Posts Tagged ‘’

3 ยักษ์ปลาดิบสานฝันใช้สมองควบคุมหุ่นยนต์

Thursday, April 2nd, 2009

3 หน่วยงานยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ฮอนด้า (Honda), สถาบันวิจัย ATR และบริษัท Shimazu จับมือกันพัฒนาเครื่องควบคุมหุ่นยนต์ด้วยสมองสำเร็จครั้งแรกของโลก การสาธิตทำให้เห็นว่าหุ่นยนต์เด็กอาสิโม (Asimo) สามารถยกมือและขาได้เพราะสัญญาณไฟฟ้าที่แปลงมาจากคลื่นสมองของมนุษย์ล้วนๆ
       
       บริษัทสถาบันวิจัยฮอนด้า Honda Research Institute Japan Co., Ltd. ในเครือบริษัท Honda R&D ร่วมมือกับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีก้าวหน้านานาชาติ Advanced Telecommunications Research Institute International (ATR) และบริษัท Shimadzu Corporation พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องติดต่อสมองหรือ Brain Machine Interface (BMI) ซึ่งนำเทคโนโลยีการตรวจคลื่นสมอง EEG และเทคนิคการวิเคราะห์การกระทำ near-infrared spectroscopy (NIRS) มาใช้ในการแปลงคลื่นสมองเป็นสัญญาณไฟฟ้าสำหรับสั่งการหุ่นยนต์อย่างแท้จริง
       
       จากการสาธิต อาสิโมสามารถเคลื่อนไหวได้โดยที่ผู้สาธิตไม่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อกดปุ่มใดๆ เชื่อว่าเทคโนโลยีแสนสบายนี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันเพื่อใช้ในนานาอุปกรณ์อัจฉริยะหรือหุ่นยนต์ในอนาคต
       
       ส่วนที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเทคโนโลยี BMI นั้นอยู่ที่การตรวจจับและวิเคราะห์การหมุนเวียนของเลือดและความเปลี่ยนแปลงภายในสมองขณะเกิดความคิด ข้อมูลระบุว่าเซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นสมอง EEG จะทำหน้าที่เป็นตัวแปลงคลื่นสมองที่ได้ให้อยู่ในรูปสัญญาณไฟฟ้า ขณะที่เซ็นเซอร์การวิเคราะห์ NIRS จะทำหน้าที่แปลงการหมุนเวียนของเลือดในสมองออกมาเป็นคำสั่ง โดยระบบ BMI จะรวบรวมข้อมูลที่สลับซับซ้อนจากเซ็นเซอร์ทั้งสองชนิดเพื่อนำมาประมวลผล และส่งออกสัญญาณคำสั่งที่ได้ไปยังหุ่นยนต์
       
       สถาบันวิจัยฮอนด้าและ ATR เปิดตัวเทคโนโลยี BMI ตั้งแต่ปี 2006 เริ่มจากการใช้เครื่องสแกนภาพ functional magnetic resonance imaging (fMRI) ใช้คลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงกว่าการฉายแสงมาสแกนสมองเพื่อดูว่าสมองส่วนไหนมีเส้นเลือดที่ขยายตัวเป็นพิเศษ ซึ่งภาพที่ได้จะสามารถแสดงความแตกต่างของสมองในภาวะแตกต่างกันได้ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านสถานที่และเงื่อนไขในการใช้งานทำให้หันมาใช้เซ็นเซอร์ EEG และ NIRS ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่าแทน
       
       ยังไม่มีรายงานแผนการพัฒนาในเชิงพานิชย์ของฮอนด้าในขณะนี้ โดยในปี 2007 ฮิตาชิ (Hitachi) ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นเคยประกาศความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยี BMI ในรูปหมวกอ่านคลื่นสมองเช่นกัน แต่มีจุดประสงค์ในการพัฒนาเพื่อนำไปใช้เป็นรีโมทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แห่งโลกอนาคต ที่ผู้ใช้จะสามารถเปิด ปิด และเปลี่ยนช่องทีวีได้โดยใช้ความคิดเท่านั้น
       

ที่มา: www.manager.co.th

หุ่นยนต์แฟชั่นโชว์พร้อมขึ้นแคทวอล์กปลาดิบ

Wednesday, March 18th, 2009

นักวิจัยญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์ซูเปอร์โมเดลปากนิดจมูกหน่อยสำหรับขึ้นเวทีแฟชั่นโชว์ที่โตเกียววันที่ 23 มีนาคมนี้ มาพร้อมส่วนสูง 158 ซม.แต่น้ำหนักเพียง 43 กิโลกรัมรวมแบตเตอรี่แล้ว ทุนการพัฒนาอยู่ที่ 200 ล้านเยนหรือประมาณ 70 ล้านบาท
       
       หุ่นยนต์ซูเปอร์โมเดลนี้มีชื่อว่า HRP-4C ถูกเปิดตัวต่อสื่อมวลชนที่สถาบันอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติญี่ปุ่น (National Institute of Advanced Industrial Science and Technology : AIST) ด้วยการแสดงความสามารถในการเคลื่อนไหวเลียนแบบท่าทางของนางแบบตัวจริง ทีมวิจัยระบุว่าการแสดงท่าทางเหล่านี้เป็นผลงานของมอเตอร์ควบคุมการเคลื่อนไหวจำนวน 42 ตัว ซึ่งติดตั้งภายในหุ่นซึ่งสร้างให้มีใบหน้าสไตล์ภาพในการ์ตูนญี่ปุ่น”มังงะ (manga)” แต่มีช่วงตัวเป็นโลหะสีเงิน
       
       ชูจิ คาจิตะ (Shuji Kajita) ผู้นำทีมการวิจัย HRP-4C ระบุสาเหตุที่พัฒนาช่วงตัวโลหะสีเงินและใบหน้าสไตล์การ์ตูนให้หุ่นยนต์นางแบบสาว ว่าหากหุ่นยนต์มีลักษณะเหมือนมนุษย์เกินไปก็อาจจะสร้างความรู้สึกแง่ลบต่อหุ่นยนต์ได้ สำหรับเหตุผลที่พัฒนาให้ HRP-4C มีส่วนสูง 158 เซนติเมตรหรือ 5 ฟุต 2 นิ้ว เพราะตัวเลขดังกล่าวคือความสูงเฉลี่ยของหญิงชาวญี่ปุ่นชาวอายุ 19-29 ปี
       
       ทีมวิจัยระบุว่า HRP-4C นั้นมีเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมความบันเทิงเป็นหลัก โดยยังไม่มีแผนการจำหน่ายในขณะนี้
       
       ระหว่างการเปิดตัว HRP-4C สามารถทำหน้าที่นางแบบท่ามกลางเสียงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพได้ดีระดับหนึ่ง สามารถยิ้มและโพสต์ท่าตามคำขอของตากล้องได้เพราะเซ็นเซอร์วิเคราะห์เสียงไร้สายเทคโนโลยีบลูธูท แต่พบการทำงานผิดพลาดเล็กน้อยเพราะหุ่นยนต์สับสนระหว่างเสียงแฟลชและเสียงพูด
       
       HRP-4C มีกำหนดการขึ้นเวทีแฟชั่นโชว์ในกรุงโตเกียววันที่ 23 มีนาคมนี้ คาดว่าจะสามารถเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมงานได้มากเป็นพิเศษ

ที่มา: www.manager.co.th

หุ่นยนต์แม่บ้านจากโตชิบา หยิบขวด-เปิดตู้เย็น-ยืดหดตัวได้

Monday, March 16th, 2009

โตชิบา (Toshiba) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่นโชว์ตัวต้นแบบหุ่นยนต์แม่บ้านนาม “เอพริแอทเทนดา (ApriAttenda)” ในห้องแล็ปของบริษัทในเมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นคือความสามารถในการช่วยงานเต็มตัว เช่น หยิบขวดน้ำ เปิดตู้เย็นหรือตู้อบอาหาร รวมถึงเปิดประตูได้
       
       เบื้องหลังความสามารถเหล่านี้คือมือที่มาพร้อมนิ้ว 3 นิ้ว โตชิบาพัฒนาให้เอพริแอทเทนดามีกล้องขนาดเล็กติดไว้บริเวณฝ่ามือ สำหรับประมวลผลข้อมูลที่จำเป็นต่อการหยิบจับของหุ่นยนต์
       
       อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญของเอพริแอทเทนดาคือความสูงที่หดและขยายได้ หุ่นสามารถหดขนาดตัวเองลงเหลือ 0.3 เมตรหากต้องทำงานในที่สูง หรือเพิ่มขนาดตัวเองเป็น 1 เมตรได้หากต้องหยิบของในชั้นบนสุดของตู้เย็น

ที่มา:www.manager.co.th

หุ่นยนตร์เวียดนามหล่อเหลาแอ็คอาร์ทโกอินเตอร์

Thursday, February 12th, 2009

 

เพียงปีเศษๆ เท่านั้น TOPIO พัฒนาไปไกลเป็นเวอร์ชั่น 2.0 หล่อเหลา สูง 210 ซม. ฉลาดขึ้น เล่นปิงปองชนะคน ปีนป่ายได้ วิ่งเร็ว ผลงานของอดีตนักศึกษาที่เคยนเป็นแขมป์จากงาน ROBOCON 2004 ตอนนี้กำลังอวดความสามารถอยู่ที่นูเร็มเบิร์ก เยอรมนี

       
ASTV ผู้จัดการรายวัน– สัปดาห์นี้หุ่นยนตร์ TOPIO ผลงานการประดิษฐ์ของบริษัทเอกชนเล็กๆ แห่งหนึ่งในเวียดนาม กำลังอวดความสามารถอยู่ที่เมืองนูเร็มเบิร์ก เยอรมนี เพียงชั่วเวลาข้ามปีเท่านั้น TOPIO ได้รับการพัฒนาให้หล่อเหลาขึ้น สูงขึ้น และฉลาดขึ้นในทุกๆ ทาง ชื่อเสียงนับวันขจรไกล
       
       อดีตนักศึกษาเวียดนามที่เคยเป็นหัวหน้าทีมเข้าร่วมงาน Robocon เมื่อปี 2546 วันนี้ได้กลายเป็นเจ้าของบริษัทสร้างหุ่นยนต์แห่งแรกของประเทศ และกำลังนำทีมซึ่งเป็นเพื่อนจากรั้วมหาวิทยาลัยประดิษฐ์หุ่นยนตร์อุตสาหกรรม กับของเล่นไฮเท็คอีกหลายชนิดส่งจำหน่ายทั่วโลก
       
       บริษัทนี้กำลังผลิตของเล่นสำหรับเด็กๆ ให้ลูกค้าจากหลายประเทศทั่วโลก
       
       ไม่น่าแปลกใจเลยสำหรับโห่วีงหว่าง (Ho Vinh Hoang) อดีตนักศึกษาที่เคยนำทีมจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคกรุงฮานอย (Hanoi Polytechnic University) ไปคว้าแชมป์โลกในงาน Robocon 2004
       
       หลังเรียนจบหนุ่มวีงหว่างได้จดทะเบียนตั้งบริษัท TOSY Robotics JSC ขึ้นมาผลิตของเล่นไฮเทคประเภทที่บินได้หลายชนิด
       
       ทั้งหมดเป็นความใฝ่ฝันของวีงหว่างตั้งแต่วัยเรียนและเริ่มเป็นหนุ่ม มันเป็นของเล่นที่ตัวเองเคยใฝ่ฝันอยากจะมี
       
       ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เตี่ยนฟง (Tien Phong) หรือ “ผู้บุกเบิก” หว่างซึ่งปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการบริษัทของเขาเอง ได้เริ่มพัฒนาหุ่นยนต์ตัวแรกเป็นซีรีส์ TOPIO จนมันสามารถเล่นปิงปองกับคนได้อย่างเฉลียวฉลาดและรู้ทันเกม
       
       หุ่น TOPIO 2.0 ของหนุ่มอัจริยะคนนี้มีศีรษะ มีสองมือและจากเริ่มแรกที่มีขาถึง 6 ขา ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้เหลือเพียง 2 ขา ไม่เอาเปรียบคู่ต่อสู้
       
       หุ่นยนต์ตัวแรกที่ผลิตในเวียดนามสามารถตีลูกปิงปองตอบโต้ได้ทันควันไม่ว่าลูกจะเข้าหาตัวในองศาใด มันสามารถคิดคำนวณและจับทิศทางได้ตั้งแต่ลูกถูกตีออกจากไม้แบตได้เพียง 20 เซนติเมตร รู้ล่วงหน้าจะตีโต้อย่างไรเพื่อแก้เกม
       
       มันยังสามารถส่งเสียงดีใจหรือผิดหวังได้เมื่อชนะหรือแพ้
       
       ตามรายงานของสื่อทางการ TOPIO-2.0 ผลิตด้วยวัสดุหลายชนิด กล้องความไวสูงจำนวน 4 ตัวช่วยให้สามารถจับการเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งที่อยู่ต่อหน้าและรอบๆ กายได้ และเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำในทิศทางไม่แพ้มนุษย์
       
       หุ่นยนตร์จากเวียดนามจึงได้รับความสนใจอย่างมากในงาน International Robot Exhibition (IREX) ที่จัดขึ้นในกรุงโตเกียวปลายปี 2550 และหนุ่มวีงหว่างได้กลายเป็นจุดสนใจของสื่อทั้งในญี่ปุ่นและสื่อข้ามชาติ เขายังได้พบปะกับบุคคลสำคัญของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอิเลกทรอนิกส์หลายแห่ง

หุ่นยนตร์ TOPIO ที่ไปออกงานสร้างความฮือฮาในญี่ปุ่นเดือน ธ.ค.2550 สร้างความฮือฮาให้แก่วงการ อาจจะไม่มีใครเคยคิดว่าประเทศกำลังพัฒนา เช่นเวียดนามจะมีผู้ที่สามารถประดิษฐ์หุ่นยนตร์ได้คุณภาพทัดเทียมกับผลงานนักวิทยาศาสตร์ในประเทศที่ก้าวหน้ามากกว่า แต่สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างบังเอิญ

       หว่างบอกกับหนังสือพิมพ์เตี่ยนฟงว่า ชีวิตเยาวว์วัยของเขาไม่ได้ต่างไปจากเด็กๆ ทั่วไปอยากจะมีของเล่นที่บังคับได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินเล็กหรือรถแข่ง คุณพ่อคอยเอ็ดอยู่เสมอๆ เพราะชอบแกะของเล่นเป็นชิ้นๆ เพื่อดูว่าข้างในมีอะไรบ้าง
       
       ตอนที่เรียนมัธยมปลายวีงหว่างตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาสักตัวให้ได้ และจะทำของเล่นไฮเทคให้เด็กๆ เวียดนามได้เล่น โดยราคาไม่แพงจนเกินเอื้อม และในวันนี้ความฝันของเขาได้เป็นจริง
       
       หว่างเริ่มทำหุ่นยนตร์ตัวแรกเมื่อกว่า 10 ปีก่อน มันสามารถกลิ้งตัว เอนหน้า เอนหลัง หันซ้ายหันขวาได้ เคลื่อนไหวไปได้บนพื้นผิวต่างๆ กัน และวันนี้ก็มาถึงยุคของ TOPIO 2.0
       
       นายจอห์น เคนเนดี (John Kennedy) บรรณาธิการนิตยสาร Technology & Industry เขียนชมว่า เจ้า TOPIO เป็นหุ่นยนตร์ที่น่าสนใจที่สุดในงานนิทรรศการปลายปี 2550 และในวันสุดท้ายของงานตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นก็ได้ขอพบวีงหว่าง
       
       หุ่นยนตร์จากฝีมือของชาวเวียดนามกำลังช่วยเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของประเทศ ที่ยังล้าหลังแต่ว่ากำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างสูง และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคในประเทศ
       
       ตามรายงานของสื่อทางการ คณะกรรมการผู้จัดงาน IREX ตัวแทนบริษัทอุตสาหกรรมหลายแห่งของญี่ปุ่นได้เชิญ TOPIO 2.0 ไปแสดงสาธิตต่อ หลังงานนิทรรศการผ่านพ้นไป บริษัทจากสหรัฐฯ ได้สนใจที่จะร่วมพัฒนาเจ้า TOPIO ต่อไป
       
       เมื่อกลับจากงานนิทรรศการในกรุงโตเกียว หว่างกับเพื่อนร่วมงานได้พัฒนา TOPIO กับของเล่นไฮเทคต่างๆ ต่อไปอีกขั้นหนึ่ง
       
       ปัจจุบันมีลูกค้าในหลายประเทศต่างๆ สั่งซื้อของเล่นไฮเทคจากบริษัทเล็กๆ แห่งนี้จำนวนหลายร้อยชิ้น วันนี้หว่างสามารถว่าจ้างเพื่อนร่วมทีมที่เคยไปคว้าแชมป์ในงาน ROBOCON 2546 ด้วยกันทุกคน ให้ไปร่วมงานกันอีกครั้ง
       
       เดือนนี้หุ่น TOPIO 2.0 ลัดฟ้าไปร่วมงานแสดงของเล่นระหว่างประเทศ Spielwarenmesse International Toy Fair ครั้งที่ 60 ซึ่งจัดขึ้นที่นูเร็มเบิร์ก (Nuremburg) ระหว่างวันที่ 5-10 ก.พ.ที่ผ่านมา
       
       บริษัท TOSY ยังได้รับเชิญแต่เนิ่นๆ เพื่อไปร่วมงานเทศกาลหุ่นยนตร์กรุงโตเกียวในเดือน พ.ย.ปีนี้ ก่อนจะกลับไปเยอรมนีอีกครั้งหนึ่งในเดือน มิ.ย.2553 เพื่อร่วมงานนิทรรศการสินค้าออโตเมชั่นใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งของโลก

ดูกันใกล้ๆ อีกสักที ระหว่างพี่กับน้อง TOPIO ตัวแรกขนาดเล็กกว่า หน้าตายังเป็นแบบที่เห็นทั่วไปในหนังสือการ์ตูนของเด็กๆ ส่วน TOPIO ตัวน้องนอกจากจะหุ่นสูงใหญ่ล่ำบึกแล้ว ยังพัฒนาไปหลายก้าว ฉลาดกว่าตัวพี่ในทุกๆ ทาง บริษัทเล็กๆ ในเวียดนามแห่งนี้กำลังพัฒนาหุ่นยนตร์เพื่ออุตสาหกรรม

       ตอนนี้ TOPIO 2.0 หล่อเหลาขึ้น สูงถึง 210 ซม. “ฉลาด” น้ำหนัก 60 กิโลกรัม เล่นปิงปองเก่งขึ้นกว่าเดิมมาก เคลื่อนไหวแคล่วคล่อง ตอบโต้คู่ต่อสู้ได้ทันควันและทันเกมยิ่งขึ้น ในงานที่นูเร็มเบิร์ก เจ้า TOPIO ตัวใหญ่กับรุ่นพี่ที่ตัวเล็กกว่าได้ออกวาดลวดลายเต้นรำ แข่งวิ่งเร็ว และโชว์ความสามารถปีนป่ายไปตามหิมะกับคลานบนพื้นหญ้า
       
       ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ TOSY Robotics JSC ที่ไปร่วมงานในนูเร็มเบิร์ก ยังรวมทั้ง TOSY UFO บูมเมอแรงที่ออกไปร่อนฉวัดเฉวียน เปล่งแสงเจิดจ้าในความมืด ก่อนจะกลับไปสู่มือของผู้ขว้างอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
       
       วีงหว่างเปิดเผยว่าปีนี้เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำหุ่น TOPIO ตัวเล็กออกใช้ในเชิงพาณิชย์ และกำลังผลิตหุ่นยนตร์ตัวอื่นๆ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ อีกด้วย
       
       ผลิตภัณฑ์ไฮเทคจากบริษัทเล็กๆ ในเวียดนามได้จดสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ห้ามลอกเลียนแบบ ทั้งในเวียดนาม สหรัฐฯ สหภาพยุโรป จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและอินเดีย เตี่ยนฟงกล่าว.

ข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th

อาซิโมโชว์วิ่งเป็นวงกลมครั้งแรกในไทย

Saturday, January 31st, 2009

     อาซิโม หุ่นยนต์อัจฉริยะที่คล้ายมนุษย์ที่สุดในโลกของฮอนด้าโชว์ความสามารถในการวิ่งเข้าโค้งและวิ่งเป็นวงกลมครั้งแรกในประเทศไทย ในโอกาสเดินทางไปเยี่ยมน้อง ๆ ที่ โรงเรียนดรุณสิกขาลัย เพื่อเป็นรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศโครงการ ฮอนด้า อาซิโม ซูเปอร์ไอเดีย คอนเทสต์ ครั้งที่ 4 โดยความสามารถนี้นับเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง เพราะต้องอาศัยการเอียงจุดศูนย์ถ่วงของอาซิโมให้อยู่ในวงกลม เพื่อรักษาการทรงตัวขณะวิ่ง ปัจจุบันอาซิโมสามารถวิ่งเป็นวงกลมได้ด้วยความเร็ว 5 กม. / ชม. โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางการวิ่ง 5 เมตร
       
       อาซิโม นับเป็นนวัตกรรมเคลื่อนที่อันล้ำสมัยของฮอนด้าที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเทคโนโลยีการเคลื่อนที่อัจฉริยะ ไอ-วอล์ก (i-WALK) ทำให้อาซิโมสามารถเดินด้วย 2 ขา อย่างคล่องแคล่วนุ่มนวล เป็นธรรมชาติ สามารถคาดการณ์การเดินล่วงหน้า ตลอดจนสามารถเดินได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การเดินไปข้างหน้าและถอยหลัง การเดินไปด้านข้าง การเดินขึ้นลงบันได การเดินเลี้ยวหักมุมต่อเนื่องจากการเดินปกติโดยไม่ต้องหยุดก่อน ความสามารถในการปรับความเร็วในแต่ละก้าวของการเดิน ประกอบกับเทคโนโลยีการควบคุมท่าทาง (Posture Control) ที่ช่วยป้องกันการลื่นไถลเพื่อรักษาการทรงตัวขณะวิ่งในรูปแบบต่างๆ ทั้งยังช่วยให้อาซิโมสามารถเคลื่อนไหวลำตัว เช่น โน้มตัว หรือหันลำตัวได้อย่างคล่องแคล่ว และมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น

ข่าวจาก: http://www.manager.co.th/cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000011033

แชมป์โลกโรโบคัพ 2008 โดยนิสิตจุฬาฯ

Thursday, July 24th, 2008

นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 16 คน คว้าแชมป์โลกการแข่งขันโรโบคัพ 2008 หุ่นยนต์เตะฟุตบอล ภายใต้ชื่อทีม “Plasma Z”
ที่เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีนคณะนิสิตทั้งหมดเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเวลา 02.00 น. เช้าวันนี้ (23 ก.ค.) การแข่งขันครั้งนี้ทีมไทยสามารถโค่นแชมป์โลก อย่างทีม CM Dragon ของมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน (Carnegie Mellon University) ประเทศสหรัฐ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี
หัวหน้าทีม นายธีระพล วัธนเวคิน นิสิตวิศวกรรมปี 4 การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ไทยก็สามารถชนะด้วยคะแนน 4 ประตูต่อ 2 ทำให้ไทยได้เป็นแชมป์โลกในปีนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย หลังจากที่คว้าชัยชนะแล้ว ประธานการแข่งขันโรโบคัพ และเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ได้เสนอให้ทุกคนในทีม Plasma Z เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ได้ทันที แต่ตนเองคิดว่าได้เรียนที่จุฬาฯ ก็เป็นที่สุดของประเทศไทยแล้ว

ที่มา - mcot