Posts Tagged ‘’

ฮาร์ดแวร์โตต่ำสุดมากในรอบ10ปี

Monday, March 9th, 2009
 

ตลาดอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์อาการโคม่า ตัวเลขประมาณการปี 52 เติบโตแบบติดลบ มูลค่าการซื้อขายหดเหลือ 75,435 ล้านบาท ตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ10 ปี นายกฯเอทีซีเอ็ม คาดเลวร้ายสุดตลาดติดลบ 20-30% เหตุผู้เล่นรายใหญ่หายจากตลาด เชื่อโลคัล
แบรนด์ไทยไม่ตายแต่ไม่โต ด้านผู้ค้าคอมพ์ทำใจดีสู้เสือ รอดูสถานการณ์งานคอมมาร์ต

ภายหลังจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) และเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทยหรือซอฟต์แวร์ปาร์ค ออกมาประกาศตัวเลขผลการสำรวจตลาดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารในประเทศ โดยระบุว่าตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์จะมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 75,435 ล้านบาท ชะลอตัวลดลง 0.4% โดยปีที่ผ่านมาตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์มีมูลค่าการซื้อขาย 75,720 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ตลาดมีการเติบโตแบบติดลบ หรือเติบโตศูนย์เปอร์เซ็นต์

++*โลคัลแบรนด์ไม่ตายแต่ไม่โต

ต่อกรณีดังกล่าวนั้นนายวิบูลย์ ว่อง นายกสมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย หรือ เอทีซีเอ็ม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หากมองในแง่ดี ตัวเลขตลาดฮาร์ดแวร์ปีนี้คงจะไม่เติบโตขึ้นตามผลสำรวจดังกล่าว แต่หากมองในแง่ร้าย คาดว่าตลาดจะหดตัวลงไป 20-30% เห็นได้ว่าในตลาดคอมพิวเตอร์โลคัลแบรนด์นั้นรายใหญ่ๆล้มหายตายจากไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงรายที่ประกอบเครื่องเข้าโครงการงานประมูลภาครัฐ และเอกชนเท่านั้น

“เชื่อว่าคอมพิวเตอร์โลคัลแบรนด์ถึงไม่ตายแต่ก็ไม่โต โดยยังมีตลาดที่ต้องการคอมพิวเตอร์ประกอบอยู่บ้าง ส่วนผู้ประกอบการเองจะต้องปรับตัว เพื่อความอยู่รอด ตอนนี้ก็เริ่มเห็นบางรายไปทำธุรกิจใหม่แล้ว”

นอกจากนี้ นายวิบูลย์ กล่าวอีกว่า เท่าที่มีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่กำลังมีนโยบายส่งเสริมการใช้งานคอมพิวเตอร์ของประชาชนนั้น ขณะนี้ก็มีแนวทางหลายประการในการส่งเสริม อาทิ มาตรการด้านภาษี หรือโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร โครงการ 2 และ 3 อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยในส่วนของโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร นั้นสมาคมได้เสนอไปว่าหากใช้แนวทางเดิมคงไม่ประสบความสำเร็จ โดยหากรัฐต้องการให้มีการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างกว้างขวางอาจต้องจัดงบประมาณเข้ามาอุดหนุน

++อินเตอร์แบรนด์ลุ้นคอมมาร์ต

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัทเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด

(บจก.) กล่าวเช่นกันว่า ขณะนี้ยังเร็วไปที่จะบอกว่าตลาดฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ปีนี้ไม่มียอดการเติบโต หรือ ติดลบ โดยอาจต้องขอดูตัวเลขการซื้อขายในงานคอมมาร์ตที่จัดขึ้นเดือนนี้ก่อน

นอกจากนี้ยังเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมา อาทิ โครงการเช็ค 2,000 บาทที่จะออกมาเดือนมีนาคมนี้ น่าจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ซึ่งบริษัทเองก็มีกิจกรรมที่เตรียมไว้รองรับโครงการดังกล่าว ส่วนที่คาดว่าสงครามราคาจะมีความรุนแรงขึ้นนั้น ตลาดไอทีแข่งขันรุนแรงทุกปี

เมื่อถามว่าราคาสินค้าจะลงไปมากกว่านี้หรือไม่ นายนิธิพัทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะราคาคงไม่ลงไปมากกว่านี้ ยกเว้นแต่มีแพลตฟอร์มใหม่ เข้ามาทำตลาดกลุ่มใหม่ๆ อย่างเช่นที่เอเซอร์ กำลังจะนำคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ราคา 5,990 บาท มาขายในงานคอมมาร์ต

ด้านนายถกล นิยมไทย ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสินค้าไอที บจก.โตชิบา(ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดฮาร์ดแวร์โดยรวมปีนี้คงไม่เติบโตขึ้นในแง่มูลค่า เนื่องจากการเติบโตของเน็ตบุ๊ก ที่มีราคาถูก รวมถึงราคาของโน้ตบุ๊กปีนี้ลงมา 10-15% โดยมีตัวเลขราคาเฉลี่ยที่ 20,500 บาท จากเดิม 23,000 บาท ซึ่งทำให้ตัวเลขในแง่ของมูลค่าหายไปเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามหากมองในแง่ของจำนวน น่าจะมีการเติบโตขึ้น 10-15%

อย่างไรก็ดี ในส่วนของบริษัทโตชิบาฯ เองปีนี้มีการปรับตัวค่อนข้างมาก โดยจะมีโมเดลใหม่ที่ลงไปแข่งขันด้านราคา อาทิ โมเดลพิเศษสำหรับตลาดต่างจังหวัด โมเดลพิเศษสำหรับห้างโมเดิร์นเทรด รวมไปถึงนำเน็ตบุ๊กเข้ามาทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ

“ปีนี้เราเพิ่มงบประมาณเป็น 2 เท่าในการเข้าร่วมงานคอมมาร์ต โดยบริษัทแม่ต้องการให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 15% ขณะที่บริษัทมองว่าส่วนแบ่งตลาด 10% ในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งจะต้องดูสถานการณ์อีกครั้งหลังงานคอมมาร์ต”

++พรินเตอร์ยังยิ้มออลอินวันโต

นายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานคอนซูเมอร์ อิมเมจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชัน บจก. แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) กล่าวถึงตัวเลขที่มีการประมาณการว่าตลาดปี 2552 จะไม่เติบโตขึ้น ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในตลาด ซึ่งเท่าที่ดูสถานการณ์แล้วไม่ค่อยดีเท่าไร

อย่างไรก็ตามในส่วนของแคนนอนนั้นขณะนี้ยังทำตลาดเหมือนเดิมไม่ได้หยุด ซึ่งในช่วงที่ความต้องการตลาดลดลงบริษัทต้องเข้าไปแย่งส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่งมากขึ้น โดยในส่วนของเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตมัลติฟังก์ชัน ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงในปีนี้นั้น ปีที่ผ่านมาสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีส่วนแบ่งตลาด 36.4% ซึ่งปีนี้จะมุ่งรักษาความเป็นผู้นำเอาไว้

ขณะที่นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บจก.เอปสัน (ประเทศไทย) กล่าวว่าบริษัทมองว่าตลาดเครื่องพิมพ์ หรือพรินเตอร์ ยังมีโอกาสเติบโตอยู่ โดยในส่วนชองบริษัทตั้งเป้าการเติบโตรายได้ไว้ 3-5% โดยคาดว่ารัฐบาลจะมีการอัดฉีดงบประมาณเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งทิศทางธุรกิจที่วางไว้ คือ มุ่งไปยังตลาดภาครัฐ และองค์กรเอกชน โดยขณะนี้ได้เริ่มเพิ่มทีมงานเพื่อวิ่งเข้าไปงานโครงการ และเพิ่มกิจกรรม ทำงานใกล้ชิดกับคู่ค้าที่เป็นผู้วางระบบ ในการเข้างานประมูลมากขึ้น ขณะเดียวกันปีนี้คาดว่าในกลุ่มคอนซูเมอร์จะมีการซื้อพรินเตอร์แบบอเนกประสงค์ หรือมัลติฟังก์ชันไปแทนที่พรินเตอร์แบบพิมพ์อย่างเดียว ซึ่งจะทำให้ตลาดโตขึ้นมหาศาล

ส่วนแนวโน้มสงครามราคานั้นน่าจะรุนแรง เพราะผู้ผลิตทุกรายต่างต้องการรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ ทั้งนี้คาดว่าราคาเครื่องพิมพ์ แบบพ่นหมึก หรืออิงก์เจ็ต ที่มีฟังก์ชันการพิมพ์อย่างเดียว จะมีราคาอยู่ราว 1,000-1,200 บาท ขณะที่เครื่องมัลติฟังก์ชันมีราคา 1,800-2,000 บาท อย่างไรก็ตามบริษัทจะพยายามเลี่ยงการเข้าไปแข่งขันด้านราคา แต่จะใช้วิธีการจัดโปรโมชันลดราคาเป็นช่วงๆ ทั้งนี้ประเมิน

ที่มา www.thannews.th.com

ซิป้าระดมองค์กรชั้นนำรุกซอฟต์แวร์ ไทยโกอินเตอร์

Wednesday, October 1st, 2008

นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า กล่าวว่า วิสัยทัศน์ในการสร้างศักยภาพการแข่งขันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยวิธีการกระตุ้นและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการด้านซอฟต์แวร์ และกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ซื้อจับคู่พันธมิตร อีกทั้งเปิดโอกาสประชาสัมพันธ์สินค้าซอฟต์แวร์สู่สาธารณะ ขณะที่ซอฟต์แวร์ไทยมีรายได้จากการส่งออกเมื่อปี 2550 ประมาณ 6,000 ล้านบาท 

ผอ.ซิป้า กล่าวต่อว่า งาน Thailand Software Fair 2008 เป็นการรวมตัวครั้งแรกที่จัดขึ้น โดยเป็นการนำร่องแนวคิดดังกล่าว และอาจต่อยอดจากการสร้างเครือข่าย ใช้งบจัดงานประมาณ 16 ล้านบาท  ขณะเดียวกัน ซิป้าส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยที่ขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ โดยเน้นการเปิดรับบริษัทชั้นนำด้านไอทีและซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ให้เข้ามาร่วมมือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีกลยุทธ์ในการพัฒนา 5 ด้าน คือ 1.ผลิตภัณฑ์และการบริการ 2.กระบวนการผลิต 3.ตลาด โดยสร้างการยอมรับในตลาดโลก 4.ทรัพยากรบุคคลด้านไอซีทีและซอฟต์แวร์ และ 5.ธุรกิจเพิ่มทักษะการบริหารจัดการธุรกิจซอฟต์แวร์ไทย

“เป็นงานครั้งแรก ที่ไทยจัดขึ้น คาดหวังว่าจะได้มูลค่า 100 ล้านบาท เฉพาะผู้ประกอบการในประเทศไทย  ขณะที่มีนักธุรกิจจากต่างประเทศเข้ามาซื้องานในไทย และเกิดการจ้างงานแอนิเมชันแล้ว เนื่องจากต่างประเทศประทับใจผลงาน โดยไม่รู้ว่าประเทศไทยทำได้ สำหรับตลาดที่มีศักยภาพในการส่งออก ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาว และ จีน เนื่องจากเป็นตลาดที่เติบโตเร็วและเป็นคู่ค้ากับประเทศไทย ส่วนอนาคตมองว่า จีน และญี่ปุ่น จะเป็นประเทศหลักในการนำเงินเข้าประเทศ จากเอ็นเทอร์ไพรส์ ซอฟต์แวร์ แอนิเมชัน และอีเซอร์วิส แอพลิเคชัน” นายรุ่งเรือง กล่าว

นางวทันยา สุทธิเลิศ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์ปาร์ค กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงด้านซอฟต์แวร์ จากสภาวะปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจยังเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะมีหลายกิจกรรมที่ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันอย่างจริงจัง สำหรับจุดที่ต้องร่วมกันส่งเสริมและผลักดัน คือ การทำตลาด ของนักพัฒนาหรือผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ดังนั้นซอฟต์แวร์ปาร์คจึงเตรียมแผนงานมุ่งเน้นความแข็งแกร่งของระบบการตลาดในภูมิภาคมากขึ้น และเน้นการสร้างการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน ระหว่างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยเข้าไปเชื่อมโยงโอกาสและช่องทางการตลาดให้กับนักพัฒนาหรือองค์กรหลัก  ผู้ช่วยผอ.ซอฟต์แวร์ปาร์ค กล่าวต่อว่า ได้วางเป้าหมายให้เกิดเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์  ในเมืองที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านปัจจัยสนับสนุนการผลิตให้เกิดขึ้น โดยมุ่งเน้นให้เกิดศูนย์รวมกิจกรรมด้านซอฟต์แวร์ รวมถึงเป็นแหล่งในการส่งเสริม และเกิดการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการภาคเอกชนส่วนใหญ่ เป็นเอสเอ็มอี ให้เป็นกลุ่มอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายกับกลุ่มในภาคอื่นของประเทศ

นายสมเกียรติ อึงอารี นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) กล่าวว่า ภาพรวมกิจกรรมต่างๆ ที่สมาคมฯดำเนินการมาผ่านมา ตามนโยบายของซิป้า โดยตัวเลขของมูลค่าการตลาดบริการด้านไอทีในประเทศไทยนั้นมากขึ้นทุกปี โดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์มากที่สุด ประมาณ 70% ของมูลค่าการตลาดทั้งหมดประมาณ 148,000 ล้านบาท และส่วนตลาดด้านซอฟต์แวร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2549-2550  ทั้งนี้งาน Thailand Software Fair 2008  จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-16 พ.ย.2551 ณ สยามพารากอน  ชั้น 5

โดย : ข่าวไอที

ไอทีซิตี้ผนึกคู่ค้าผู้ค้าพรินเตอร์ จัดอินเตอร์ฯพรินติ้งเอ็กซ์โป2008

Wednesday, September 3rd, 2008

ไอที ซิตี้ มองกระแสความนิยมผู้บริโภคเปลี่ยนเริ่มใช้พรินเตอร์พิมพ์ภาพถ่ายมากขึ้น ผนึกกำลังพันธมิตร ผู้ค้าพรินเตอร์ชั้นนำ 9 แบรนด์ดัง จัดงาน“อินเตอร์เนชั่นแนล พรินติ้ง เอ็กซ์โป 2008” ประชันสุดยอดพรินเตอร์ โชว์นวัตกรรมใหม่ หวังเป็นศูนย์รวมเปรียบเทียบให้ผู้บริโภคก่อนตัดสินใจซื้อ พร้อมนาทีทองลดราคากว่า 50%    
       นายบุญเจิด หาญวิชิตชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทไอที ซิตี้ กล่าวว่าปัจจุบันผู้ใช้งานพรินเตอร์ไม่ได้ใช้พิมพ์แค่งานเอกสารขาวดำอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังนิยมใช้พรินเตอร์เพื่อพิมพ์งานภาพถ่ายมากขึ้น เพื่อความสะดวก สบาย รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปอัดภาพตามสตูดิโอแล็บหรือร้านถ่ายรูปทั่วไป เนื่องจากราคาพรินเตอร์ในปัจจุบันลดลง ในขณะที่ความสามารถของเครื่องมีเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งหมึกพิมพ์ และกระดาษพิมพ์ภาพก็หาซื้อได้ง่าย จึงทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสีสันและคุณภาพของงานพิมพ์มากขึ้น เพื่อให้ตอบรับกับกระแสความนิยมที่เปลี่ยนไปไอที ซิตี้มุ่งเน้นให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกซื้อพรินเตอร์คุณภาพดี โดยการเปรียบเทียมคุณภาพก่อนตัดสินใจจึงจัดงาน “อินเตอร์เนชั่นแนล พรินติ้ง เอ็กซ์โป 2008” ขึ้น เพื่อเป็นการโชว์นวัตกรรมพรินเตอร์ใหม่ๆให้ผู้บริโภคที่สนใจ      
       งาน “อินเตอร์เนชั่นแนล พรินติ้ง เอ็กซ์โป 2008” ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 14 กันยายน 2551 ที่ร้านไอที ซิตี้ ทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ ได้รับความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตพรินเตอร์ชั้นนำ 9 แบรนด์ดัง ได้แก่ บราเทอร์, แคนนอน, เอปสัน, ฟูจิ ซีรอกซ์, เอชพี, เล็กซ์มาร์ก, โอกิ, ริโค และซัมซุง นำสุดยอดพรินเตอร์มาจัดแสดง พร้อมทั้งจัดโปรโมชันสินค้าราคาพิเศษทั้งหมึกพิมพ์, กระดาษ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการพิมพ์ต่างๆ พร้อมจัดกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงานชื่อว่า “ศึกชิงเจ้ายุทธภพ ที่สุดแห่งงานพิมพ์” เพื่อค้นหาสุดยอดพรินเตอร์สำหรับงานพิมพ์แต่ละประเภท แบ่งออกเป็น 1. พิมพ์แบบไตรกีฬา (Printer Triathlon) เป็นการประชันพรินเตอร์ที่ทำงานได้หลายอย่างในเครื่องเดียวกัน (พรินเตอร์แบบ ออล อิน วัน) และมัลติฟังก์ชั่น เลเซอร์ ที่สามารถพิมพ์งาน สแกนภาพ และถ่ายเอกสารได้ในเครื่องเดียวกัน โดยผู้บริโภคจะได้เห็นถึงประสิทธิภาพเครื่องพิมพ์แต่ละแบรนด์ที่สามารถทำงานได้หลากหลาย รวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน    
       2. พิมพ์แบบยิมนาสติก (Printer Gymnastic) เป็นการประชันสุดยอดพรินเตอร์ที่พิมพ์ภาพสีได้คมชัดจริงมากที่สุด ทั้งคัลเลอร์ เลเซอร์ และโฟโต้ พรินเตอร์ ที่สามารถพิมพ์ภาพ ไม่ว่าจะเป็น ภาพถ่ายบุคคล ภาพเมนูอาหาร หรือภาพวิว ทิวทัศน์ต่างๆ ได้อย่างสวยงาม สมจริงที่สุ      
       3. พิมพ์แบบมาราธอน (Printer Marathon) เป็นการประชันสุดยอดพรินเตอร์ที่พิมพ์งานได้ต่อเนื่องยาวนานที่สุด (โมโน เลเซอร์)    
       พร้อมกันนี้ จะมีการจัด “สินค้านาทีทอง” ลดราคากว่า 50% และผู้บริโภคยังสามารถเลือกผ่อนชำระสินค้า ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 - 10 เดือน สำหรับพรินเตอร์รุ่นที่ร่วมรายการที่ชำระผ่านบัตรเฟิร์สชอยส์ และอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นาน 36 เดือน สำหรับสถาบันการเงินชั้นนำ ได้แก่ เคทีซี, PAY LITE, ธนาคารไทยพาณิชย์, เซทเทเลม และอีซี่บาย

ที่มาจาก :  www.manager.co.th

วิธีการตรวจสอบปัญหาที่เกิดจากเมนบอร์ด

Wednesday, July 23rd, 2008
  วิเคราะห์แก้ไบปัญหา อาการเสีย ที่เกิดขึ้นจากเมนบร์อด

อาการเสียที่เกิดจากเมนบอร์ดเป็นปัญหาที่ค่อนข้างแก้ไขยาก และเกิดจากหลายสาเหตุ เนื่องจากมีอุปกรณ์หลายตัวเข้ามาติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด เมื่อเกิดอาการเสียมักจะหาสาเหตุไม่ค่อยเจอ

สำหรับอาการเสียของเมนบอร์ดจะคล้ายกับอาการเสียของอุปกรณ์ตัวอื่นที่ติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด เช่น เครื่องบูตไม่ขึ้น , จอภาพมืด ส่วนใหญ่จะคิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดมาจากจอภาพและฮาร์ดดิสก์มากกว่า หรืออาการเครื่องแฮงค์บ่อย หลายคนมักวิเคราะห์ว่าน่าจะเกิดจากแรม หรือไม่ก็ ซีพียู แต่แท้จริงแล้ว หากตัวเมนบอร์ดเสีย เครื่องก็ไม่สามารถบูตได้ หรือเกิดอาการเครื่องแฮงค์บ่อยได้เหมือนกัน

วิธีการตรวจสอบวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากเมนบอร์ด มีดังนี้
- ตรวจสอบการเชื่อมต่อของขั้วต่อต่าง ๆ บนเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้แน่นและถูกต้อง เช่นขั้วต่อสายแพกับฮาร์ดดิสก์ , ขั้วต่อสายไฟจากเพาเวอร์ซัพพลายกับกับเมนบอร์ด เป็นต้น
- ตรวจสอบการติดตั้งของอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้ถูกต้อง เช่น แรม  การ์ดต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้แน่น
- ตรวจสอบการระบายความร้อนบนอุปกรณ์เมนบอร์ดเช่น พัดลมชิพเซ็ท พัดลมพาวเวอร์ซัพพลาย หรือพัดลมเสริมตัวอื่น ๆ ว่ายังมีการทำงานอยู่ดีหรือไม่
- ตรวจสอบการเซ็ตจัมเปอร์และดิปสวิตซ์บนเมนบอร์ดว่ากำหนดค่าต่าง ๆ  ที่ถูกต้องในการทำงาน                                                                                                                        - ตรวจสอบการกำหนดค่าในไบออสว่ามีการกำหนดค่าถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่
- ตรวจสอบถ่านแบตเตอรี่บนเมนบอร์ดว่าหมดแล้วหรือยัง
- หากเมนบอร์ดถามหาพาสเวิร์ดแล้วจำไม่ได้ให้ทำการเคลียร์ไบออสโดยถอดจัมเปอร์ไปเสียบที่ขา Clear Bios (ดูคู่มือเมนบอร์ดประกอบ) หรือจะถอดถ่านแบตเตอรี่ออกมาทิ้งไว้สักพักแล้วใส่เขาไปใหม่ก็ได้
- ตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่นำมาติดตั้งว่าเข้ากันได้กับเมนบอร์ดหรือไม่ บางครั้งหากผู้ใช้ซื้ออุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ มาเมนบอร์ดตัวเดิมจะไม่สามารถรองรับได้ ให้ทำการอัพเดทไบออสเพื่อให้เมนบอร์ดมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถรู้จักกับอุปกรณ์ ใหม่ ๆ ได้

เมื่อทำการตรวจสอบตามขั้นตอนวิธีการตรวจสอบแล้ว ยังไม่พบปัญหาอีกก็อาจเป็นไปได้ว่า เมนบอร์ดเสีย ให้เช็คดูว่ามีกระแสไฟลัดวงจร หรือเมนบอร์ดช๊อตหรือไม่ โดยตรวจสอบแท่นรองน็อตหรือมีวัตถุแปลกปลอมอย่างอื่นที่สามารถนำไฟฟ้าได้แอบแฝงอยู่บนเมนบอร์ดหรือไม่ ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ เมื่อผู้ใช้ได้ติดตั้งเมนบอร์ดแล้ว ลืมน๊อตตกค้างอยู่บนเมนบอร์ดเมื่อมีกระแสไฟจ่ายเข้ามาก็อาจทำให้เมนบอร์ดพังได้ เพราะน๊อตตัวเล็ก ๆ จะเป็นตัวนำกระแสไฟได้เป็นอย่างดี

ทำไมต้องเรียนรู้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นของคอมพิวเตอร์

Wednesday, July 23rd, 2008
  หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเราต้องเรียนรู้เรื่องการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์และซ่อมคอมพิวเตอร์
เครื่องคอมพิวเตอร์มีปัญหาเสียบู๊ตไม่ขึ้น อุปกรณ์เจ๊ง ฮาร์ดดิสก์พัง ฯลฯ จากปัญหาเหล่านี้ดูจะเป็นเรื่องปกติ ที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกท่านคุ้ยเคยพบเจอกับปีญหาดังกล่าวอย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ถ้าจะให้ทุกคนลุกขึ้นมาแก้ปัญหาหรือซ่อมเองก็เป็นเรื่องยาก เพราะถ้าเป็นอาการเสียทางด้านฮาร์ดแวร์ทุกคนก็มักจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แล้วก็ส่ายหัวเมื่อเจอปัญหาเหล่านี้ เพราะกลัวว่าถ้าซ่อมเองแล้วเครื่องจะพัง สู้ยกเครื่องไปให้ร้านซ่อมดีกว่า เพื่อความมั่นใจ
      ทุกครั้งเมื่อยกเครื่องไปซ่อมที่ร้าน ก็จะต้องเสียค่าซ่อมอย่างน้อย ๆ ก็ประมาณ 500 บาท ซึ่งเป็นราคามาตรฐานที่ค่อนข้างสุง ยิ่งถ้าช่างแค่เปิดฝาเครื่องแล้วขยับสายเล็กน้อย เครื่องก็หายเป็นปกติ ยิ่งรู้สึกไม่อยากจะจ่ายค่าซ่อมเลย แต่ถ้ามีอุปกรณ์พังก็ยังดี แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าราคาอุปกรณ์ที่เปลี่ยนนั้นร้านซ่อมขายให้ในราคาแพงเกินจริงหรือเปล่า และเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วเครื่องจะหายจริงใหม หรือว่าถูกหลอกวางยาให้คุณยกมาซ่อมอีก เรียกว่าซ่อมกันไม่รู้จบสักที ที่กล่าวมาทั้งหมดทาง Bcoms อยากจะแนะนำให้ทุกท่านเห็นประโยขน์ ในการเรียนรู้ทางด้านฮาร์แวร์กันบ้างเพื่อผลประโยชน์ของเราจะได้ไม่ต้องเสียค่าซ่อมเกินความจริง และเพื่อให้สามารถตรวจซ่อมแก้ไขกับปัญหาเบื้องต้นของคอมพิวเตอร์เมื่อเกิดปัญหา
      Bcom.net สร้างขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อเป็นคู่มือในการแก้ปัญหา ที่จะช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บ Bcoms ทั้งที่ไม่เคยจับคอม ฯ มาก่อนเลย หรือที่เคยใช้งานมาบ้างแล้ว สามารถวิเคระห์และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เอง

ด้วยความปรารถนาดีจาก
ทีมงาน bcoms.net