Posts Tagged ‘’

เน็ตบุ๊กทัชสกรีนตัวจิ๋ว

Monday, March 16th, 2009

หลังจากคราวก่อนแนะนำเน็ตบุ๊กขนาดใหญ่ที่ หน้าจอ 12 นิ้วไปแล้ว คราวนี้เลยนำเน็ตบุ๊กขนาดเล็ก ‘Fujitsu Lifebook U2010′ หรือจะเรียกว่าเป็น Tablet PC ขนาดเล็กก็ไม่ผิด เพราะหน้าจอมีขนาดเพียง 5.6 นิ้วเท่านั้นเอง ดังนั้นจุดเด่นของเครื่องรุ่นนี้คงหนีไม่พ้น ความสามารถในการพกพาสะดวก รวมไปถึงระบบทัชสกรีนที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน
       
       อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของ Lifebook U2010 เครื่องนี้คงไม่แตกต่างจากเน็ตบุ๊กทั่วๆไปในตลาดแต่อย่างใด ส่วนในอนาคตทีมงานจะนำเน็ตบุ๊กตัวจริงของฟูจิตสึอย่าง M1010 ที่ขนาดหน้าจอ 8.9 นิ้วมาทดสอบให้รับชมกัน
       
       Design Of Fujitsu Lifebook U2010

เมื่อแรกเห็นตัวเครื่องต้องบอกเลยว่า ‘เล็กมาก’ แต่ออกแนวอ้วนเตี้ย กล่าวคือตัวเครื่องอาจจะมีขนาดเล็กแต่ก็มีความหนาเข้ามาแทน ขนาดรอบตัวอยู่ที่ 171 x 135 x 26.5/33 มิลลิเมตร โดยเครื่องที่วางจำหน่ายมีให้เลือกกันถึง 5 สี คือ ขาว แดง ชมพู ดำ และตัวที่เรานำมาทดสอบคือสีน้ำเงิน ฝาหน้าตัวเครื่องดีไซน์ออกมาตามสไตล์ของฟูจิตสึ คือ มีสัญลักษณ์ และ ชื่อแบรนด์ติดอยู่เรียบๆเท่านั้น

เน็ตบุ๊กอีกระดับจากเอเซอร์

Monday, March 16th, 2009

  Aspire One รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกๆของเน็ตบุ๊กที่หันมาใช้ซีพียู Intel Atom N280 ที่ความเร็ว 1.66GHz และเข้ามาวางขายในประเทศไทย แต่ถ้านับกันจริงๆ เน็ตบุ๊กรุ่นแรกที่ใช้ซีพียูรุ่นนี้ในงานเปิดตัวต่างประเทศก่อนใครคือ EeePC 1000HE ซึ่งยังไม่เห็นว่าทางอัสซุสจะนำเข้ามาจำหน่ายแต่อย่างใด
       
       จุดเด่นของซีพียูรุ่นนี้ที่ทางอินเทลแคลมมาคือ สามารถรองรับการประมวลผลของไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง จากสัญญาณนาฬิกาที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 1.66GHz จากรุ่นเดิมคือ 1.6GHz ส่วนตัวเครื่อง Aspire One รุ่นนี้จะโดดเด่นที่ดีไซน์มีความทันสมัยมากขึ้น รวมไปถึงขนาดหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ตรงทัชแพด ยังรองรับการใช้งานแบบมัลติทัชด้วย

 เริ่มกันที่ดีไซน์ของ Aspire One D150 รูปลักษณ์ภายนอกตรงส่วนฝาหน้าจะเป็นสีขาวเรียบๆ เอเซอร์เรียกสีนี้ว่า “Seashell White” มีโลโก้ Acer อยู่มุมซ้ายบน ขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 259 x 185 x 33.4 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 1.18 กิโลกรัม

เมื่อเปิดขึ้นมาจะพบกับหน้าจอ WVGA ขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1,024 x 600 พิกเซล บริเวณด้านบนจะมีกล้องเว็บแคม ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซลติดอยู่ ถัดจากแว็บแคมมาทางซ้ายจะมีรูไมโครโฟน บริเวณล่างของหน้าจอจะมีสัญลักษณ์ acer อยู่เช่นเดียวกับหลายๆรุ่น

ถัดลงมาบริเวณข้อต่อ จะยึดอยู่มุมซ้ายและขวาของเครื่องเท่านั้น ที่บริเวณข้อต่อทางด้านขวาจะมีตัวอักษร ‘ASPIRE ONE’ ถัดลงมาบริเวณเหนือคีย์บอร์ดทางฝั่งซ้าย จะมีปุ่มเปิด - ปิด บลูทูธ ไฟแสดงสถานะการทำงานของซีพียู ฮาร์ดดิสก์ ส่วนทางฝั่งขวาจะมีปุ่มเปิดเครื่องสีเงินล้อมรอบด้วยพลาสติกสีเขียวดูโดดเด่น

 ในส่วนของแป้นคีย์บอร์ดบริเวณ 4 แถวกลางจะมีขนาดปกติแต่ไม่ถึงกับใหญ่เท่าคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กทั่วไป แต่บริเวณแถวบนสุด รวมไปถึงบริเวณปุ่มลูกศรจะมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของปุ่มปกติ ส่วนปุ่มคำสั่งอื่นๆ ก็มีขนาดลดหลั่นกันไป
       

       ถัดลงมาเป็นทัชแพด ที่มีรูปร่างเปลี่ยนไปจากรุ่นเก่า กล่าวคือจากรุ่นเดิมที่ปุ่มคลิกเมาส์ซ้าย - ขวา จะอยู่บริเวณด้านข้าง แต่ในรุ่นนี้กลับมาเป็นทัชแพดแบบปกติ โดยจะมีลูกเล่นพิเศษที่มาจากซอฟต์แวร์ synaptic ในการใช้งานแบบมัลติทัช ช่วยอำนวยความสะดวก ซึ่งการใช้งานในจุดนี้จะกล่าวในภายหลัง
       
       การทดลองใช้งานคีย์บอร์ดของ แอสปายวัน ถือว่าอยู่ในระดับที่พัฒนาขึ้นจากรุ่นเดิม แม้ขนาดของคีย์บอร์ดจะไม่ได้ใหญ่ขึ้นมากนัก แต่การตอบสนองของคีย์บอร์ดทำได้ดี ในส่วนของทัชแพดด้วยความที่มีขนาดเล็ก เวลาใช้งานถ้านิ้วไปอยู่บริเวณแถบ Scroll Whell จะกลายเป็นการเลื่อนขึ้นลงแทน ทำให้มีปัญหาเวลาใช้งาน

เมื่อพลิกกลับมาด้านหลังเครื่อง จะเห็นว่าบริเวณมุมทั้ง 4 ของเครื่องจะมีขายื่นออกมาจากตัวเครื่อง เพื่อยกให้เครื่องสูงขึ้นจากโต๊ะเวลาวางโน้ตบุ๊ก บริเวณด้านขวา(จากรูป) จะมีพัดลมระบายอากาศติดอยู่ ส่วนที่เห็นเป็นรูๆ อยู่ด้านล่างนั้นจะมีทั้งส่วนที่เป็นช่องระบายอากาศและลำโพงสเตอริโอ
       
       ซึ่งจากขาทั้ง 4 ข้างที่ยื่นขึ้นมานี้จะช่วยให้เครื่องมีการระบายความร้อนได้ดีขึ้น รวมไปถึงช่วยขับพลังเสียงจากลำโพงที่อยู่ด้านใต้เครื่อง ต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทางเอเซอร์พัฒนาขึ้นมา

เอชพี ทำเก๋ ทาบทาม “วิเวียน แทม” อัพลุ๊คเน็ตบุ๊ก mini 1000

Thursday, February 5th, 2009

เอชพีเอาใจคนรักดีไซน์และความหรูหราด้วย HP mini 1000 โฉมใหม่ที่ได้รับการตกแต่งจากดีไซน์เนอร์ระดับโลก วิเวียน แทม ด้วยสไตล์ “Digital Clutch”

วิเวียน แทม เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับการทาบทามจากเอชพี ให้มาร่วมสร้างสรรค์โน้ตบุ๊ครุ่นพิเศษนี้ ไอเดียการออกแบบของดิฉันก็บรรเจิดขึ้นมาทันที โน้ตบุ๊ครุ่นนี้เป็นการสะท้อนความต้องการอย่างแท้จริงของผู้หญิงยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องแฟชั่น แต่ก็ยังหลงใหลในเรื่องเทคโนโลยีไม่แพ้กัน ดิฉันจึงอยากออกแบบโน้ตบุ๊คที่โดนใจผู้หญิงทุกวัย ทุกเชื้อชาติ และทุกระดับรายได้ทั่วโลก”

HP Mini 1000 Vivienne Tam Edition สะดุดสายตาทุกคู่ด้วยรูปลักษณ์สีแดงสด ดีไซน์การออกแบบรูปดอกโบตั๋นของมินิโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ มีความโดดเด่นจากการผสมผสานเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเอเชียเข้ากับวัฒนธรรมตะวันตก สไตล์อันเก่าแก่เข้ากับสไตล์สมัยใหม่ และเทคโนโลยีเข้ากับแฟชั่น โดยดีไซน์ดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากสไตล์ ไชน่า ชีค “China Chic” ของวิเวียน แทม ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ที่อยู่ในแวดวงแฟชั่นในมิลานไปจนถึงถนนสายแฟชั่นของมหานครโตเกียว นอกจากนี้ยังสื่อถึง เคล็ดลับส่วนตัวของเธอในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสวยงาม โดยในวัฒนธรรมจีน ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ที่มีความสวยงาม  เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภ และความสุขสมหวัง กลีบดอกที่มีลักษณะ   ทับซ้อนกันหลายชั้นเปรียบดังผู้หญิงสมัยใหม่ที่ฉลาด รู้จักแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองผ่านสไตล์อันมีเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาถักทอเป็นอาภรณ์ประดับชีวิตให้ครบรสและมีแง่มุมที่หลากหลาย

ผลิตภัณฑ์มินิโน้ตบุ๊ค HP Mini 1000 Vivienne Tam Edition ราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และจะมีวางจำหน่ายในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ที่เซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลเวิร์ล และเซน

ข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th

โตชิบา ปูพรมโน้ตบุ๊กทุกกลุ่ม ส่งเน็ตบุ๊กกวาดแชร์ตลาดล่าง

Thursday, November 27th, 2008

“โตชิบา” ชูกลยุทธ์ขยายไลน์โปรดักต์โน้ตบุ๊กให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เผยไอดีซีฟันธงปีหน้าตลาดโน้ตบุ๊กไทยจะใหญ่สุด ในอาเซียน ถือเป็นตลาดสำคัญต้องเพิ่ม ส่วนแบ่งตลาดให้ได้ 10% พร้อมเปิดตัว “เน็ตบุ๊ก” NB100 รองรับการขยายมาร์เก็ตแชร์ในตลาดล่างได้มากขึ้น

นางหว่อง ไว มิง รองผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ บริษัท โตชิบา สิงคโปร์ เปิดเผยแนวทางการทำตลาดโน้ตบุ๊กในประเทศไทยปี 2552 ว่า บริษัทจะ เน้นการเพิ่มไลน์สินค้าให้มีความหลากหลายในทุกระดับราคาเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในตลาด รวมทั้งการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้มากขึ้น ซึ่งสินค้าใหม่ๆ ที่จะออกสู่ตลาดนั้นจะยังคงเน้นจุดขายในเรื่องของเทคโนโลยี และเพิ่มเรื่องดีไซน์บางเบาให้สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่สะดวกในการพกพา

“ในประเทศไทยตอนนี้โตชิบามีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 รองจากเอเซอร์และ เอชพี โดยมีส่วนแบ่งอยู่ 8.1% ซึ่งแม้จะอยู่ ในอันดับที่น่าพอใจ แต่เรามองว่าสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์เราน้อยไปหน่อย ดังนั้นจึงต้องเพิ่มส่วนแบ่งให้ได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 10% ในปีหน้า”

ล่าสุดโตชิบาได้เปิดตัวโน้ตบุ๊กใหม่อีก 3 รุ่น ประกอบด้วย รุ่น R600, A600 และ NB100 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม netbook ซึ่งโตชิบาต้องการนำเข้ามาทำตลาดในกลุ่ม ลูกค้าใหม่ๆ ที่ต้องการเครื่องราคาต่ำกว่า 20,000 บาท และจะเป็นรุ่นที่เข้ามาเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้สูงขึ้น โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ที่มีโน้ตบุ๊กปกติอยู่แล้ว และต้องการโน้ตบุ๊กที่มีความสะดวกในการพกพา แต่ฟังก์ชันทางด้านการเชื่อมต่อครบครันมาใช้งานเป็นเครื่องที่สอง 2.กลุ่ม ผู้ที่ใช้งานโน้ตบุ๊กเป็นเครื่องแรก และ 3.กลุ่มที่ต้องการโน้ตบุ๊กราคาประหยัด

ทั้งนี้การเข้ามาทำตลาดในกลุ่มสินค้าเน็ตบุ๊ก โตชิบามองว่าจะไม่ทำให้เสียหายของความเป็น high end brand และหวังว่า ผู้บริโภคจะเข้าใจว่านี่คือการขยายไลน์สินค้า และมีแพลตฟอร์มใหม่ๆ (NB100) ออกสู่ตลาด ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น

โดย NB100 ของโตชิบา ขนาดหน้าจอ 8.9 นิ้ว RAM 1 GB ฮาร์ดดิสก์ 120 GB รอง รับการเชื่อมต่อ Wi-Fi บลูทูท 2.1 นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน LED blacklight ซึ่งจะลด การใช้แสงเมื่อมีการใช้งานกลางแจ้ง และฟังก์ชัน sleep and charge ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือโดยการเชื่อมต่อเข้ากับโน้ตบุ๊ก แม้ในเวลาที่โน้ตบุ๊กไม่ได้ต่อเชื่อมกับปลั๊กไฟก็ยังชาร์จได้ เบื้องต้นตั้งราคาขายไว้ที่ 16,900 บาท โดยเริ่มจำหน่ายในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับ PORTEGE รุ่น R600 และ A600 เป็นโน้ตบุ๊กในระดับ hight end ราคา 100,900 บาท และ 60,900 บาทตามลำดับจะเข้ามาทำตลาดในช่วงต้นปีหน้า

“จากการคาดการณ์ของ IDC คาดว่า ปี 2552 ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีผู้ใช้งานโน้ตบุ๊กมากที่สุดในอาเซียน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดสำคัญที่โตชิบาต้องรุกหนักมากขึ้น เราตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดในไทยจะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 10% ซึ่งจะเป็นยอดขาย netbook ไม่มากนัก เพราะตลาดหลักของโตชิบาจะอยู่ที่กลุ่มราคา 25,000-40,000 บาท”

ส่วนปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการเมืองไม่มีเสถียรภาพนั้น นางหว่องกล่าวว่า โตชิบารับรู้ในปัจจัยเหล่านี้แต่ เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่เชื่อว่า ตลาดยังคงมีความต้องการอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคไม่กล้าใช้จ่าย ดังนั้นโตชิบาจะพยายามออกสินค้าใหม่ๆ มากระตุ้นความต้องการ รวมทั้งโฟกัสไปที่ตลาดหัวเมืองใหญ่ๆ ตามต่างจังหวัดซึ่งยังคงมีอัตราการเติบโตของยอดขายสูงอยู่

โดย : ข่าวไอที

“เน็ตบุ๊ก” ครองเมือง ใครไม่มีตกยุค

Friday, November 21st, 2008

กระแส “เน็ตบุ๊ก” สุดร้อนแรงค่ายคอมพ์เปิดโปรดักส์ชิงตลาดเต็มรูปแบบ
       
        ของจริงบทพิสูจน์เกมการตลาดที่ต้องชิงไหวชิงพริบตอบสนองคนรุ่นใหม่
       
        ใครไม่อยากตกยุคต้องมี อนาคตไม่ต่างจากปรากฏการณ์มือถือที่ทุกคนต้องพกพา
       
        “เราเห็นเหตุการณ์การใช้โทรศัพท์มือถือที่มีผู้ใช้มือถือกันแทบทุกคนในปัจจุบัน เน็ตบุ๊กก็เช่นกันกำลังสร้างแรงจูงใจให้คนมีคอมพิวเตอร์พกพาไว้ใช้ติดตัว”
       
        เป็นคำกล่าวของเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด และว่า ปรากฎการณ์กระแสความนิยมของเน็ตบุ๊กในปีนี้ทั่วโลกคาดการณ์ว่าน่าจะจบที่ตัวเลขประมาณ 10 ล้านเครื่อง และปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าที่มีการคาดการณ์ว่าเน็ตบุ๊กทั่วโลกน่าจะทะลุ 40 ล้านเครื่อง
       
        ภาพกระแสความต้องการใช้งานเน็ตบุ๊กเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนขณะนี้เรียกได้ว่าครองเมือง เนื่องจากสามารถตอบสนองความต้องการของ “ซิตี้ไลฟ์สไตล์” ได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมวันนี้ค่ายคอมพิวเตอร์ทุกค่ายได้ทุ่มเทเต็มที่กับการทำตลาดเน็ตบุ๊ก
       
        อย่างในงานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2008 ที่เพิ่งจะปิดฉากไปเมื่อวันที่ 13-16 พฤศจิกายนที่ผ่าน เน็ตบุ๊กคือพระเอกตัวจริงของงานที่ช่วยสร้างยอดขายให้กับสินค้าโน้ตบุ๊กจนมียอดการซื้อรวมถึง 42,000 เครื่องภายในระยะเวลาเพียง 4 วันจาก 9 ค่ายคอมพิวเตอร์
       
        ในช่วงนี้จึงมีผลิตภัณฑ์ใหม่ของเน็ตบุ๊กออกมาวางจำหน่ายไว้ล่อตาล่อใจผู้ซื้อที่กำลังมองหาอุปกรณ์ไฮเทคตัวนี้มาไว้ใช้งาน ซึ่งแต่ละค่ายมีจุดเด่นจุดต่างในเรื่องของเกมการตลาดและผลิตภัณฑ์ และนี่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญอีกครั้งของวงการไอทีว่าใครจะเหนือกว่าใครในการแข่งขันในตลาดเน็ตบุ๊ก

โดย : ข่าวไอที

เน็ตบุ๊กเลอโนโวไม่น้อยหน้าใคร

Monday, November 17th, 2008

ผู้อ่านคงทราบดีแล้วว่ากระแสโน้ตบุ๊กตัวเล็กสเปกพอไปวัดไปวาที่เรียกว่า เน็ตบุ๊ก ยังร้อนแรงไม่หยุด

หนึ่งปีเต็มนับตั้งแต่อัสซุสเปิดตัวอีพีซี701 ครั้งแรกในงานคอมมาร์ทปีก่อน สร้างปรากฏการณ์เน็ตบุ๊กฟีเวอร์ไปทั่ว สุดท้ายผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายอื่นอดรนทนไม่ได้ต้องออกเน็ตบุ๊กมาแย่งตลาดบ้าง 

เอเซอร์(แอสไปร์วัน) เดลล์ (อินสไปรอน มินิ 9) เอสพี (มินิโน้ต) และเลอโนโว (ไอเดียแพด) รู้อยู่เต็มอกว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊กเป็นดาบสองคมสำหรับตัวเอง เพราะอาจเปิดทางเลือกให้ผู้ใช้หันไปซื้อเน็ตบุ๊กที่มีราคาถูกแทนโน้ตบุ๊ก 

แม้จะปากแข็งว่าเน็ตบุ๊กและโน้ตบุ๊กเป็นคนละตลาดกันก็ตามแต่ยามที่เศรษฐกิจลุ่มๆ ดอนๆ และไม่รู้ว่าราคาน้ำมันลดลงให้ดีใจเล่นได้นานอีกแค่ไหน ผู้บริโภคจะซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่องคงต้องเลือกตัวที่คุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานมากว่าสเปกแรง แต่ใช้แค่พิมพ์งาน เข้าอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่มีเครื่องตั้งโต๊ะ หรือมีโน้ตบุ๊กใช้งานอยู่แล้ว แต่อยากได้เครื่องที่มันเล็กกะทัดรัดไว้พกใช้งานข้างนอกได้สะดวก

เนื่องจากเน็ตบุ๊กรุ่นที่กล่าวมีสเปกใกล้เคียงกันซีพียูก็อินเทล อะตอมเหมือนกัน (ยกเว้นเอชพี) หน้าจอรุ่นใหม่ 8.9 นิ้วเท่ากัน บางค่ายเริ่มส่งตัวจอ 10 นิ้วมาชิมลางบ้างแล้ว ขนาดฮาร์ดดิกส์ก็สูสี ช่องเสียบอุปกรณ์พ่วงต่อไม่ได้มากมายกว่ากันจนชิงความได้เปรียบ รวมไปถึงไวไฟ เว็บแคม มีบ้างที่บางรุ่นไม่มีบลูทูธ แต่ก็ไม่สำคัญนักหากดีไซน์ดี

คนใช้เน็ตบุ๊กหลายคนมองตรงกันว่าสิ่งที่พวกเขาพิจารณาเป็นอันดับแรกคือ แบตเตอรี่ที่มีตั้งแต่ 3 เซลล์ 6 เซลล์ และบิกเบิ้ม 9 เซลล์ ใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง แต่ขนาดใหญ่ขึ้นตามจำนวนเซลล์

ไอเดียแพดเอส และ เอส ของเลอโนโวอาจได้เปรียบคู่แข่งอื่นในด้านดีไซน์ แต่ยังเป็นรองในเรื่องแบตเตอรี่ที่มาเพียง 3 เซลล์ จากการทดสอบใช้งาน มันยืนหยัดอยู่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมงในกรณีไม่ใช้ไวไฟ และบลูทูธ หากเกิดใช้งานเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายไปด้วยแบตเตรี่จะหมดเร็วขึ้น 

ถ้าไม่นับจุดอ่อนเรื่องพลังแบตเตอรี่แล้วการออกแบบเน็ตบุ๊กไอเดียแพดทำได้ลงตัว ดูมีชาติตระกูล หน้าจอแบบ ”แบ็กลิต” จอกว้างรองรับการชมภาพยนตร์ 16:9 ได้ และยังกินไฟน้อยกว่าจอแอลซีดีรุ่นธรรมดา แป้นคีย์บอร์ดมาตรฐาน แม้บางปุ่มอาจผิดที่ผิดทางไปบ้าง ใช้ไปสักพักค่อยปรับตัวได้ ระบบเสียงยังเบาไปหน่อย ถ้าหน้าจอกว้างเปิดทำมุมได้มากกว่านี้คงเยี่ยมไปเลย

โดยสรุปไอเดียแพดไม่น้อยหน้าใคร แต่เนื่องจากเป็นน้องใหม่ หากเรียกใจลูกค้าด้วยพลังแบตอึดเต็มพิกัด แม้มาทีหลังก็ดังกว่าได้ สำหรับ ”ไอทีโซน” เทใจให้ เอส 10 ไปเรียบร้อยแล้ว

โดย : ข่าวไอที

เลอโนโว ส่ง ไอเดียแพด แจมตลาดเน็ตบุ๊ก

Sunday, November 9th, 2008

เลอโนโว ส่ง “ไอเดียแพด” แจมตลาดเน็ตบุ๊ก พร้อมจับมือ ทรู และไมโครซอฟท์ ปั้นแพ็คเกจเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตราคาโดนใจ ระบุไอดีซี ชี้ ตลาดเน็ตบุ๊กในอีก 6 ปีข้างหน้าโต 21 เท่าจากปัจจุบัน
  
นายภิญโญ สงวนเศรษฐกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย (ฝ่ายธุรกิจคอมซูมเมอร์)  บริษัท เลอโนโว ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า  ไอดีซีคาดการณ์ว่า ตลาดเน็ตบุ๊กในอีก 6 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2555) จะมีการเติบโตถึง 21 เท่า มียอดจำหน่ายสูงถึง 9.2 ล้านเครื่อง ดังนั้น เลอโนโว จึงเปิดตัวเน็ตบุ๊กภายใต้ซับแบรนด์ใหม่ “ไอเดียแพด” (IdeaPad) เพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป เบื้องต้นเปิดตัว 2 รุ่น ได้แก่ ไอเดียแพด เอส9 และ ไอเดียแพด เอส10 หน้าจอขนาด 8.9 นิ้ว และ 10.2 นิ้ว ตามลำดับ
 
นายภิญโญ กล่าวต่อว่า ครั้งนี้เป็นการเปิดตัวเน็ตบุ๊กของเลอโนโวสู่ตลาดไทยครั้งแรก โดยสร้างจุดเด่น จับมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดแพ็คเกจเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายทรู ได้แก่ ไว-ไฟ เอจด์ และจีพีอาร์เอส  ไว้หลากหลายโปรโมชั่นตามความต้องการของผู้ใช้ ขณะที่บริษัท ไมโครซอฟท์ได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ Microsoft Windows XP Home Edition และ Microsoft Office Home and Student 2007 ไว้ในเน็ตบุ๊ก โดยมีตัวอย่างข้อสอบโอเน็ต-เอเน็ตในปีเก่าๆ ให้ดาวน์โหลดมาทดลองทำ
 
สำหรับคุณสมบัติของเน็ตบุ๊ก ไอเดียแพด เอส9 และ เอส10 มีความหนาของตัวเครื่องเพียง 1 นิ้ว หน้าจอแบบแอลอีดี ช่วยประหยัดพลังงานทำให้ใช้งานได้นานกว่าเน็ตบุ๊กทั่วไป สามารถสั่งงานแบบระบบมัลติทัช คอนโทรล รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านไว-ไฟ บลูทูธ และเอ็กซ์เพรส การ์ด มีกล้องเว็บแคม ประมวลผลด้วยอินเทล อะตอม หน่วยความจำในตัวเครื่อง 1 GB และฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟความจุ 160 GB มีให้เลือก 4 สี คือ ขาว ดำ ชมพู และแดง (จำนวนจำกัด) ราคา 18,900 บาท
 
ทั้งนี้ เลอโนโวมองว่าตลาดโน้ตบุ๊กที่มีราคาต่ำกว่า 2 หมื่นบาท จะมียอดจำหน่ายลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับเน็ตบุ๊กมากกว่า เพราะมีขนาดเล็ก และพกพาง่าย ขณะที่ตลาดโน้ตบุ๊กที่มีราคาสูงกว่า 2.5 หมื่นบาทจะยังมียอดจำหน่ายสูง ปัจจุบันเลอโนโวมียอดจำหน่ายพีซีเป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 4 ในไทย

โดย : ข่าวไอที

ไมโครซอฟท์กำไรเพิ่ม 2% บอกความนิยมเน็ตบุ๊กทำวิสต้าไม่โต

Tuesday, October 28th, 2008

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศตัวเลขกำไรไตรมาสเดือนกรกฎาคม-กันยายนกำไรเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ ผลจากลูกค้าองค์กรซื้อไลเซนส์แอปพลิเคชันสำหรับเซิร์ฟเวอร์ใหม่และแคมเปญใหม่อื่นๆ ยอมรับว่าความนิยมของเน็ตบุ๊กทำให้ตลาดของ Windows Vista ไม่เติบโตอย่างที่หวังไว้
       
       กำไรของไมโครซอฟท์ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมามีมูลค่ารวม 4.37 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 48 เซ็นต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 4.29 พันล้านเหรียญหรือ 45 เซ็นต์ต่อหุ้นที่ทำได้ในปีที่แล้ว ดีกว่าที่นักวิเคราะห์พยากรณ์ไว้ 47 เซ็นต์ต่อหุ้น
       
       ยอดขายของไมโครซอฟท์ในนั้นเพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซ็นต์เป็น 15,100 ล้านเหรียญ โดยคาดว่าไตรมาสปัจจุบันจะทำยอดขายได้ไม่ดีเท่าไตรมาสก่อนหน้า กลุ่มที่ไมโครซอฟท์เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบที่สุดคือกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กหรือ SMB ซึ่งวางแผนการลงทุนในระยะสั้นเดือนต่อเดือน
       
       ไมโครซอฟท์ให้ข้อมูลว่า รายได้จากธุรกิจซึ่งทำสัญญาข้ามปีนั้นเพิ่มขึ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รายได้จากธุรกิจซอฟต์แวร์สำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์เพิ่มผลิตผลองค์กรของไมโครซอฟท์เติบโตขึ้น โดยกำไรในส่วนธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์เป็น 1.2 พันล้านเหรียญ
       
       กำไรในส่วนผลิตภัณฑ์ Office นั้นเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 3.3 พันล้านเหรียญ ขณะที่ระบบปฏิบัติการ Windows กลับลดลง 4 เปอร์เซ็นต์เหลือ 3.3 พันล้านเหรียญเช่นกัน จุดนี้ไมโครซอฟท์ระบุว่าเป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น
       
       ไมโครซอฟท์ยังบอกด้วยว่ากระแสผู้บริโภคนิยมเน็ตบุ๊ก หรือโน้ตบุ๊กตัวเล็กราคาประหยัดสมคุณภาพ ทำให้ตลาดของ Windows Vista ไม่เติบโตอย่างที่ไมโครซอฟท์หวังไว้ เนื่องจากเงื่อนไขด้านราคาและประสิทธิภาพเครื่องที่ไม่แรงพอสำหรับ Vista โดยรายได้จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีอย่าง Dell และ Hewlett-Packard นั้นลดลง 1 เปอร์เซ็นต์ เพราะบริษัทเหล่านี้ซื้อไลเซนส์จากไมโครซอฟท์ในสัดส่วนที่น้อยลง จุดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่า ไมโครซอฟท์จะต้องออกมาลดราคา Vista ลงในอนาคตเพื่อเอาใจผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซี
       
       ธุรกิจออนไลน์ของไมโครซอฟท์นั้นขาดทุนมากที่สุด 480 ล้านเหรียญ จากปีที่แล้วที่ขาดทุนไป 270 ล้านเหรียญ เหตุเพราะไมโครซอฟท์ทุ่มเงินลงทุนไปกับธุรกิจนี้มาก อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจโฆษณาออนไลน์ในไตรมาสนี้ของไมโครซอฟท์นั้นดีขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไมโครซอฟท์คุยว่ามีรายได้จากธุรกิจนี้มากกว่ายาฮูแล้วในขณะนี้
       
       ไตรมาสเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ไมโครซอฟท์คาดว่าจะทำกำไร 51-53 เซ็นต์ต่อหุ้น บนยอดขาย 17,300-17,800 ล้านเหรียญ ต่ำกว่านักวิเคราะห์ที่คาดว่าไมโครซอฟท์จะทำได้ 55 เซ็นต์ต่อหุ้น ยอดขายรวม 18,000 ล้านเหรียญ

โดย : ข่าวไอที

เน็ตบุ๊ก-ไวแมกซ์ แรงจริง?

Tuesday, October 21st, 2008

ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเราได้ใช้ WiMax กันแล้ว แต่บ้านเรายังต้องรอกันไปก่อน รายงานข่าวล่าสุด มาจากเว็บไซต์นิตยสาร Laptop Magazine ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอทดสอบการใช้งานเน็ตบุ๊ก Acer Aspire One รุ่นใหม่ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย WiMax ได้แล้ว

แม้ทางเอเซอร์จะยังไม่ได้ประกาศเปิดตัว Acer Aspire One เวอร์ชัน WiMax ก็ตาม แต่นิตยสาร Laptop Magazine ก็ได้ทดลองใช้เน็ตบุ๊กรุ่นดังกล่าวแล้ว ซึ่งประสิทธิภาพความเร็วในการเชื่อมต่อที่ได้ยังไม่ถือว่าตื่นเต้นนัก โดยการทดสอบมีขึ้นที่บัลติมอร์ WiMax Acer Aspire One สามารถให้ความเร็วในการดาวน์โหลดได้ที่ 6.7Mbps ในขณะที่ความเร็วของการอัพโหลดจะอยู่ที่ 2.8Mpbs

หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ด้วยความเร็วของการเชื่อมต่อไร้สาย WiMax บน Acer Aspire One รุ่นใหม่ ผู้ใช้จะเริ่มเห็นหน้าเว็บของ New York Times ภายใน 7 วินาที และโหลดได้เต็มหน้าอย่างสมบูรณ์ภายใน 15 วินาที ในขณะที่หากเป็นการดาวน์โหลดวิดีโอ โดยในการทดสอบพบว่า WiMax Acer Aspire One สามารถดาวน์โหลดคลิปวิดีโอที่สตรีมมิ่งเข้ามาจนเริ่มเล่นได้อย่างต่อเนื่องหลังจากใช้เวลาโหลดบัฟเฟอร์ 20 วินาที

คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า WiMax บนเน็ตบุ๊กจะทำงานได้ หรือไม่? แต่มันอยู่ที่ว่า ผู้ใช้จะยอมจ่ายค่าบริการที่ยังค่อนข้างสูง(30 -40 เหรียญฯ) ต่อเดือนในการเชื่อมต่อเน็ตด้วยเน็ตบุ๊กที่ไม่ใช่เครื่อง่คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานหลักด้วยความเร็วที่ไม่ได้เร็วนัก ในขณะที่ผู้ใช้ได้จ่ายค่าบริการ 3G สำหรับสมาร์ทโฟน อีกทั้งเน็ตความเร็วสูงที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ในบ้านอยู่แล้ว

โดย : ข่าวไอที

ผู้ค้าไอทีแลกหมัดชิงตลาดท้ายปี อาจถึงขั้นซื้อโน้ตบุ๊กแถมเน็ตบุ๊ก

Thursday, October 2nd, 2008

จับตาตลาดไอทีโค้งสุดท้าย ผู้ผลิตบิ๊กเนมสาดราคาสร้างยอด-มาร์เก็ตแชร์ทิ้งทวน เอเซอร์ ระบุโน้ตบุ๊กไตรมาส 4 ราคาหล่นเหลือ 15,000 บาท จากเดิม 19,000 บาท ประกาศลุยตลาดเน็ตบุ๊กเต็มตัว ขณะที่อินเทล เชื่อผู้ค้างัดกลยุทธ์ลดแลกแจกแถมลุยมันหยดยกสุดท้าย ระบุอาจเห็นภาพซื้อโน้ตบุ๊กแถมเน็ตบุ๊ก ด้านเอชพี-อัสซุส เชื่อตลาดระอุคู่แข่งดัมพ์ราคาระบายสต๊อก

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการตลาดอาวุโส บริษัทเอเซอร์คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะเห็นคอมพิวเตอร์พกพา หรือโน้ตบุ๊ก รุ่นที่ใช้ตัวประมวลผลอินเทล เซลเลอรอน มีระดับราคาจำหน่ายเริ่มต้น 15,000-17,000 บาท จากเดิมราคาประมาณ 19,000 บาท ขณะที่รุ่นที่ใช้ตัวประมวลอินเทลคอร์ทูดูโอ มีราคาจำหน่ายเบื้องต้น 20,000 บาท จากเดิมราคาจำหน่ายประมาณ 28,000-29,000 บาท

ทั้งนี้เป็นผลมาจากการแข่งขันของผู้ผลิตที่มีการลดราคาสินค้าลงมาเพื่อช่วงชิงยอดขาย และส่วนแบ่งตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนจากเทคโนโลยีเซนทริโน มาเป็นเซนทริโนทูด้วย ทำให้ผู้ผลิตเครื่องโน้ตบุ๊กเทคโนโลยี

เซนทริโนมีราคาลดลงเพื่อให้ผู้ผลิตได้ระบายเทคโนโลยีดังกล่าวออกสู่ตลาด

ส่วนแนวโน้มตลาดไตรมาสสุดท้ายคงมีการชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ทั้งนี้เป็นผลจากภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และปัญหาการเมือง รวมถึงผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินในสหรัฐฯ ที่มีผลด้านจิตวิทยา ทำให้ผู้บริโภค ชะลอการจับจ่ายใช้สอยลงไป หรือมองหาทางเลือกที่มีราคาประหยัดแต่สามารถใช้งานทดแทนได้ ซึ่งอาจเห็นภาพการซื้อคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก หรือเน็ตบุ๊กงานแทนโน้ตบุ๊ก ขณะที่ผู้ผลิตแต่ละรายจะมุ่งไปที่การนำสินค้าเข้าจัดโปรโมชันราคาพิเศษภายในงานใหญ่ 2 งานช่วงปลายปี คือ คอมเวิลด์ และคอมมาร์ต โดยถือเป็นช่องทางระบายสินค้าและผลักดันส่วนแบ่งตลาดช่วงปลายปี”

นายนิธิพัทธ์ กล่าวย้ำว่าจากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้บริษัทจะหันไปมุ่งเน้นการทำตลาดเน็ตบุ๊กมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้ต้องถือว่าเป็นผู้ผลิตที่มีความพร้อมทางด้านโปรดักต์มากสุดในตลาด โดยในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม จะมีสินค้าเข้ามาเสริมไลน์ ทั้งในส่วนของเทคโนโลยีใหม่ ที่สามารถรองรับการใช้งาน 3 จี และมีฮาร์ดดิสก์ให้เลือกหลายขนาดความจุ รวมถึงมีสีให้เลือกครบทุกสี ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากตลาดมากขึ้น ส่วนทางด้านกิจกรรมนั้นนอกจากการเข้าร่วมจัดโปรโมชันในงานคอมเวิลด์ และคอมมาร์ต แล้วบริษัทยังมีแผนจัดกิจกิจกรรมส่งเสริมการขายหน้าร้านเพื่อช่วยผลักดันยอดขายให้กับร้านค้าด้วย

“ตอนนี้ผู้ผลิตสินค้าคอนซูเมอร์เริ่มสั่งเน็ตบุ๊กไปจัดกิจกรรมชิงโชคช่วงเทศกาลปลายปี ทำให้เรายิ่งมั่นใจในตลาดเน็ตบุ๊ก ที่น่าจะมีแนวโน้มน่าไปได้ดี ทำให้ช่วงปลายปีนี้เราจะเน้นทำตลาดไปยังตัวเน็ตบุ๊กมากขึ้น”

ด้านนายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดไอที ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะมีการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างผู้ผลิตเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และเร่งทำยอดปิดปลายปี

ทั้งนี้จะเห็นการแข่งขันรุนแรงในงานคอมเวิลด์ และคอมมาร์ต ที่เป็นช่องทางระบายสินค้าที่เหลืออยู่ในปีนี้ โดยอาจเห็นโปรโมชัน ซื้อโน้ตบุ๊ก แถมเน็ตบุ๊ก หรือ ซื้อพีซีแถมเน็ตบุ๊ก รวมถึงโปรโมชันราคาที่น่าสนใจ ซึ่งโดยรวมแล้วมองว่าการแข่งขันของผู้ผลิตน่าจะเกิดประโยชน์กับผู้บริโภคโดยตรง

ขณะที่นายปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันนัล ซิสเต็มส์ กรุ๊ป (พีเอสจี) บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้มองว่าการแข่งขันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผู้ผลิตแต่ละรายจะต้องทำการบ้าน หรือ จัดโปรแกรมการตลาด เพื่อฉกฉวยโอกาส ในการสร้างยอดขาย และส่วนแบ่งตลาดปีนี้

“มีความเป็นไปได้ ที่ในงานคอมเวิลด์ และคอมมาร์ตจะเห็นรุ่นที่ใช้ตัวประมวลผลคอร์ทูดูโอ ทำโปรโมชันราคาลงมาเหลือ 20,000 บาท จากเดิมเราขายราคาเริ่มต้นที่ 25,900 บาท ส่วนรุ่นที่เป็นเซลเลอรอนนั้นที่มีราคา 15,000 บาท ไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่เป็นกลไลตลาดผลักดันให้ราคาลงมา”

อย่างไรก็ตามขณะที่คู่แข่งทุกรายลงไปเล่นตลาดเครื่องราคาต่ำ หรือ พวกเครื่องเน็ตบุ๊ก นั้นเอชพีค่อนข้างมีความได้เปรียบเพราะมีโปรดักต์ ครอบคลุมทุกราย ซึ่งเราพบว่าในตลาดเครื่องราคา 35,000-45,000 บาท ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ

ส่วน นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้จะมีผู้ค้านำของในสต๊อกออกมาจัดโปรโมชันลดราคาอย่างแน่นอน เนื่องจากไตรมาส 3 ตลาดค่อนข้างชะลอตัว ทำให้ผู้ผลิตหลายรายทำยอดได้ต่ำกว่าเป้าหมาย อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัทนั้นที่ผ่านมาค่อนข้างคุ้นเคยมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการสต๊อกสินค้า โดยมีการขยายตลาดออกไป มีการจัดโปรโมชันก่อนและหลังงานคอมเวิลด์และคอมมาร์ต ทำให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้ตลอดเวลา ส่วนกรณีการซื้อโน้ตบุ๊ก และแถมเน็ตบุ๊ก นั้น เป็นเพียงกิจกรรมที่สร้างสีสันในงานคอมเวิลด์เท่านั้นไม่ได้เป็นโปรโมชันหลักที่ผู้ผลิตนำมาจัดเพื่อระบายสินค้า
โดย : ข่าวไอที