Posts Tagged ‘’

ยอดขายโน้ตบุ๊คแซงหน้าพีซีแล้วจ้า

Saturday, November 22nd, 2008

ไอดีซี รายงานเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ยอดขายคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คแซงหน้ายอดจำหน่ายพีซีตั้งโต๊ะเรียบร้อยโรงเรียนสหรัฐฯ แล้วเป็นครั้งแรกผลสำรวจพบว่า ยอดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ในไตรมาสสาม (ก.ค.-ก.ย.) โน้ตบุ๊คมีสัดส่วนจำหน่ายอยู่ 55.2% ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว นับเป็นครั้งแรกที่โน้ตบุ๊คทำยอดขายเกิน 50% รายงานยังระบุด้วยว่า ยอดขายโน้ตบุ๊คช่วงไตรมาสสามสูงถึง 9.5 ล้านเครื่องเฉพาะในสหรัฐ คาดว่าตัวเลขจำหน่ายโน้ตบุ๊คที่สูงเป็นประวัติการณ์เป็นเพราะช่วงเปิดเทอม และเห็นชัดว่าวิกฤตการเงินในแดนอินทรีที่ห่อเหี่ยวไม่มีผลกระทบต่อยอดจำหน่ายโน้ตบุ๊ค ไอดีซีวิเคราะห์ว่า ไม่เฉพาะตลาดผู้บริโภคเท่านั้นที่เป็นแรงซื้อโน้ตบุ๊คที่สำคัญ ตลาดภาคธุรกิจยังคงมีบทบาทที่สำคัญเช่นกัน แต่หากเศรษฐกิจยังตึงตัวต่อไปอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อพีซีตั้งโต๊ะได้ และอาจทำให้ยอดจำหน่ายลดลง ท่ามกลางข่าวร้ายๆ ของพีซีตั้งโต๊ะยังมีข่าวดีอยู่เรื่องหนึ่งคือ ผู้บริโภคยังคงมองพีซีตั้งโต๊ะเป็นของจำเป็นต้องมีก่อน ส่วนโน้ตบุ๊คค่อยมาทีหลัง

โดย : ข่าวไอที

เอปสันเปิดตัวโปรเจ็คเตอร์ใหม่

Friday, November 21st, 2008

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทเอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวมัลติมีเดีย โปรเจ็คเตอร์ อัลตร้า พอร์ทเทเบิ้ล ซีรี่ย์ 2 รุ่นใหม่ Epson EB-1725 และ Epson EB-1735W น้ำหนักเบาเพียง 1.8 กิโลกรัม สำหรับนักธุรกิจที่ต้องพรีเซนต์งานนอกสถานที่เป็นประจำ ให้ภาพคมชัดมีชีวิตชีวาด้วยเทคโนโลยี 3LCD และหลอดภาพ E-TORL อายุการใช้งานหลอดภาพยาวนานถึง 4,000 ชั่วโมง (โหมดความสว่างต่ำ) มีความสว่างถึง 3,000 ANSI Lumens สามารถนำเสนองานผ่านสายยูเอสบีได้ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายอย่างง่ายดายด้วยยูเอสบี คีย์ (USB Key) เพียงเสียบยูเอสบี คีย์ตั้งค่าเชื่อมต่อในครั้งแรก หลังจากนั้นเมื่อเปิดใช้เครื่อง โปรเจคเตอร์จะทำการค้นหาค่าเชื่อมต่อเองอัตโนมัติในเวลาเพียงไม่กี่วินาที 

โดย  : ข่าวไอที 

บอลเมอร์ยันไม่ซื้อยาฮู แต่เปิดเสรีร่วมมือด้านเสิร์ชเต็มที่

Friday, November 21st, 2008

ซีอีโอไมโครซอฟท์ยืนยันต่อผู้ถือหุ้น บอร์ดเลิกสนใจซื้อหุ้นยาฮูจริงไม่อิงนิยาย แต่บอกว่าไมโครซอฟท์จะเปิดกว้างเพื่อหาความร่วมมือในธุรกิจสืบค้นข้อมูลออนไลน์อย่างเต็มที่ ทันทีที่ความเห็นของบอลเมอร์แพร่กระจาย มูลค่าหุ้นของยาฮูก็ร่วงลงอีกมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์
       
       ซีอีโอสตีฟ บอลเมอร์ (Steve Ballmer) ยืนยันในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของไมโครซอฟท์ว่า การเจรจาควบรวมยาฮูทั้งหลายทั้งปวงนั้นจบลงแล้ว ทั้งการยื่นข้อเสนอซื้อหุ้นยาฮูส่วนใหญ่มูลค่ากว่า 4.75 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือการเสนอซื้อเฉพาะส่วนเสิร์ชเอนจิ้นอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมาข้อเสนอทั้งหมดได้รับการปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใยจากยาฮู และบอลเมอร์ก็ยอมรับโดยบอกว่าการทำสัญญาร่วมมือในธุรกิจให้บริการสืบค้นข้อมูลออนไลน์ระหว่างยาฮูและไมโครซอฟท์อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาต
       
       เรื่องนี้เงียบหายไประยะหนึ่งจนกระทั่งเจอร์รี่ หยาง (Jerry Yang) ซีอีโอของยาฮูที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการปฏิเสธไมโครซอฟท์ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังการประกาศ มูลค่าหุ้นของยาฮูเพิ่มขึ้นอีกครั้งโดยสันนิษฐานว่าเป็นเพราะนักลงทุนคาดว่าดีลซื้อขายระหว่างยาฮูและไมโครซอฟท์อาจจะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ซีอีโอบอลเมอร์ต้องกลับมายืนยันอีกครั้งในงานประชุมผู้ถือหุ้น
       
       บอลเมอร์ให้ข้อมูลว่า ทั้งยาฮูและไมโครซอฟท์ยังไม่มีการเจรจาข้อตกลงความร่วมมือใดๆในขณะนี้
       
       มูลค่าหุ้นของยาฮูนั้นดำดิ่งลงต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ปิดที่ 9.14 เหรียญหลังจากลดลง 2.41 เหรียญหรือประมาณ 20.9 เปอร์เซ็นต์ ราคาลดฮวบจากที่ไมโครซอฟท์เคยเสนอซื้อในมูลค่า 33 เหรียญต่อหุ้นแล้วซีอีโอของยาฮูบอกว่าราคาถูกเกินไป โดยมูลค่าหุ้นไมโครซอฟท์ก็ลดฮวบ 6.8 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 18.29 เหรียญทำสถิติต่ำสุดในรอบ 10 ปี
       
       มูลค่าหุ้นบริษัทดอทคอมที่ตกต่ำทำให้ผู้ถือหุ้นหลายคนหวนกลับไปนึกถึงวิกฤตฟองสบู่ดอทคอมแตกอีกครั้ง โดยผู้ถือหุ้นไมโครซอฟท์รายหนึ่งที่ได้เข้าร่วมประชุมกับบอลเมอร์ด้วยถึงกับบอกว่า อยากเห็นไมโครซอฟท์ประกาศปรับลดพนักงานหรือค่าใช้จ่าย หรือไม่ก็ใช้เงินเพื่อซื้อบริษัทซอฟต์แวร์ทางธุรกิจมากกว่าจะเน้นเอาดีด้านธุรกิจดอทคอม

โดย : ข่าวไอที

ไมโครซอฟท์เตรียมแจกซอฟต์แวร์กันไวรัสฟรี

Friday, November 21st, 2008

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศว่าจะเลิกขายบริการรักษาความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์พีซีแบบสมัครสมาชิกนามวันแคร์ (Windows Live OneCare) ที่คิดค่าบริการ 49.95 เหรียญต่อปี แต่จะหันมาแจกซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสฟรีทุกรูปแบบ ทั้งสปายแวร์ ไวรัส และภัยออนไลน์ครบวงจรแทน
       
       แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ไมโครซอฟท์มีคู่แข่งเป็นบริษัทเจ้าตลาดรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์อย่างแมคอาฟี (McAfee) และไซแมนเทค (Symantec) โดยไมโครซอฟท์ระบุว่าจะยกเลิกบริการวันแคร์ที่ให้บริการในราคาเหมาจ่าย 49.95 เหรียญต่อปีโดยดูแลครอบคลุมเครื่องคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง และจะส่งซอฟต์แวร์นามโมร์โร (Morro) มาให้ผู้ใช้ไมโครซอฟท์ทุกคนดาวน์โหลดฟรีในช่วงครึ่งปีหลังของปีหน้า
       
       ตามข้อมูลจากไมโครซอฟท์ มอร์โรจะออกแบบมาสำหรับใช้งานกับคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพไม่มาก กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปไม่ใช่กลุ่มบริษัทองค์กรที่เป็นตลาดหลักในการทำเงินให้บริษัทรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์
       
       อย่างไรก็ตาม แมคอาฟีกลับวิจารณ์การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของไมโครซอฟท์ว่าเป็นการยอมแพ้ในตลาดซอฟต์แวร์แอนติไวรัส เพราะวันแคร์นั้นไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โดยแมคอาฟีบอกว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา วันแคร์สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ไม่ถึง 2 เปอร์เซ็นต์
       
       ”ไมโครซอฟท์กำลังยอมแพ้” ประชาสัมพันธ์ของแมคอาฟีกล่าวตามรายงานของรอยเตอร์ส โดยเชื่อว่าการให้บริการในรูปแบบฟรีไม่เก็บค่าใช้จ่ายจะไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค
       
       ไมโครซอฟท์นั้นเคยมีประวัติไม่ถูกกับผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมรักษาความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์มาก่อน เช่นในปี 2006 และ 2007 ไซแมนเทคและแมคอาฟีออกมาประท้วงว่า ไมโครซอฟท์ออกแบบวินโดวส์วิสตา (Windows Vista) ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดของไมโครซอฟท์โดยปิดกั้นไม่ให้นักพัฒนาของบริษัทแอนติไวรัสเข้าถึงใจกลางระบบปฏิบัติการได้ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการสร้างโปรแกรมแอนติไวรัส
       
       อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ยอมรับว่าการเปิดให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดโปรแกรมแอนติไวรัสได้ฟรีจะต้องถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการการค้ายุติธรรมของสหภาพยุโรปในบรัสเซลส์ ซึ่งไมโครซอฟท์จะให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลที่จำเป็นอย่างเต็มที่ต่อไป
       
       หลังการประกาศ มูลค่าหุ้นของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้น 43 เซ็นต์หรือ 2.2 เปอร์เซ็นต์ไปปิดที่ 19.62 เหรียญ ขณะที่มูลค่าหุ้นไซแมนเทคปิดที่ 12.40 เหรียญ เพิ่มขึ้น 24 เซ็นต์คิดเป็นสัดส่วน 2 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นน้อยกว่าแมคอาฟีที่ดีดตัวขึ้น 28 เซ็นต์ ปิดที่ 28.57 เหรียญ
       โดย  :  ข่าวไอที

Kingmax เปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุด Micro SDHC 8GB

Thursday, July 24th, 2008

Kingmax เปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุด หลังจากที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสินค้า Micro SDHC 4GB จึงได้พัฒนาสินค้า Micro SDHC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็ว และเพิ่มความจุให้มากขึ้นถึง 8GB ทำให้สามารถบรรจุและเก็บเพลง MP3 ได้สูงถึง 2,000 เพลง , รูปภาพได้มากถึง 1,000 ภาพ , ไฟล์วิดีโอได้ 100 ไฟล์ Kingmax Micro SDHC 8GB เป็นการ์ดขนาดเล็กเพียง 1.5mm x 11mm x 1mm เชื่อมต่อด้วย Apapter สามารถยืดอายุการใช้งานของแบตเตอร์รี่ได้ และเป็นการ์ดที่ใช้ร่วมกับกล้องถ่ยรูปดิจิตอลและเครื่องเล่น MP3 ได้ด้วย ทั้งยัง Support กับเครื่องเล่นวิดีโอแบบ HD และ DVD รวมทั้งเครื่องเล่นแบบ Super VCD , DVD และทีวีแบบดิจิตอล

ที่มา - http://www.newswit.com/news

วิธีการตรวจสอบปัญหาที่เกิดจากเมนบอร์ด

Wednesday, July 23rd, 2008
  วิเคราะห์แก้ไบปัญหา อาการเสีย ที่เกิดขึ้นจากเมนบร์อด

อาการเสียที่เกิดจากเมนบอร์ดเป็นปัญหาที่ค่อนข้างแก้ไขยาก และเกิดจากหลายสาเหตุ เนื่องจากมีอุปกรณ์หลายตัวเข้ามาติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด เมื่อเกิดอาการเสียมักจะหาสาเหตุไม่ค่อยเจอ

สำหรับอาการเสียของเมนบอร์ดจะคล้ายกับอาการเสียของอุปกรณ์ตัวอื่นที่ติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด เช่น เครื่องบูตไม่ขึ้น , จอภาพมืด ส่วนใหญ่จะคิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดมาจากจอภาพและฮาร์ดดิสก์มากกว่า หรืออาการเครื่องแฮงค์บ่อย หลายคนมักวิเคราะห์ว่าน่าจะเกิดจากแรม หรือไม่ก็ ซีพียู แต่แท้จริงแล้ว หากตัวเมนบอร์ดเสีย เครื่องก็ไม่สามารถบูตได้ หรือเกิดอาการเครื่องแฮงค์บ่อยได้เหมือนกัน

วิธีการตรวจสอบวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากเมนบอร์ด มีดังนี้
- ตรวจสอบการเชื่อมต่อของขั้วต่อต่าง ๆ บนเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้แน่นและถูกต้อง เช่นขั้วต่อสายแพกับฮาร์ดดิสก์ , ขั้วต่อสายไฟจากเพาเวอร์ซัพพลายกับกับเมนบอร์ด เป็นต้น
- ตรวจสอบการติดตั้งของอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้ถูกต้อง เช่น แรม  การ์ดต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้แน่น
- ตรวจสอบการระบายความร้อนบนอุปกรณ์เมนบอร์ดเช่น พัดลมชิพเซ็ท พัดลมพาวเวอร์ซัพพลาย หรือพัดลมเสริมตัวอื่น ๆ ว่ายังมีการทำงานอยู่ดีหรือไม่
- ตรวจสอบการเซ็ตจัมเปอร์และดิปสวิตซ์บนเมนบอร์ดว่ากำหนดค่าต่าง ๆ  ที่ถูกต้องในการทำงาน                                                                                                                        - ตรวจสอบการกำหนดค่าในไบออสว่ามีการกำหนดค่าถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่
- ตรวจสอบถ่านแบตเตอรี่บนเมนบอร์ดว่าหมดแล้วหรือยัง
- หากเมนบอร์ดถามหาพาสเวิร์ดแล้วจำไม่ได้ให้ทำการเคลียร์ไบออสโดยถอดจัมเปอร์ไปเสียบที่ขา Clear Bios (ดูคู่มือเมนบอร์ดประกอบ) หรือจะถอดถ่านแบตเตอรี่ออกมาทิ้งไว้สักพักแล้วใส่เขาไปใหม่ก็ได้
- ตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่นำมาติดตั้งว่าเข้ากันได้กับเมนบอร์ดหรือไม่ บางครั้งหากผู้ใช้ซื้ออุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ มาเมนบอร์ดตัวเดิมจะไม่สามารถรองรับได้ ให้ทำการอัพเดทไบออสเพื่อให้เมนบอร์ดมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถรู้จักกับอุปกรณ์ ใหม่ ๆ ได้

เมื่อทำการตรวจสอบตามขั้นตอนวิธีการตรวจสอบแล้ว ยังไม่พบปัญหาอีกก็อาจเป็นไปได้ว่า เมนบอร์ดเสีย ให้เช็คดูว่ามีกระแสไฟลัดวงจร หรือเมนบอร์ดช๊อตหรือไม่ โดยตรวจสอบแท่นรองน็อตหรือมีวัตถุแปลกปลอมอย่างอื่นที่สามารถนำไฟฟ้าได้แอบแฝงอยู่บนเมนบอร์ดหรือไม่ ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ เมื่อผู้ใช้ได้ติดตั้งเมนบอร์ดแล้ว ลืมน๊อตตกค้างอยู่บนเมนบอร์ดเมื่อมีกระแสไฟจ่ายเข้ามาก็อาจทำให้เมนบอร์ดพังได้ เพราะน๊อตตัวเล็ก ๆ จะเป็นตัวนำกระแสไฟได้เป็นอย่างดี

ทำไมต้องเรียนรู้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นของคอมพิวเตอร์

Wednesday, July 23rd, 2008
  หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเราต้องเรียนรู้เรื่องการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์และซ่อมคอมพิวเตอร์
เครื่องคอมพิวเตอร์มีปัญหาเสียบู๊ตไม่ขึ้น อุปกรณ์เจ๊ง ฮาร์ดดิสก์พัง ฯลฯ จากปัญหาเหล่านี้ดูจะเป็นเรื่องปกติ ที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกท่านคุ้ยเคยพบเจอกับปีญหาดังกล่าวอย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ถ้าจะให้ทุกคนลุกขึ้นมาแก้ปัญหาหรือซ่อมเองก็เป็นเรื่องยาก เพราะถ้าเป็นอาการเสียทางด้านฮาร์ดแวร์ทุกคนก็มักจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แล้วก็ส่ายหัวเมื่อเจอปัญหาเหล่านี้ เพราะกลัวว่าถ้าซ่อมเองแล้วเครื่องจะพัง สู้ยกเครื่องไปให้ร้านซ่อมดีกว่า เพื่อความมั่นใจ
      ทุกครั้งเมื่อยกเครื่องไปซ่อมที่ร้าน ก็จะต้องเสียค่าซ่อมอย่างน้อย ๆ ก็ประมาณ 500 บาท ซึ่งเป็นราคามาตรฐานที่ค่อนข้างสุง ยิ่งถ้าช่างแค่เปิดฝาเครื่องแล้วขยับสายเล็กน้อย เครื่องก็หายเป็นปกติ ยิ่งรู้สึกไม่อยากจะจ่ายค่าซ่อมเลย แต่ถ้ามีอุปกรณ์พังก็ยังดี แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าราคาอุปกรณ์ที่เปลี่ยนนั้นร้านซ่อมขายให้ในราคาแพงเกินจริงหรือเปล่า และเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วเครื่องจะหายจริงใหม หรือว่าถูกหลอกวางยาให้คุณยกมาซ่อมอีก เรียกว่าซ่อมกันไม่รู้จบสักที ที่กล่าวมาทั้งหมดทาง Bcoms อยากจะแนะนำให้ทุกท่านเห็นประโยขน์ ในการเรียนรู้ทางด้านฮาร์แวร์กันบ้างเพื่อผลประโยชน์ของเราจะได้ไม่ต้องเสียค่าซ่อมเกินความจริง และเพื่อให้สามารถตรวจซ่อมแก้ไขกับปัญหาเบื้องต้นของคอมพิวเตอร์เมื่อเกิดปัญหา
      Bcom.net สร้างขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อเป็นคู่มือในการแก้ปัญหา ที่จะช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บ Bcoms ทั้งที่ไม่เคยจับคอม ฯ มาก่อนเลย หรือที่เคยใช้งานมาบ้างแล้ว สามารถวิเคระห์และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เอง

ด้วยความปรารถนาดีจาก
ทีมงาน bcoms.net

จุดจบของเมาส์

Tuesday, July 22nd, 2008

นักวิจัยกล่าวว่า อีกไม่นานเมาส์จะตายไปจากโลกนี้ เนื่องจากจะมีอุปกรณ์อื่นมาแทนที่ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยการ์เนอร์ (สตีฟ เพรนทิส) กล่าวว่าจุดจบของเมาส์อาจจะเกิด ใน 3-5 ปี ข้างหน้า สิ่งที่จะมาแทนที่นั้น จะเป็น ระบบที่จดจำหน้าตาหรือระบบจับท่าทางของผู้ใช้

สตีฟ เพรนทิส เชื่อมั่น ว่า เมาส์ จะ ตายไปจากโลกนี้ เพราะบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆสร้างมา เพื่อตอบสนองผู้ใช้ในรูปแบบต่างๆการพัฒนาเนื่องมาจากการเติบโตของวงการเกมส์นั่นเอง

ยกตัวอย่าง เช่น Sony และ Canon ผลิตกล้องที่สามารถใช้ระบบจดจำหน้าตาและเป็นการประมวลผลแบบทันทีทันใด ให้ผลลัพธ์ออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องคอยเวลาในการประมวลผล เช่น ยิ้ม หน้าผู้ใหญ่ หน้าเด็ก กล้องก็สามารถตรวจจับได้ว่าคุณกำลังยิ้ม แล้วขณะนี้กำลังพัฒนาอุปกรณ์ตรจจับความคิดและอารมณ์ เพียงแค่คุณสวมใส่ไว้บนศีรษะแล้วเราจะสามารถควบคุมอุปกรณ์นั้นได้ ระบบพวกนี้จะออกสู่ตลาด เดือน กันยายน นี้

ส่วน Panasonic กำลังพัฒนาอุปกรณ์ระบบใหม่ เพื่อความบันเทิงภายในบ้าน นั่นก็คือตรวจสอบท่าทางและหน้าตาของผู้ใช้แทนที่ผู้ใช้จะใช้รีโมทคอนโทรล แค่คุนยกมือขึ้นมา ก็ จะเปลี่ยนช่องให้ ระบบสามารถรู้ทันทีผู้ใช้ทำอะไร และสามารถจดจำหน้าตาคุณได้อีกด้วย

รองประธานกรรมการอาวุโสของ LOGITECH (โรรี่ ดูลี่) ผู้ผลิตเมาส์และคีย์บอร์ดรายใหญ่ที่สุดของโลก กล่าวว่า เรื่องจุดจบของเมาส์นั้น “พูดเกินความจริงไปหน่อย” ตลอด 20 ปี ที่ ผ่านมานั้นทางบริษัทได้ขายเมาส์ได้ ยอดขายมากกว่า 500 ล้านชิ้น ซึ่งก็ แสดงได้ว่า เมาส์ สำคัญ ต่อ คอมพิวเตอร์มากแค่ไหน โรรี่ เห็นด้วยเรื่องระบบในการควบคุมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้หลากหลายมากขึ้นรวมถึงเข้าใจว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลอุปกรณ์ตามไลฟ์ไตล์ของผู้คน แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้คุณค่าเมาส์ ลดลง

ดร.ดักลาส เอนเกลบาร์ท ได้คิดค้นเมาส์ขึ้นเมื่อ 40 ปีก่อน โดยขณะที่เขากำลังทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด ดร.ดักลาส เอนเกลบาร์ทไม่เคยได้รับค่าลิขสิทธ์จากเมาส์เลย เพราะสิทธิบัตรของเขาหมดอายยุในปี
1987 ก่อนที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจะนำเอามาใช้งาน