ข่าวไอที

ภาคเอกชนชี้ประเด็น เศรษฐกิจพ่นพิษ ตลาดพัง

Friday, July 25th, 2008

ภาคเอกชน ชี้ประเด็น เศรษฐกิจพ่นพิษ น้ำมันแพง เป็นปัจจัยลบรุมเร้า  

เกิดผลกระทบ การเมืองไม่นิ่ง กระทบอุตสาหกรรม  กำลังซื้อหดหาย 

ช็อก ตลาดเสื้อผ้าเด็ก ชุดชั้นใน นมพร้อมดื่ม  กำไรหดหาย ผู้บริโภคมีความถี่ใ

นการซื้อลดลงอัตโนมัติ ติดลบครั้งแรกในรอบหลายปี

 

การเติบโตในด้านธุรกิจขายตรง ชะลอตัวลงอย่างมาก  บริโภคอุปโภค

ของใช้ของกิน ยังส่อถึงอาการแย่ โตได้ 5% ทุกค่ายเฮโล