
“โตชิบา” ชูกลยุทธ์ขยายไลน์โปรดักต์โน้ตบุ๊กให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เผยไอดีซีฟันธงปีหน้าตลาดโน้ตบุ๊กไทยจะใหญ่สุด ในอาเซียน ถือเป็นตลาดสำคัญต้องเพิ่ม ส่วนแบ่งตลาดให้ได้ 10% พร้อมเปิดตัว “เน็ตบุ๊ก” NB100 รองรับการขยายมาร์เก็ตแชร์ในตลาดล่างได้มากขึ้น
นางหว่อง ไว มิง รองผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ บริษัท โตชิบา สิงคโปร์ เปิดเผยแนวทางการทำตลาดโน้ตบุ๊กในประเทศไทยปี 2552 ว่า บริษัทจะ เน้นการเพิ่มไลน์สินค้าให้มีความหลากหลายในทุกระดับราคาเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในตลาด รวมทั้งการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้มากขึ้น ซึ่งสินค้าใหม่ๆ ที่จะออกสู่ตลาดนั้นจะยังคงเน้นจุดขายในเรื่องของเทคโนโลยี และเพิ่มเรื่องดีไซน์บางเบาให้สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่สะดวกในการพกพา
“ในประเทศไทยตอนนี้โตชิบามีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 รองจากเอเซอร์และ เอชพี โดยมีส่วนแบ่งอยู่ 8.1% ซึ่งแม้จะอยู่ ในอันดับที่น่าพอใจ แต่เรามองว่าสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์เราน้อยไปหน่อย ดังนั้นจึงต้องเพิ่มส่วนแบ่งให้ได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 10% ในปีหน้า”
ล่าสุดโตชิบาได้เปิดตัวโน้ตบุ๊กใหม่อีก 3 รุ่น ประกอบด้วย รุ่น R600, A600 และ NB100 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม netbook ซึ่งโตชิบาต้องการนำเข้ามาทำตลาดในกลุ่ม ลูกค้าใหม่ๆ ที่ต้องการเครื่องราคาต่ำกว่า 20,000 บาท และจะเป็นรุ่นที่เข้ามาเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้สูงขึ้น โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ที่มีโน้ตบุ๊กปกติอยู่แล้ว และต้องการโน้ตบุ๊กที่มีความสะดวกในการพกพา แต่ฟังก์ชันทางด้านการเชื่อมต่อครบครันมาใช้งานเป็นเครื่องที่สอง 2.กลุ่ม ผู้ที่ใช้งานโน้ตบุ๊กเป็นเครื่องแรก และ 3.กลุ่มที่ต้องการโน้ตบุ๊กราคาประหยัด
ทั้งนี้การเข้ามาทำตลาดในกลุ่มสินค้าเน็ตบุ๊ก โตชิบามองว่าจะไม่ทำให้เสียหายของความเป็น high end brand และหวังว่า ผู้บริโภคจะเข้าใจว่านี่คือการขยายไลน์สินค้า และมีแพลตฟอร์มใหม่ๆ (NB100) ออกสู่ตลาด ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น
โดย NB100 ของโตชิบา ขนาดหน้าจอ 8.9 นิ้ว RAM 1 GB ฮาร์ดดิสก์ 120 GB รอง รับการเชื่อมต่อ Wi-Fi บลูทูท 2.1 นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน LED blacklight ซึ่งจะลด การใช้แสงเมื่อมีการใช้งานกลางแจ้ง และฟังก์ชัน sleep and charge ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือโดยการเชื่อมต่อเข้ากับโน้ตบุ๊ก แม้ในเวลาที่โน้ตบุ๊กไม่ได้ต่อเชื่อมกับปลั๊กไฟก็ยังชาร์จได้ เบื้องต้นตั้งราคาขายไว้ที่ 16,900 บาท โดยเริ่มจำหน่ายในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับ PORTEGE รุ่น R600 และ A600 เป็นโน้ตบุ๊กในระดับ hight end ราคา 100,900 บาท และ 60,900 บาทตามลำดับจะเข้ามาทำตลาดในช่วงต้นปีหน้า
“จากการคาดการณ์ของ IDC คาดว่า ปี 2552 ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีผู้ใช้งานโน้ตบุ๊กมากที่สุดในอาเซียน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดสำคัญที่โตชิบาต้องรุกหนักมากขึ้น เราตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดในไทยจะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 10% ซึ่งจะเป็นยอดขาย netbook ไม่มากนัก เพราะตลาดหลักของโตชิบาจะอยู่ที่กลุ่มราคา 25,000-40,000 บาท”
ส่วนปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการเมืองไม่มีเสถียรภาพนั้น นางหว่องกล่าวว่า โตชิบารับรู้ในปัจจัยเหล่านี้แต่ เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่เชื่อว่า ตลาดยังคงมีความต้องการอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคไม่กล้าใช้จ่าย ดังนั้นโตชิบาจะพยายามออกสินค้าใหม่ๆ มากระตุ้นความต้องการ รวมทั้งโฟกัสไปที่ตลาดหัวเมืองใหญ่ๆ ตามต่างจังหวัดซึ่งยังคงมีอัตราการเติบโตของยอดขายสูงอยู่
โดย : ข่าวไอที