Posts Tagged ‘’

ซิสโก้พร้อมขายเซิร์ฟเวอร์

Wednesday, March 18th, 2009

 ซิสโก้ซิสเต็มส์ (Cisco Systems) เตรียมท้าทายอดีตพันธมิตรซี้ย่ำปึ้กอย่างเอชพี (Hewlett-Packard) และไอบีเอ็ม (IBM) ด้วยการประกาศพร้อมเปิดสายการผลิตคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์แบรนด์ตัวเอง เสริมแกร่งระบบประมวลผลข้อมูลไร้รอยต่อหรือ Unified Computing System (UCS) ของซิสโก้ให้ครบวงจร หลังจากครองเฉพาะตลาดเครือข่ายข้อมูลอย่างเดียวมานาน
       
       จอห์น ชามเบอร์ส (John Chambers) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซิสโกเป็นผู้ประกาศรายละเอียดแผนการเข้าสู่สังเวียนเซิร์ฟเวอร์ ว่าการสร้างเบลดเซิร์ฟเวอร์ด้วยตัวเองของซิสโก้ในครั้งนี้คือส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบประมวลผลหนึ่งเดียวหรือ UCS ของค่าย ซึ่งจะจำหน่ายเป็นแพคเก็จบนจุดประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบศูนย์กลางข้อมูลหรือแพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ยุคหน้า ที่องค์กรจะสามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง
       
       ”เรามีความสนใจน้อยมากในตลาดผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ แต่เราเดินตามรอยความคิดที่ว่า จะทำอย่างไรให้ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้” สอดคล้องกับที่มาริโอ มาซโซลา (Mario Mazzola) รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจเวอร์ซวลไลเซชันและเซอร์ฟเวอร์ของซิสโก้ ระบุว่าเพราะซิสโก้ต้องการสร้างระบบการทำงานเสมือนแบบครบวงจร ซิสโก้จึงตัดสินใจสร้างเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองขึ้นมา
       
       ที่ผ่านมา ซิสโก้นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะผู้จำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายข้อมูลคอมพิวเตอร์ เช่น เราเตอร์ และสวิตช์ สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร ซึ่งในขณะนี้ ซิสโก้ได้ร่วมมือกับบริษัทซอฟต์แวร์อย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft), แอคเซนเจอร์ (Accenture), วีเอ็มแวร์ (VMware), บีเอ็มซีซอฟต์แวร์ (BMC Software) และอีเอ็มซี (EMC) แล้ว เพื่อดำเนินตามนโยบาย UCS ให้ซอฟต์แวร์เหล่านี้สามารถทำงานร่วมกันได้แบบเสมือน
       
       ซิสโก้ไม่ได้ระบุว่าจะเริ่มทำตลาดชุดระบบ UCS พร้อมเซิร์ฟเวอร์เมื่อใด แต่คุยฟุ้งว่าระบบการทำงานเสมือนในชุดแพคเก็จ UCS ครบวงจรของซิสโก้นั้นช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานศูนย์กลางข้อมูลลงราว 20 เปอร์เซ็นต์ และลดต้นทุนด้านการปฏิบัติการอีกราว 30 เปอร์เซ็นต์ จะมาในรูปเบลดหรือเซิร์ฟเวอร์ตัวบางที่ใช้ชิปอินเทล ซึ่งเอชพีครองตลาดเบอร์หนึ่ง และไอบีเอ็มครองตลาดเบอร์สอง
       
       แม้ซีอีโอซิสโก้จะให้สัมภาษณ์ต่อวอลล์สตรีทเจอร์นอลว่า ซิสโก้ไม่ได้หวังผลิตคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์มาแข่งขันกับเอชพีหรือไอบีเอ็ม แต่สื่อต่างประเทศเชื่อว่าความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจะทำให้ซิสโก้และเอชพีจะเป็นทั้งมิตรและศัตรูในคราวเดียวกัน เนื่องจากเอชพีเองก็เริ่มไม่ได้ผลิตเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ แต่ได้พัฒนาอุปกรณ์เครือข่ายเพื่อสร้างระบบ UCS แบบครบวงจรของตัวเองแล้วเช่นกันในชื่อ Adaptive Infrastructure
       
       ชามเบอร์สกล่าวด้วยว่าความเคลื่อนไหวเรื่องผลิตภัณฑ์ระบบ UCS ครบชุดนี้คือก้าวสำคัญที่สุดของซิสโก้นับตั้งแต่ซิสโก้เริ่มพ่วงผลิตภัณฑ์สวิตช์ลงในเราเตอร์ หลังจากบริษัทตัดสินใจควบรวมบริษัท Crescendo Communications ในปี 1993 เนื่องจากเป็นการตัดสินใจสร้างผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์จากการซื้อบริษัทอื่นๆอย่างที่เกิดขึ้นตลอดช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา
       
       นักวิเคราะห์ไอดีซีเชื่อว่า ซิสโก้ไม่ได้มุ่งหวังเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก แต่จะเน้นตลาดเฉพาะกลุ่มซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่มากๆ เช่น ธนาคาร ภาครัฐ และบริษัทโทรคมนาคมที่ต้องการศูนย์กลางข้อมูลสำหรับเก็บบันทึก-เข้าถึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ต้องการความสามารถในการรันเว็บเพจขนาดใหญ่จำนวนมหาศาล หรือการส่งภาพยนตร์จำนวนมากไปรันบนคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการสำรวจพบว่าตลาดดังกล่าวมีมูลค่าราว 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
       
       เอชพีไม่วายเกทับความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของซิสโก้ โดย Jim Ganthier รองประธานฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์สตอเรจและเซิร์ฟเวอร์องค์กร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเอพีว่า ภาพที่ซิสโก้เตรียมวาดไว้ในอนาคตนั้น เอชพีได้วาดเสร็จและพร้อมส่งมอบแล้วในวันนี้ แถมบอกว่าการสร้างเซิร์ฟเวอร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องประกอบด้วยความตั้งใจระยะยาวในการลงทุนเพื่อพัฒนาต่อเนื่อง

ที่มา: www.manager.co.th

ซิสโก้พร้อมขายเซิร์ฟเวอร์

Wednesday, March 18th, 2009

ซิสโก้ซิสเต็มส์ (Cisco Systems) เตรียมท้าทายอดีตพันธมิตรซี้ย่ำปึ้กอย่างเอชพี (Hewlett-Packard) และไอบีเอ็ม (IBM) ด้วยการประกาศพร้อมเปิดสายการผลิตคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์แบรนด์ตัวเอง เสริมแกร่งระบบประมวลผลข้อมูลไร้รอยต่อหรือ Unified Computing System (UCS) ของซิสโก้ให้ครบวงจร หลังจากครองเฉพาะตลาดเครือข่ายข้อมูลอย่างเดียวมานาน
       
       จอห์น ชามเบอร์ส (John Chambers) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซิสโกเป็นผู้ประกาศรายละเอียดแผนการเข้าสู่สังเวียนเซิร์ฟเวอร์ ว่าการสร้างเบลดเซิร์ฟเวอร์ด้วยตัวเองของซิสโก้ในครั้งนี้คือส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบประมวลผลหนึ่งเดียวหรือ UCS ของค่าย ซึ่งจะจำหน่ายเป็นแพคเก็จบนจุดประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบศูนย์กลางข้อมูลหรือแพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ยุคหน้า ที่องค์กรจะสามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง
       
       “เรามีความสนใจน้อยมากในตลาดผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ แต่เราเดินตามรอยความคิดที่ว่า จะทำอย่างไรให้ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้” สอดคล้องกับที่มาริโอ มาซโซลา (Mario Mazzola) รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจเวอร์ซวลไลเซชันและเซอร์ฟเวอร์ของซิสโก้ ระบุว่าเพราะซิสโก้ต้องการสร้างระบบการทำงานเสมือนแบบครบวงจร ซิสโก้จึงตัดสินใจสร้างเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองขึ้นมา
       
       ที่ผ่านมา ซิสโก้นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะผู้จำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายข้อมูลคอมพิวเตอร์ เช่น เราเตอร์ และสวิตช์ สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร ซึ่งในขณะนี้ ซิสโก้ได้ร่วมมือกับบริษัทซอฟต์แวร์อย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft), แอคเซนเจอร์ (Accenture), วีเอ็มแวร์ (VMware), บีเอ็มซีซอฟต์แวร์ (BMC Software) และอีเอ็มซี (EMC) แล้ว เพื่อดำเนินตามนโยบาย UCS ให้ซอฟต์แวร์เหล่านี้สามารถทำงานร่วมกันได้แบบเสมือน
       
       ซิสโก้ไม่ได้ระบุว่าจะเริ่มทำตลาดชุดระบบ UCS พร้อมเซิร์ฟเวอร์เมื่อใด แต่คุยฟุ้งว่าระบบการทำงานเสมือนในชุดแพคเก็จ UCS ครบวงจรของซิสโก้นั้นช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานศูนย์กลางข้อมูลลงราว 20 เปอร์เซ็นต์ และลดต้นทุนด้านการปฏิบัติการอีกราว 30 เปอร์เซ็นต์ จะมาในรูปเบลดหรือเซิร์ฟเวอร์ตัวบางที่ใช้ชิปอินเทล ซึ่งเอชพีครองตลาดเบอร์หนึ่ง และไอบีเอ็มครองตลาดเบอร์สอง
       
       แม้ซีอีโอซิสโก้จะให้สัมภาษณ์ต่อวอลล์สตรีทเจอร์นอลว่า ซิสโก้ไม่ได้หวังผลิตคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์มาแข่งขันกับเอชพีหรือไอบีเอ็ม แต่สื่อต่างประเทศเชื่อว่าความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจะทำให้ซิสโก้และเอชพีจะเป็นทั้งมิตรและศัตรูในคราวเดียวกัน เนื่องจากเอชพีเองก็เริ่มไม่ได้ผลิตเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ แต่ได้พัฒนาอุปกรณ์เครือข่ายเพื่อสร้างระบบ UCS แบบครบวงจรของตัวเองแล้วเช่นกันในชื่อ Adaptive Infrastructure
       
       ชามเบอร์สกล่าวด้วยว่าความเคลื่อนไหวเรื่องผลิตภัณฑ์ระบบ UCS ครบชุดนี้คือก้าวสำคัญที่สุดของซิสโก้นับตั้งแต่ซิสโก้เริ่มพ่วงผลิตภัณฑ์สวิตช์ลงในเราเตอร์ หลังจากบริษัทตัดสินใจควบรวมบริษัท Crescendo Communications ในปี 1993 เนื่องจากเป็นการตัดสินใจสร้างผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์จากการซื้อบริษัทอื่นๆอย่างที่เกิดขึ้นตลอดช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา
       
       นักวิเคราะห์ไอดีซีเชื่อว่า ซิสโก้ไม่ได้มุ่งหวังเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก แต่จะเน้นตลาดเฉพาะกลุ่มซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่มากๆ เช่น ธนาคาร ภาครัฐ และบริษัทโทรคมนาคมที่ต้องการศูนย์กลางข้อมูลสำหรับเก็บบันทึก-เข้าถึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ต้องการความสามารถในการรันเว็บเพจขนาดใหญ่จำนวนมหาศาล หรือการส่งภาพยนตร์จำนวนมากไปรันบนคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการสำรวจพบว่าตลาดดังกล่าวมีมูลค่าราว 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
       
       เอชพีไม่วายเกทับความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของซิสโก้ โดย Jim Ganthier รองประธานฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์สตอเรจและเซิร์ฟเวอร์องค์กร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเอพีว่า ภาพที่ซิสโก้เตรียมวาดไว้ในอนาคตนั้น เอชพีได้วาดเสร็จและพร้อมส่งมอบแล้วในวันนี้ แถมบอกว่าการสร้างเซิร์ฟเวอร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องประกอบด้วยความตั้งใจระยะยาวในการลงทุนเพื่อพัฒนาต่อเนื่อง

ซิสโก้ เปิดเวทีประลองฝีมือออนไลน์ เรียลไทม์ครั้งแรกระดับโลก

Tuesday, December 2nd, 2008

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศเปิดเวทีประลองฝีมือการแข่งขัน Asia Pacific NetRiders 2008 ด้วยรูปแบบออนไลน์ เรียลไทม์เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผ่านระบบเทเลเพรเซ้นส์ (TelePresenceTM) และเว็บเอ็กซ์ (WebExTM)  เทคโนโลยีระบบประชุมทางไกลเสมือนจริง เชื่อมผู้เข้าแช่งขันพร้อมกันจาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค  สำหรับประเทศไทยทีม Network MAP โดยเป็นทีมชนะเลิศการแข่งชัน National Networking Skills Competition 2008 ระดับประเทศเมื่อเดือนมี.ค.2551 ที่ผ่านมา เป็นตัวแทนนักศึกษาในโครงการ Networking Academy ของไทยเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้

นายธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซิสโก้จัดการแข่งขัน Asia Pacific NetRiders 2008 ด้วยรูปแบบ ออนไลน์ เรียลไทม์เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยผ่านการเชื่อมต่อระบบเทเลเพรเซ้นส์ และเว็บเอ็กซ์ ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าแข่งขันเป็นนักศึกษาในโครงการ Cisco Networking Academy ที่ศึกษาและเรียนรู้พื้นฐานระบบเครือข่ายในมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าว ยังช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาในโครงการฯ ให้มีความพร้อมในการทำงานจริง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะทำงานในสายนี้ต้องมีความรอบรู้และพร้อมรับสถานการณ์ของระบบเครือข่ายที่กลายเป็น แพลทฟอร์มสำคัญของทุกองค์กร

กก.ผจก. บ. ซิสโก้ฯ กล่าวต่อว่า รูปแบบการแข่งขันผ่านระบบดังกล่าวเป็นการย้ำบทบาทของระบบเครือข่ายที่มีส่วนช่วยลดต้นทุนการเดินทาง และเพิ่มการเข้าถึงได้อย่างดี จากจำนวนผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้   45 คน จาก 15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย นิวซีแลนด์ เวียดนาม บังคลาเทศ และกัมพูชา หากทุกคนพร้อมผู้ติดตามต้องเดินทางมาแข่งขันในที่เดียวกัน ลองคำนวณดูว่าต้องใช้ทรัพยากรด้านพลังงานมากน้อยเพียงใด

นายธัชพล กล่าวอีกว่า การแข่งขัน Asia Pacific NetRiders 2008 นี้เป็นกิจกรรมประจำปีที่ส่งเสริมทักษะนักศึกษาภายใต้โครงการ Networking Academy ของซิสโก้ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการเรียนรู้ระบบเครือข่ายพื้นฐานผ่านอีเลิร์นนิ่ง ทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในระดับโลก

กก.ผจก. บ. ซิสโก้ฯ กล่าวด้วยว่า โครงการเริ่มต้นเมื่อปี 2540 ขณะนี้มีผู้ศึกษาหลักสูตรนี้ประมาณ 800,000 คนต่อปี ในมากกว่า 160 ประเทศ สำหรับการแข่งขันนี้จะทำการทดสอบความสามารถและทักษะในระดับต่างๆ ของนักเรียนที่เรียนอยู่ในโครงการ Networking Academy  โดยเน้นการนำความรู้ไประยุกต์ใช้ในการออกแบบและการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับระบบเครือข่าย อย่างไรก็ตาม เนื้อหาที่ใช้ในการแข่งขันทั้งหมดนี้จะเป็นเนื้อหาที่บรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนโครงการ Networking Academy

“ด้วยรูปแบบการแข่งขันแบบออนไลน์ เรียลไทม์ของ Asia Pacific NetRiders 2008 นี้นับเป็นความท้าทายของคณะผู้จัดงานฯ เพราะเป็นการจัดแข่งขันรูปแบบใหม่ และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต้องอาศัยระบบเครือข่ายที่ดีมารองรับ รวมถึงเรื่องของการจัดตารางเวลาการแข่งขันให้เหมาะสมพร้อมกันในแต่ละประเทศ เนื่องด้วยมีทีมเข้าแข่งขันด้วยกันถึง 15 ประเทศ ผู้เข้าแข่งขันจะสามารถทราบผลคะแนนและลำดับของตัวเองได้ภายในเวลาเพียง 30 นาทีหลังสิ้นสุดการแข่งขัน” นายธัชพล กล่าว

นางสาวแซนดี้ วอลช ผู้อำนวยการโครงการ Cisco Networking Academy Program และส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคม ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวถึงรูปแบบการแข่งขันครั้งนี้ว่า แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.บททดสอบข้อเขียนแบบเลือกคำตอบที่ถูกต้อง และการคอนฟิคระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วย Packet Tracer 5.0 ทางออนไลน์ และ2.บททดสอบภาคปฏิบัติ โดยแก้ไขปัญหาในระบบเครือข่ายที่มีการตั้งเงื่อนไขล่วงหน้า สำหรับทีมผู้ชนะเลิศจะได้ไปเยี่ยมชมศูนย์เทคโนโลยีของซิสโก้ ณ สำนักงานใหญ่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 5 วัน พร้อมรับประกาศนียบัตรการเข้าร่วมการแข่งขัน Asia Pacific NetRiders

โดย : ข่าวไอที

ซิสโก้ เปิดเวทีประลองฝีมือออนไลน์ เรียลไทม์ครั้งแรกระดับโลก

Tuesday, December 2nd, 2008

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศเปิดเวทีประลองฝีมือการแข่งขัน Asia Pacific NetRiders 2008 ด้วยรูปแบบออนไลน์ เรียลไทม์เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผ่านระบบเทเลเพรเซ้นส์ (TelePresenceTM) และเว็บเอ็กซ์ (WebExTM)  เทคโนโลยีระบบประชุมทางไกลเสมือนจริง เชื่อมผู้เข้าแช่งขันพร้อมกันจาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค  สำหรับประเทศไทยทีม Network MAP โดยเป็นทีมชนะเลิศการแข่งชัน National Networking Skills Competition 2008 ระดับประเทศเมื่อเดือนมี.ค.2551 ที่ผ่านมา เป็นตัวแทนนักศึกษาในโครงการ Networking Academy ของไทยเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้

นายธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซิสโก้จัดการแข่งขัน Asia Pacific NetRiders 2008 ด้วยรูปแบบ ออนไลน์ เรียลไทม์เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยผ่านการเชื่อมต่อระบบเทเลเพรเซ้นส์ และเว็บเอ็กซ์ ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าแข่งขันเป็นนักศึกษาในโครงการ Cisco Networking Academy ที่ศึกษาและเรียนรู้พื้นฐานระบบเครือข่ายในมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าว ยังช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาในโครงการฯ ให้มีความพร้อมในการทำงานจริง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะทำงานในสายนี้ต้องมีความรอบรู้และพร้อมรับสถานการณ์ของระบบเครือข่ายที่กลายเป็น แพลทฟอร์มสำคัญของทุกองค์กร

กก.ผจก. บ. ซิสโก้ฯ กล่าวต่อว่า รูปแบบการแข่งขันผ่านระบบดังกล่าวเป็นการย้ำบทบาทของระบบเครือข่ายที่มีส่วนช่วยลดต้นทุนการเดินทาง และเพิ่มการเข้าถึงได้อย่างดี จากจำนวนผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้   45 คน จาก 15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย นิวซีแลนด์ เวียดนาม บังคลาเทศ และกัมพูชา หากทุกคนพร้อมผู้ติดตามต้องเดินทางมาแข่งขันในที่เดียวกัน ลองคำนวณดูว่าต้องใช้ทรัพยากรด้านพลังงานมากน้อยเพียงใด

นายธัชพล กล่าวอีกว่า การแข่งขัน Asia Pacific NetRiders 2008 นี้เป็นกิจกรรมประจำปีที่ส่งเสริมทักษะนักศึกษาภายใต้โครงการ Networking Academy ของซิสโก้ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการเรียนรู้ระบบเครือข่ายพื้นฐานผ่านอีเลิร์นนิ่ง ทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในระดับโลก

กก.ผจก. บ. ซิสโก้ฯ กล่าวด้วยว่า โครงการเริ่มต้นเมื่อปี 2540 ขณะนี้มีผู้ศึกษาหลักสูตรนี้ประมาณ 800,000 คนต่อปี ในมากกว่า 160 ประเทศ สำหรับการแข่งขันนี้จะทำการทดสอบความสามารถและทักษะในระดับต่างๆ ของนักเรียนที่เรียนอยู่ในโครงการ Networking Academy  โดยเน้นการนำความรู้ไประยุกต์ใช้ในการออกแบบและการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับระบบเครือข่าย อย่างไรก็ตาม เนื้อหาที่ใช้ในการแข่งขันทั้งหมดนี้จะเป็นเนื้อหาที่บรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนโครงการ Networking Academy

“ด้วยรูปแบบการแข่งขันแบบออนไลน์ เรียลไทม์ของ Asia Pacific NetRiders 2008 นี้นับเป็นความท้าทายของคณะผู้จัดงานฯ เพราะเป็นการจัดแข่งขันรูปแบบใหม่ และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต้องอาศัยระบบเครือข่ายที่ดีมารองรับ รวมถึงเรื่องของการจัดตารางเวลาการแข่งขันให้เหมาะสมพร้อมกันในแต่ละประเทศ เนื่องด้วยมีทีมเข้าแข่งขันด้วยกันถึง 15 ประเทศ ผู้เข้าแข่งขันจะสามารถทราบผลคะแนนและลำดับของตัวเองได้ภายในเวลาเพียง 30 นาทีหลังสิ้นสุดการแข่งขัน” นายธัชพล กล่าว

นางสาวแซนดี้ วอลช ผู้อำนวยการโครงการ Cisco Networking Academy Program และส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคม ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวถึงรูปแบบการแข่งขันครั้งนี้ว่า แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.บททดสอบข้อเขียนแบบเลือกคำตอบที่ถูกต้อง และการคอนฟิคระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วย Packet Tracer 5.0 ทางออนไลน์ และ2.บททดสอบภาคปฏิบัติ โดยแก้ไขปัญหาในระบบเครือข่ายที่มีการตั้งเงื่อนไขล่วงหน้า สำหรับทีมผู้ชนะเลิศจะได้ไปเยี่ยมชมศูนย์เทคโนโลยีของซิสโก้ ณ สำนักงานใหญ่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 5 วัน พร้อมรับประกาศนียบัตรการเข้าร่วมการแข่งขัน Asia Pacific NetRiders

โดย : ข่าวไอที

ซิสโก้ฯเปิดตัว เทเลคอนซัลต์

Tuesday, October 28th, 2008

ายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจพาณิชย์ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า วันนี้ ซิสโก้ฯไม่ใช่บริษัทที่ขายแต่เทคโนโลยีอีกต่อไป แต่จะเป็นผู้นำเสนอหนทางการนำเอาเทคโนโลยีไปปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับงานเพื่อรองรับความต้องการของแต่ละภาคธุรกิจ โดยล่าสุดได้ติดตั้งระบบเทเลคอนซัลต์ที่โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา เป็นระบบที่ใช้ความสามารถของการประชุมผ่านทางเว็บ เสียง วิดีโอ เต็มรูปแบบ ช่วยให้แพทย์สามารถพูดคุยกันแบบเห็นหน้า พร้อมกับแชร์ไฟล์ที่ต้องการซึ่งกันและกัน โดยแพทย์ต้นทางสามารถปรึกษากับแพทย์ปลายทางและมองเห็นข้อมูลคนไข้

โดย : ข่าวไอที

พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง - ซิสโก้ ยกระดับการเรียนเครือข่าย

Wednesday, October 1st, 2008

นายธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ บ.ซิสโก้ฯ ได้ดำเนินโครงการ Cisco Networking Academy: CNA ในประเทศไทยมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว โดยมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 60 สถาบัน ผลิตบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านเน็ตเวิร์คเข้าสู่ตลาดและอยู่ในหลักสูตรกว่า 20,000 คน  อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของไอดีซีระบุว่า อัตราการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางระบบเครือข่ายจะเพิ่มขึ้นเป็น 6,600 คนหรือ 15 % ใน ปี 2552  เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่ขาดแคลนอยู่ 5,300 คน

กก.ผจก.บริษัทซิสโก้ฯ กล่าวถึงความร่วมมือกับภาคการศึกษาว่า ซิสโก้มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการสนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าการศึกษาเป็นใบเบิกทางไปสู่โอกาสที่ดี โดยจะเชื่อมโยงไปถึงการพัฒนาประเทศ ซิสโก้ยังเชื่อว่า ความท้าทายของระบบการศึกษาส่งผลโดยตรง ต่ออนาคตขององค์กรธุรกิจ ความยั่งยืนขององค์กรจะขึ้นอยู่กับนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญของพนักงาน ดังนั้นซิสโก้จึงมุ่งหน้าดำเนินโครงการ Networking Academy อย่างต่อเนื่อง โดยพยายามผลักดันให้สถาบันการศึกษาต่างๆ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ก้าวหน้า เพื่อตอบสนองความต้องการภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น

นายธัชพล กล่าวต่อว่า สถาบันการศึกษาจึงจำเป็นต้อง สร้างทักษะขั้นสูงให้กับนิสิตนักศึกษา เตรียมความพร้อมก่อนออกสู่การทำงานจริง นับว่าเป็นความสำเร็จอีกก้าวของโครงการ Networking Academy ที่ในขณะนี้ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้มีศักยภาพ และ ความพร้อมทั้งด้านบุคลากรผู้สอนและอุปกรณ์เครือข่าย ในการเปิดสอนหลักสูตร Cisco Certified Network Professional (CCNP) ให้กับนักศึกษาและบุคคลทั่วไปอย่างเป็นทางการ โดยนับว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในไทย ที่บรรจุหลักสูตรนี้ในโครงการ Networking Academy

“นศ.ที่เรียนใน CAN จำนวนมากไม่ได้สอบ Certified รับรองความรู้ เนื่องจากมีภาระด้านการทำงาน หรือ ไม่มีเวลาเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ เพราะข้อสอบที่ใช้ยากมากๆ ที่ผ่านมาซิสโก้ฯ สนับสนุนทั้งคอร์สการทบทวนความรู้ หรือส่วนลดในการสอบที่มีค่าใช้จ่ายครั้งละกว่า 20,000 บาท จำนวนนักศึกษาที่จบออกไปจะ 500 หรือ 1,000 คนที่ไปสอบ Certified ของ CCNA ยังไงก็ไม่เพียงพอ เพราะคนที่สอบได้จะมีโอกาสได้งานสูงโดยเฉพาะงานต่างประเทศ ดังนั้นซิสโก้ฯ จึงต้องกระจายความรู้ออกไปทั่วประเทศตามมหาวิทยาลัยหัวเมือง เพื่อเพิ่มโอกาสและจำนวนบัณฑิตที่สอบได้ CCNA” กก.ผจก.บริษัทซิสโก้ฯ กล่าว

นายธัชพล กล่าวอีกว่า โอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากทุกธุรกิจต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูล หรือติดต่อสื่อสาร การท่องเที่ยวก็เป็นหนึ่งอุตสาหกรรม ที่สามารถใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เชื่อมโยงกับชาวต่างชาติเพื่อให้ข้อมูลที่ต้องการ หรือเอามาผูกกับอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ เพื่อด้านให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ของอาเซียน ด้วยการนำเครือข่ายไอพีทำระบบการรักษาทางไกล หรือการวินิจฉัยโรคผ่านอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็ยังนำเอาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มาเชื่อมโยงระหว่างโรงงานผลิตรถยนต์ กับผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์กว่า 2,000 ราย อันจะช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพ และรักษาต้นทุนได้ดี เป็นต้น     

ด้าน นายจันทร์บูรณ์ สถิตวิริยวงศ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า คณะฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรมืออาชีพ ด้านไอที โดยเฉพาะด้านระบบเครือข่าย จึงได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนมาต่อเนื่อง โดยได้เข้าร่วมในโครงการ Networking Academy ตั้งแต่ปี 2544 นำเอาหลักสูตร “Cisco Certified Network Associate” (CCNA) ไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี-โท ของทางคณะฯ นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพัฒนาบุคลากรผู้สอน และอุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้ในการเรียนการสอน เพื่อนำหลักสูตร “Cisco Certified Network Professional” หรือที่เรียกว่า CCNP ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการเรียนรู้และฝึกทักษะขั้นสูงเฉพาะทางด้านเน็ตเวิร์คอย่างมีคุณภาพ ซึ่งมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศเป็นอย่างมาก

ส่วน นายโชติพัชร์ ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีฯ ลาดกระบัง กล่าวเพิ่มเติมถึงความสำเร็จการเรียนการสอนโครงการดังกล่าว ตั้งแต่เข้าร่วมโครงการว่า ทำให้นศ.ได้รับความรู้ทั้งทฤษฎี และ ทักษะการปฏิบัติการด้านระบบเครือข่าย เนื่องจากนักศึกษาได้มีโอกาสได้ทดลองเกี่ยวกับอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย โดยมีการใช้ทั้งลีเครือข่ายนุกซ์ ที่เป็นโอเพนซอร์สควบคู่ไปกับอุปกรณ์ Commercial Networking Devices พร้อมกัน จึงทำให้มีความรู้ และ ความเข้าใจทฤษฎีที่เรียนในห้องเรียนได้มากขึ้น อีกทั้งสามารถนำไปใช้งานได้จริง นอกจากนี้นักศึกษาของคณะฯยังได้เข้าร่วม และ ได้รับประสบการณ์จากการแข่งขัน National Networking Skills Competitions ที่ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

โดย : ข่าวไอที