นายนคร ตั้งสุจริตพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร บริษัท ฮิตาชิ โกลบอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากปัญหาการขนส่งทางอากาศที่หยุดชะงัก ทำให้วัตถุดิบเข้ามาไม่ได้ เพราะการสำรองวัตถุดิบจะทำประมาณ 1 วันครึ่งถึง 2 วัน บริษัทจึงสั่งหยุดการทำงานล่วงเวลาตั้งแต่วันอังคารที่ 25 พ.ย. แต่ช่วงเวลาปกติยังทำงานเช่นเดิม โดยมีวัตถุดิบสำรองพอจะทำงานได้ถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา วันเสาร์-อาทิตย์ปิดโรงงาน
“วัตถุดิบล็อตใหม่กำหนดเข้าวันอาทิตย์ และวันนี้ (1 ธ.ค.) จะเริ่มทำงานตามปกติ ส่วนการทำโอทีต้องพิจารณาถึงออร์เดอร์ที่จะเข้ามาหลังเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า หากยังมีต่อเนื่องก็จะเปิดทำ และอาจจะเลื่อนวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ไป จากที่วางแผนไว้ว่า ถ้าออร์เดอร์ไม่เข้า หรือถูกยกเลิกไปจะเริ่มหยุดยาวโดยเปิดให้พักร้อนตั้งแต่ 26 ธ.ค.2551-1 ม.ค.2552 ใครไม่มีวันหยุดเหลือก็ให้ขอยืมของปีหน้ามาใช้ได้” นายนคร กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าไฟฟ้าวันละเป็นหลักร้อยล้านบาท ค่ารถรับส่งพนักงานวันละ 2 แสนกว่าบาท จากปีที่ผ่านๆ มาบริษัทมักต้องทำงานกันจนถึงวันสุดท้าย รวมถึงทำงานล่วงเวลาด้วย ได้หยุดเพียงวันที่ 30 ธ.ค. และ 1 ม.ค. เพราะออร์เดอร์ที่เข้ามาจำนวนมาก
ส่วนการขนส่งสินค้าออกซึ่งปกติส่งทางอากาศเป็นหลัก บริษัทได้ปรับเป็นขนส่งทางบก แล้วไปต่อเครื่องบินที่ต่างประเทศแทน ซึ่งต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายประมาณ 20-30% และใช้เวลาเพิ่มขึ้น 2-3 วัน
ขณะนี้บริษัทกำลังศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ หากออร์เดอร์หายไป เพราะผู้ซื้อที่แม้จะวางแผนสั่งซื้อล่วงหน้านาน แต่สามารถยกเลิกได้ทันที และยังไม่ได้ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นแน่ชัด หากคาดว่าวันละเป็นหลักร้อยล้านบาท
“ผลกระทบคงไม่เกิดขึ้นทันที จะต้องดูปลายปีอีกที ที่แน่ๆ คือไตรมาส 4 คงไม่ได้ตามเป้า จาก 3 ไตรมาสแรกทำได้อย่างดีมาโดยตลอด พนักงานมีความหวังจะได้โบนัสที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปกติโรงงานจะจ่ายโบนัสตายตัวเดือนธ.ค. จำนวน 1 เดือนเต็ม และนำผลประกอบการของบริษัทกับผลการทำงานของพนักงานมาประเมินเพื่อจ่ายโบนัสเพิ่มขึ้นเดือนมี.ค. ก็ต้องทำความเข้าใจกับพนักงานที่มีอยู่” นายนคร กล่าว
พร้อมกันนี้ เขากล่าวด้วยว่า เรื่องออร์เดอร์น่าจะเป็นผลกระทบทั้งจากเศรษฐกิจโลก และความเชื่อมั่นต่อการส่งออกสินค้าได้ทันตามกำหนด ฉะนั้น ขณะนี้จึงยังไม่สามารถระบุว่าจะต้องลดกำลังการผลิตระดับใด
ฮิตาชิ มีพนักงานรวม 15,000 คนทั้งที่โรงงานศรีราชา และปราจีนบุรี มีรายได้ประมาณ 2,600 ล้านดอลลาร์ หรือ 91,000 ล้านบาทต่อปี
แหล่งข่าวจากบริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทคงได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับโรงงานอื่นๆ และได้ปรับเปลี่ยนวิธีการขนส่งเช่นเดียวกัน ก็ต้องยอมรับไปตามสภาพ
ปัจจุบัน ซีเกทจ้างแรงงานทั้งที่เทพารักษ์และนครราชสีมารวม 13,000 คน มีรายได้จากการส่งออกปีปิดงบประมาณ 2551 สิ้นสุด มิ.ย.ที่ผ่านมา 113,000 ล้านบาท
โดย : ข่าวไอที