Posts Tagged ‘’

ลักษณะอาการของคอมพิวเตอร์ ที่มีไวรัส

Thursday, July 24th, 2008

ท่านที่เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ คงยังไม่ค่อยรู้จักไวรัสและคงตื่นกลัวไวรัส ที่ได้ฟังคำบอกเล่าจากคนอื่นมา…ว่าไวรัสมันทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีการทำงานที่ช้า…มันทำให้คอมพิวเตอร์เสียบ้างละ…แต่ก็นะจะมีไวรัสซักกี่ตัวกันเชียวที่จะทำให้คอมพิวเตอร์เสียหายได้ขนาดนั้น
แต่ที่น่าหนักใจกว่านั้นคือท่านที่เพิ่งเริ่มเล่นคอมพิวเตอร์ อาจเป็นเรื่องยากที่จะทราบว่าคอมพิวเตอร์ของตนเองนั้นติดไวรัส เพราะว่าไม่มีประสบการณ์จากการติดไวรัสมาก่อน ฉะนั้นเพื่อให้เข้าใจและรู้ถึงการรุกรานของไวรัสคอมพิวเตอร์ อยากให้ลองสังเกตและพิจารณาเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านเองว่ามีอาการแปลกๆ แบบบทความข้างล่างนี้หรือไม่

1.
เวลาที่ท่านกำลังใช้งานคอมฯ อยู่ การทำงานของคอมพิวเตอร์ช้ากว่าปกติ หรือเปล่า
2.
คอมพิวเตอร์หยุดการทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร
3.
ข้อมูลในเครื่องคอมฯ หายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
4.
ส่งเสียง มีข้อความ หรือข่าวสารแปลกออกมา
5.
ไดร์ฟ หรือฮาร์ดดิสห์หยุดการทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ
6.
ไฟล์ข้อมูลในแผ่นดิสก์ หรือฮาร์ดดิสก์ถูกเปลี่ยนเป็นขยะ
7.
เครื่องคอมฯทำงานอืด ช้าลง ในการเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงานใช้เวลาโหลดนานผิดปกติ
8.
โปรแกรมมีขนาดใหญ่ขึ้น
9.
วันที่และเวลาของโปรแกรมเปลี่ยนไป ไม่ตรงกับที่ตั้งไว้
10.
ข้อความที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นกลับถูกแสดงขึ้นมาบ่อย ๆ
11.
เกิดข้อความประหลาดหรืออักษรแปลกๆ บนหน้าจอ
12.
เครื่องคอมฯ ส่งเสียงออกทางลำโพงโดยไม่ได้เกิดจากโปรแกรมที่กำลังใช้งานอยู่
13.
คีย์บอร์ดแป้นพิมพ์ทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงานเลย
14.
หน่วยความจำมีขนาดของพื้นที่ลดน้อยกว่าปกติ โดยหาเหตุผลไม่ได้
15.
ไฟล์แสดงสถานการณ์ทำงานของดิสก์ติดค้างนานกว่าที่เคยเป็น
16.
ไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมก็หายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
17.
เครื่องคอมพิวเตอร์บูตเครื่องเองโดยไม่ได้สั่งให้ทำงาน
18.
เซกเตอร์ที่เสียมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยมีการรายงานจำนวนเซกเตอร์ที่เสียมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมจากแต่ก่อนโดยที่ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมเข้าไปตรวจหาเลย 

ความรู้พื้นฐานของระบบเครือข่าย :: Network System

Wednesday, July 23rd, 2008

ทุก ๆ คนคงเคยได้ยินและรูจักเกี่ยวกับระบบเครือข่าย หรือ Network มาบ้าง  อย่างเช่น ในชีวิตประจำวันของเรา ก็มีการติดต่อสื่อสารถึงกัน โดยใช้ระบบเครือข่าย เช่น การโทรศัพท์พูดคุยกัน, การดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่การเบิก ถอนเงิน กับธนาคารด้วยเครื่องถอนเงินอัตโนมติ ATM และที่คุณกำลังอ่านข้อมูลผ่านทาง internet อยู่นี้ นั่นคือ คุณกำลังใช้งานในระบบเครือข่ายอยู่  internet เป็นระบบเครือข่ายที่ใหญ่มากที่สุดในโลก… ระบบเครือข่ายจะมีประโยชน์มากมายเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานบนเครือข่ายของคุณเอง?

ประเภทของคอมพิวเตอร์

  1. Main Frame
    เป็นระบบเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด มีราคาสูงมาก มักใช้กับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ธนาคาร เป็นต้น การดูแลระบบเครือข่ายจึงจำเป็นจะต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญทางด้านระบบเครือข่ายโดยเฉพาะ
  2. Mini Computer or LAN
    คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้ในธุรกิจขนาดกลาง ถึงขนาดเล็ก มีการลงทุนที่ไม่สูงมากนัก เช่น  ธุรกิจ SME  , สำนักงาน  
  3. Personnel Computer
    คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ภายในบ้าน

เครือข่าย LAN กับ WAN

  1. Local Area Network (LAN) คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กสำหรับท้องถิ่น เช่น ภายในตึกเดียวกัน โรงเรียน  
  2. Wide Area Network (WAN) คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระยะไกล เช่นระหว่างเมือง หรือระหว่างประเทศ หรือทั่วโลก

Network System – ระบบเครือข่าย

ระบบเครือข่าย คือการนำเครื่องคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องมาต่อพ่วงกัน เพื่อใช้ในการสื่อสารถึงกัน ใช้ข้อมูลร่วมกัน รวมทั้ง ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เช่น printer, harddisk เป็นต้น ระบบเครือข่ายที่นิยมมากคือ ระบบแลน (LAN : Local Area Network)

 

Peer to Peer
ระบบเครือข่ายแบบ Peer to Peer เป็นระบบเครือข่ายขนาดเล็ก เหมาะสำหรับหน่วยงาน ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์น้อยกว่า 10 เครื่อง ระบบ Peer to Peer นี้ คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง สามารถเข้าไปใช้ไฟล์ที่เก็บบนเครื่องไหนก็ได้ ซอรฟ์แวร์ที่ใช้คือ Windows for Workgroups, Windows 95,98,2000 การติดตั้งเพียงแต่เพิ่มอุปกรณ์ที่เรียกว่า Lan Card ในแต่ละเครื่องคอมพิวเตอร์ และมีต่อสายแลน เข้าไปสู่ อุปกรณ์ที่เป็นตัวกลางจะเรียกว่า hub คือ เป็นอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ระบบเครือข่ายเข้าด้วยกัน

ข้อดีของการต่อแบบ Peer to Peer

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการต่อ Network แบบอื่น ๆ
  • สามารถแชร์ข้อมูล เครื่องพิมพ์ ของแต่ละเครื่องได้
  • ง่ายในการติดตั้ง และสามารถขยายต่อไปในอนาคตได้ดี

Client / Server
ระบบเครือข่ายแบบ Client / Server มีเครื่องคอมพิวเตอร์หลักเรียกว่า File Server (ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมในการเก็บข้อมูล) File Server จะต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ห้ามปิดในระหว่างการใช้งาน ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน เราเรียกว่า Work Station สำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นในการติดต่อระบบเครือข่าย คือ สายเคเบิล และการ์ดเครือข่าย (LAN Card) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการไหล ของข้อมูล นอกจากนี้ยังต้องมี HUB ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการกระจายสัญญาณไปตาม Work Station ต่าง ๆ

ซอร์ฟแวร์ที่เป็นที่นิยมในระบบเครือข่ายคือ Netware, Windows NT, Unix เป็นต้น

ข้อดีของการต่อแบบ Client / Server

  • สามารถแชร์ข้อมูล เครื่องพิมพ์ ของแต่ละเครื่องได้
  • มีระบบ Security ที่ดีมาก
  • รับส่งข่าวสารในลักษณะของ Email ได้ดี

IT-Guides.Com

เมื่อเจอ !! Error Code จะทำอย่างไร

Wednesday, July 23rd, 2008

บ่อยครั้งเวลาที่เรากำลังใช้งานคอมพิวเตอร์จะมีการเกิดความผิดพลาดบางประการขึ้นมา แสดงเป็นรหัสความผิดพลาด หรือ Error Code

ถ้าคุณใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์อยู่เป็นประจำคุณต้องเคยพบกับรายงานความผิดพลาดอย่างเช่น Error 126, STOP: 0×0000007B (0xF741B84C,0xC0000034,0×00000000,0×00000000) หรือไม่ก็ Error 0×800a0099 ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ บลูสกรีน

หรือแม้แต่แสดงผ่านแมสเสจ บ็อกซ์ ของวินโดวส์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะแจ้งว่าเกิดอะไรขึ้น และแนะนำให้คุณแก้ปัญหาเบื้องต้นนี้อย่างไร เมื่อเจอกับข้อความ Error หรือรายงานความผิดพลาดแจ้งขึ้นมา ขอให้คุณทำความเข้าใจกับมันก่อน คุณอาทำการจดบันทึกไว้ในกระดาษ แล้วค่อยไปค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่สามารถให้ข้อมูลแก้ไขปัญหาของเราได้

Error Code ::  เมื่อพบรหัสความผิดพลาดคุณจะทำอย่างไร
การคิดที่ไปล่วงหน้าเองว่า ตัวคุณจะรับมือกับความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนคอมพิวเตอร์ และวินโดวส์ของคุณโดยลำพังไม่ไหวนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นการยอมแพ้อย่างง่าย ๆ  ซึ่งถ้าคุณยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติ หรือแก้ปัญหาของคุณด้วยตนเอง คุณก็จะไม่รู้เลยว่า ทุกปัญหานั้นยังพอมีทางแก้ไข ถึงแม้บางทีจะไม่ได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ตามแต่อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณได้รักษาข้อมูลสำคัญของคุณเอาไว้ได้เช่นกัน

เมื่อวินโดวส์หรัสความผิดพลาดอย่าง Error Code หรือ Error Message ต่างๆขึ้นมาอย่าเพิ่งตกใจชัตดาวน์เครื่องแล้วหนีปัญหาไปนะค่ะ ถ้าเป็นหน้าจอบลูสกรีน แล้วมีตัวหนังสือเยอะๆ หรือตัวเลขฐาน 16 ที่คุณไม่รู้ความหมายนั้น ให้อ่านข้อมูลคร่าวๆ ที่เป็นการแจ้งความผิดพลาดก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นให้จดบันทึก Error Code หรือ อาจจะเป็น Error Message ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอลงในกระดาษ คุณอาจใช้กล้องดิจิตอลถ่ายภาพเอาไว้ เพื่อเก็บรายระเอียดต่างๆ ให้หมด การค้นหาคำตอบหรือความหมายของรหัสความผิดพลาดเหล่านั้นให้เริ่มต้นจาก Help ของวินโดวส์ก่อน ถ้าไม่พบข้อมูลที่ต้องการก็ให้ค้นหาจากเว็บไซต์ที่ให้บริการสืบค้นข้อมูล และเว็บไดเรกทอรีต่างๆโดยเฉพาะที่เว็บ http://support.microsoft.com จะเป็นแหล่งข้อมูลที่ดี สมควรเข้าไปใช้บริการบ่อยๆ เพราะเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์โดยตรง และการค้นหาเอาตามเว็บบอร์ดไอทีต่างๆ อาจได้คำตอบเร็วกว่าที่คิด เพราะมีคนเข้าออกและผ่านเข้ามาตอบปัญหาให้เป็นจำนวนมาก  และจะทำให้เราได้ข้อคิดวิธีการแก้ปัญหาหลากหลาย

 

ข้อมูลจาก :  Action (Computer.Today)

7 วิธีป้องกันภัยจากการโจมตีของแฮกเกอร์

Wednesday, July 23rd, 2008

 

1. อัพเดทระบบปฏิบัติการและโปรแกรมต่างๆ โดยเฉพาะโปรแกรม Antivirus ที่คุณใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์หรือระบบปฏิบัติการตัวอื่นๆ ซึ่งในบางครั้งย่อมต้องมีบั๊ก มีช่องโหว่ ที่แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบเข้ามาทำลายระบบเราได้  

2.    ถึงจะมีโปรแกรม Antivirus อยู่แล้วแต่ในบางครั้งก็อาจจะมีบางตัวที่หลุดรอดเข้ามาได้ วิธีการที่ดีที่สุดจะต้องสแกนอุปกรณ์เก็บข้อมูลทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการ์ดหน่วยความจำ  Flash Drive ต่างๆ ก่อนที่จะนำมาใช้งาน

3. ติดตั้ง  Firewall เพื่อป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์และเป็นการป้องกันการรับ-ส่งข้อมูลที่คุณไม่ต้องการ ทั้งจากโปรแกรมสปายแวร์เอง หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่อาจจะเป็นการเปิดช่องโหว่ในการโจมตีจากแฮกเกอร์ได้อีก

4.   ระมัดระวังการเล่นอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเว็บสำหรับผู้ใหญ่ ถ้าเข้าไปอาจจะติดไวรัส หรือโ ดนแฮกข้อมูลโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย

5.   บล็อกการทำงานของสปายแวร์ โดยอาจจะใช้ Firewall อย่างที่ได้กล่าวไป หรือใช้โปรแกรม Anti-Spyware มากวาดล้างเลย อย่าปล่อยให้มีสายลับวายร้ายมาอาศัยในเครื่องของคุณ

6. ฝึกฝนพัฒนาตัวเองให้เป็นคนรอบคอบ และจำให้ขึ้นใจว่าปลอดภัยไว้ก่อน การให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญบางอย่างผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ต้องทำอย่างระมัดระวัง มีอีกวิธีการที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น อย่างเช่น การเข้ารหัส ข้อมูลก่อนส่ง หรือกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้และมีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นเท่านั้น

7. ติดตามข่าวสารต่าง ๆ  ในรูปแบบของการโจมตีใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อที่เราจะได้ระมัดระวังและหาทางป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณตลอดเวลา

 

วิธีการตรวจสอบปัญหาที่เกิดจากเมนบอร์ด

Wednesday, July 23rd, 2008
  วิเคราะห์แก้ไบปัญหา อาการเสีย ที่เกิดขึ้นจากเมนบร์อด

อาการเสียที่เกิดจากเมนบอร์ดเป็นปัญหาที่ค่อนข้างแก้ไขยาก และเกิดจากหลายสาเหตุ เนื่องจากมีอุปกรณ์หลายตัวเข้ามาติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด เมื่อเกิดอาการเสียมักจะหาสาเหตุไม่ค่อยเจอ

สำหรับอาการเสียของเมนบอร์ดจะคล้ายกับอาการเสียของอุปกรณ์ตัวอื่นที่ติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด เช่น เครื่องบูตไม่ขึ้น , จอภาพมืด ส่วนใหญ่จะคิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดมาจากจอภาพและฮาร์ดดิสก์มากกว่า หรืออาการเครื่องแฮงค์บ่อย หลายคนมักวิเคราะห์ว่าน่าจะเกิดจากแรม หรือไม่ก็ ซีพียู แต่แท้จริงแล้ว หากตัวเมนบอร์ดเสีย เครื่องก็ไม่สามารถบูตได้ หรือเกิดอาการเครื่องแฮงค์บ่อยได้เหมือนกัน

วิธีการตรวจสอบวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากเมนบอร์ด มีดังนี้
- ตรวจสอบการเชื่อมต่อของขั้วต่อต่าง ๆ บนเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้แน่นและถูกต้อง เช่นขั้วต่อสายแพกับฮาร์ดดิสก์ , ขั้วต่อสายไฟจากเพาเวอร์ซัพพลายกับกับเมนบอร์ด เป็นต้น
- ตรวจสอบการติดตั้งของอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้ถูกต้อง เช่น แรม  การ์ดต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้แน่น
- ตรวจสอบการระบายความร้อนบนอุปกรณ์เมนบอร์ดเช่น พัดลมชิพเซ็ท พัดลมพาวเวอร์ซัพพลาย หรือพัดลมเสริมตัวอื่น ๆ ว่ายังมีการทำงานอยู่ดีหรือไม่
- ตรวจสอบการเซ็ตจัมเปอร์และดิปสวิตซ์บนเมนบอร์ดว่ากำหนดค่าต่าง ๆ  ที่ถูกต้องในการทำงาน                                                                                                                        - ตรวจสอบการกำหนดค่าในไบออสว่ามีการกำหนดค่าถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่
- ตรวจสอบถ่านแบตเตอรี่บนเมนบอร์ดว่าหมดแล้วหรือยัง
- หากเมนบอร์ดถามหาพาสเวิร์ดแล้วจำไม่ได้ให้ทำการเคลียร์ไบออสโดยถอดจัมเปอร์ไปเสียบที่ขา Clear Bios (ดูคู่มือเมนบอร์ดประกอบ) หรือจะถอดถ่านแบตเตอรี่ออกมาทิ้งไว้สักพักแล้วใส่เขาไปใหม่ก็ได้
- ตรวจสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่นำมาติดตั้งว่าเข้ากันได้กับเมนบอร์ดหรือไม่ บางครั้งหากผู้ใช้ซื้ออุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ มาเมนบอร์ดตัวเดิมจะไม่สามารถรองรับได้ ให้ทำการอัพเดทไบออสเพื่อให้เมนบอร์ดมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถรู้จักกับอุปกรณ์ ใหม่ ๆ ได้

เมื่อทำการตรวจสอบตามขั้นตอนวิธีการตรวจสอบแล้ว ยังไม่พบปัญหาอีกก็อาจเป็นไปได้ว่า เมนบอร์ดเสีย ให้เช็คดูว่ามีกระแสไฟลัดวงจร หรือเมนบอร์ดช๊อตหรือไม่ โดยตรวจสอบแท่นรองน็อตหรือมีวัตถุแปลกปลอมอย่างอื่นที่สามารถนำไฟฟ้าได้แอบแฝงอยู่บนเมนบอร์ดหรือไม่ ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ เมื่อผู้ใช้ได้ติดตั้งเมนบอร์ดแล้ว ลืมน๊อตตกค้างอยู่บนเมนบอร์ดเมื่อมีกระแสไฟจ่ายเข้ามาก็อาจทำให้เมนบอร์ดพังได้ เพราะน๊อตตัวเล็ก ๆ จะเป็นตัวนำกระแสไฟได้เป็นอย่างดี