Posts Tagged ‘’

เอาจริงผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

Sunday, March 15th, 2009

พล.ต.ต. โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผู้บังคับการกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี(บก.ปศท.) กล่าวว่า การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ นับเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ.2537 และเป็นอาชญากรรมประเภทหนึ่งของประเทศ ดังนั้นจึงมุ่งมั่นพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ผู้บังคับการ ปศท.กล่าวต่อว่า ปี 2551 ที่ผ่านมา ปศท.ร่วมกับตัวแทนผู้เสียหายตรวจค้นผู้กระทำความผิดหลายสิบแห่งทั่วประเทศ ขณะที่ พบและจับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ คิดเป็นมูลค่า 170 ล้านบาท จาก 40 คดี อย่างไรก็ตาม ปี 2552 จะดำเนินคดีอย่างจริงจัง ตามแผนนโยบายที่วางไว้ โดยการเข้าตรวจค้น จับกุม ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ และเข้มงวดกวดขันร้านค้าต่างๆ ทั้งนี้ ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ควรเร่งปรับเปลี่ยนให้ถูกต้อง เพราะจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย พบว่าการละเมิดฯส่วนใหญ่ คือ องค์กรขนาดกลาง

“สิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติมจากนโยบายที่วางไว้ คือ ร่วมจับกุมอย่างจริงจัง โดยมอบรางวัลเงินสดจำนวน 2.5 แสนบาท แก่ผู้แจ้งเบาะแส กรณีพบผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ทั้งนี้ ข้อมูลผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ” พลตำรวจตรี โกวิทย์ กล่าว

พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการ ปศท. กล่าวว่า สถิติการจับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์มีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปี 2550 อยู่ที่ 80 ราย และปี 2551 อยู่ที่ 40 ราย หรือคิดเป็น 80% และ 78% ตามลำดับ สำหรับปี 2552 คาดว่าจะลดลงอยู่ที่ 76% ขณะที่ 3 เดือนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมซอฟต์แวร์เถื่อนมูลค้ากว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้ โปรแกรมที่ถูกจับกุมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โปรแกรมป้องกันไวรัส โปรแกรมไมโครซอฟท์ออฟฟิศ และโปรแกรมการออกแบบทางคอมพิวเตอร์ ของ บริษัท อะโดบี  ซิสเต็มส์ อินคอร์เปอเรทเต็ด

รองผบก.ปศท. กล่าวต่อว่า สถิติปี 2550 เจ้าหน้าที่จับกุมคดีละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จำนวน 3,500 คดี และเครื่องหมายการค้า 1,500 คดี  ส่วนปี 2551 จำนวน 2,000 คดี เครื่องหมายการค้า 2,300 คดี สำหรับการดำเนินการเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ต้องได้รับแจ้งจากผู้เสียหายก่อน ทั้งนี้ ผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเจรจาเพื่อให้เรื่องจบลง โดยไม่ฟ้องเป็นคดีแพ่ง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นธุรกิจ

พ.ต.อ.ศรายุทธ กล่าวด้วยว่า แนวทางการดำเนินการปี 2552 เริ่มจากเดือนก.พ.2552 ที่ผ่านมา โดยร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ หรือบีเอสเอ และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ดำเนิน โครงการรวมใจใช้ซอฟต์แวร์แท้แห่งชาติ ทั้งนี้ จากนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มุ่งเรื่องการปราบปรามทรัพย์สินทางปัญญา จึงนำเสนอเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลต้องดำเนินการเร่งด่วน เนื่องจาก เรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นเรื่องที่ประเทศไทยและต่างประเทศให้ความสนใจ

ที่มา www.bcoms.net

ตำรวจไทย: ซอฟต์แวร์เถื่อนไทยคงไม่ลดลงต่ำกว่า 50%

Friday, December 12th, 2008

ตำรวจปราบปรามซอฟต์แวร์เถื่อนไทยได้รายงานว่า อัตราส่วนการละเมิดลิขสิทธิในไทยคงไม่ลดต่ำกว่า 50% แน่ และตอนนี้อัตราส่วนซอฟต์แวร์เถื่อนที่ลดลงมาได้ถึง 78% ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

สาเหตุของการประสบความสำเร็จนี้ก็เพราะว่า จำนวนคอมพิวเตอร์มีการใช้ที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศ แต่การใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อนนั้นกลับลดลง (จากการปราปปราม)

ทั้งนี้ยังได้บอกอีกว่า วิธีการที่จะแก้ปัญหานี้จริง ๆ นั้นคือต้องทำคนทั่วไปสามารถเข้าถึงโปรแกรมนั้น ๆ ได้ โดยการลดราคาลง และมีการปราปปรามควบคู่กันไป

สำหรับทาง BSA เองนั้น ก็ได้บอกว่าหลังจากมีการประกาศปราบปรามขึ้นมานั้น สังคมก็มีความตื่นตัวในเรื่องนี้มากขึ้น แต่จนมาถึงตอนนี้ผ่านไปหนึ่งเดือน ก็เริ่มซบเซาลงเหมือนเดิม

นอกจากนี้ยังได้ระบุอีกว่า การที่ตำรวจเห็นซีดีเถื่อนข้างถนนแล้วไม่จับกุมเพราะว่าเป็นการป้องกันการเกิดการฟ้องร้องตามมาในภายหลัง หากคดีไม่มีเจ้าทุกข์​ และยืนยันว่าการละเมิดลิขสิทธิในส่วนราชการนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ประชาชนทั่วไปอาจจะเข้าใจผิดในจุดนี้

โดย : ข่าวไอที

BSA จับบริษัทละเมิดซอฟต์แวร์

Thursday, November 13th, 2008

พ.ต.อ. ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการ กองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (บก. ปศท.) กล่าว การละเมิดกฏหมายทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะในเรื่องลิขสิทธิ์ เป็นการบั่นทอนความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมไอที และทำให้เศรษฐกิจของไทยได้รับความเสียหาย ล่าสุด บริษัทผลิตส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ 2 แห่ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งข้อหาละเมิดซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ประเภทซอฟต์แวร์ที่ใช้ในสำนักงาน และการออกแบบ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท
 
ด้าน นายดรุณ ซอว์นีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ ประจำภูมิภาคเอเชียของบีเอสเอ กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เหล่านี้ ควรตระหนัก และให้ความเคารพลิขสิทธิ์ของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ เพราะธุรกิจด้านนี้ จะต้องดำเนินการโดยใช้นวัตกรรมด้านไอที แต่เป็นที่น่าผิดหวังอย่างมากที่บริษัทในอุตสาหกรรมไอทีเอง กลับมองไม่เห็นความสำคัญ และยังคงใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์
 
นางสาวศิริภัทร ภัทรางกูร โฆษกคณะกรรมการกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญ และมีความสนใจในเรื่องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ บีเอสเอมีข้อชี้แนะว่า ขั้นตอนแรกก่อนการซื้อ ควรสอบถามผู้ขายถึงวิธีการตรวจสอบซอฟต์แวร์อันมีลิขสิทธิ์ถูกต้องก่อน และขั้นตอนต่อมา คุณต้องเชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง โดยอ้างอิงจากราคาท้องตลาด เพราะหากซอฟต์แวร์ที่คุณกำลังจะซื้อมีราคาที่ถูกมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกได้ว่า มันคือ ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์
 
รายงานข่าวแจ้งว่า คดีดังกล่าวถือเป็นความต่อเนื่องของการจับกุม ภายใต้โครงการป้องปรามซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่ถูกตั้งข้อหาว่า ทำการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อีก 5 บริษัท พร้อมหลักฐาน เครื่องคอมพิวเตอร์ 140 เครื่อง คิดเป็นมูลค่ารวม 6 ล้านบาท โดยหากภายหลังพบว่ามีความผิดจริง ผู้บริหารจะต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ที่มีโทษปรับตั้งแต่ 100,000 - 800,000 บาท หรือจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 4 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ผลการศึกษาของบริษัทไอดีซี ถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศต่างจะได้รับจากการลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ระบุว่า หากไทยลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนพีซีลงได้ 10% ภายใน 4 ปี จะเกิดการจ้างงานเพิ่ม 2,100 ตำแหน่ง การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 35,000 ล้านบาท) และภาษีรายได้เพิ่มขึ้น 55 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,275 ล้านบาท)
 
โดย : ข่าวไอที

อัสซุส อี ท็อป บุกตลาดคอมพ์ตั้งโต๊ะ

Monday, October 20th, 2008

นาทีนี้ตลาดคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดคงไม่มีใครกินค่าย “อัสซุสเทค” ได้ง่ายๆ

ที่ผ่านมา อัสซุสประสบความสำเร็จอย่างสูงจากคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊กพกพาขนาดเล็ก (เน็ตบุ๊ก) รุ่น “อี พีซี” จนทำให้ค่ายอื่นๆ ต้องเร่งเปิดตัวสินค้ากลุ่มเดียวกันสู่สนามแข่งขันจ้าละหวั่น

ล่าสุด อัสซุสพร้อมชักธงรบเปิดศึกตลาด “คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ” (เดสก์ท็อป) ชนิดหน้าจอระบบสัมผัสทัชสกรีน ด้วยการส่ง “อัสซุส อี ท็อป” รุ่นบางเฉียบออกสู่ตลาดในสนนราคาตีเป็นเงินไทยอยู่ราวๆ 2 หมื่นกว่าบาท!

ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว ถอดแบบมาใกล้เคียงกับเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์อย่าง “แอปเปิ้ล ไอแมค” และ “เอชพี ทัชสมาร์ท ไอคิวซีรีส์” ซึ่งราคาแพงกว่า 2-3 เท่าตัวเลยทีเดียว

คุณสมบัติเด่นๆ ของ “อี ท็อป” เท่าที่มีการเปิดข้อมูล อาทิ

สั่งงานด้วยระบบจอภาพแบบสัมผัส (ทัชสกรีน)

ติดตั้งระบบปฏิบัติการ (โอเอส) วินโดวส์ เอ็กซ์พี และระบบเอ็กซ์เพรสเกต ที่ช่วยให้เปิดเครื่องใช้งานได้เร็วขึ้นเพื่อเล่นโปรแกรมมัลติมีเดียจำพวกไฟล์หนัง เพลง รวมถึงต่ออินเตอร์เน็ต และโปรแกรมสไคป์ภายใน 10 วินาที

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าด้วยราคาที่ต่ำกว่าสินค้าในกลุ่มใกล้เคียงกัน ประสิทธิภาพต่างๆ ของ “อี ท็อป” ย่อมไม่เท่ากับเครื่องสเป๊กแรงๆ ในตลาด แต่ในส่วนของ “หน้าตา” ถือว่าน่าจะเตะตาผู้บริโภคได้ไม่ยากเย็น

ขณะนี้ในบางประเทศ เช่น อังกฤษ เปิดให้สั่งจอง “อี ท็อป” ล่วงหน้าแล้วในราคา 399.99 ปอนด์ เอา 65 บาทคูณเข้าไป ตกประมาณ 2 หมื่นกว่าบาทกลางๆ

สเป๊ก “อัสซุส อี ท็อป”

หน่วยประมวลผล : Intel Atom 1.6 GHz

หน่วยความจำ (RAM) : 1 GB

ฮาร์ดดิสก์รองรับ : 160 GB

กราฟิกการ์ด : Shared Graphics (128 MB)

ระบบปฏิบัติการ : Windows XP Home

จอภาพ : 15.6 นิ้ว พร้อมระบบทัชสกรีน

กล้องเว็บแคม : 1.3 เมกะพิกเซล พร้อมไมโครโฟนดิจิตอล

ยูเอสบีพอร์ต : 2 ช่อง, เมมโมมี่การ์ด 1 ช่อง

ระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย : WiFi 802.11b/g/n

น้ำหนัก : 4.3 กิโลกรัม

ซอฟต์แวร์เบื้องต้น : อะโดบี รีดเดอร์, อะโดบี แฟลช, นอร์ตัน อินเตอร์เน็ต ซีเคียวริตี้, เอ็กซ์เพรสเกต, สไคป์, อีเมมโม, อีแคม, โปรแกรมภาพ, อีซีเนม่า (สำหรับเล่นไฟล์หนัง)

โดย : ข่าวไอที

ซิป้าจัด’Software Fair’ หวัง 3 ปีรายได้ 3 แสนล้าน

Thursday, October 2nd, 2008

 ซิป้าเตรียมจัดเวที Thailand Software Fair ครั้งแรกหวังเปิดเวทีแนะนำซอฟต์แวร์ไทยให้เป็นที่ประจักษ์ สานฝันทำรายได้ให้ประเทศ 3 แสนล้านบาทในเวลา 3 ปี ชี้ที่ผ่านมามีตัวเลขผู้ใช้ซอฟต์แวร์ไทยเพียง 20%
       
       นายรุ่งเรือง ลิ่มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมซอฟต์แวร์ไทย (องค์กรมหาชน) หรือ SIPA เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ประเทศไทย บริษัท ไมโครซอฟท์(ประเทศไทย) และบริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทยจำกัด จัดงาน Thailand Software Fair 2008 ครั้งแรกระหว่างวันที่ 14-16 พฤศจิกายน นี้ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน
       
       ทั้งนี้งานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจ ระหว่างองค์กรที่ต้องการใช้ซอฟต์แวร์และผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยมีรายได้จากซอฟต์แวร์ไทย 300,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี ตามแผนที่ SIPA วางไว้ โดยงานนี้จะเป็นเวทีโชว์ศักยภาพซอฟต์แวร์ไทยแก่ผู้ประกอบการต่างชาติ และผู้ใช้ซอฟต์แวร์ในประเทศ
       
       “ที่ผ่านมาในไทยมีการในชอฟต์แวร์ในประเทศน้อยมาก ส่วนในต่างประเทศยิ่งมีตัวเลขการส่งออกน้อยมากที่ตัวเลข 6,000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่มีตัวเลขการส่งออกซอฟต์แวร์เป็นหลักหมื่นล้านแสนล้าน ซึ่งการกระตุ้นให้เกิดการใช้ซอฟต์แวร์จำเป็นต้องมีการโชว์ความสามารถของซอฟต์แวร์ก่อน“นายรุ่งเรื่องกล่าว
       
       อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา ในปี 2550 ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ไทยมีรายได้คิดเป็นมูลค่าเพียง 13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2549 เพียงร้อยละ 17 และคาดว่าตัวเลขยอดขายซอฟต์แวร์ในประเทศจะมีเพียง 14,700 ล้านบาท  และในประเทศไทยมีตัวเลขการใช้ซอฟต์แวร์ไทยเพียง 20% ของมูลค่ารวมทั้งหมด 57,000 ล้านบาท
       
       นอกจากนี้การที่จะสามารถเพิ่มยอดส่งออกซอฟต์แวร์ไทยให้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นนั้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องร่วมมือกับพันธมิตรรายใหญ่ที่เข้มแข็งในต่างประเทศเพื่อ ช่วยกระจายซอฟต์แวร์และสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ในต่างประเทศ
       
       การเติบโต และมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงตลาดบริการด้านไอทีในประเทศจะมีมูลค่าและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าองค์กรต่างๆมีความต้องการด้านไอทีมาก แต่ยังขาดเรื่องเวทีการตลาดที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตลาดในประเทศ เนื่องจากยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ไทย ประกอบการตัวสินใจของผู้ใช้
       
       ทั้งนี้ ปัจจุบันในหลายภาคส่วนธุรกิจของประเทศไทยต่างถูกรุมเร้าด้วยพิษเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ในอุตสาหกรรมไอทีกลับยังมีตัวเลขการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องดังนั้นการส่งเสริมที่ดีจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับภาคส่วนธุรกิจนี้เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ประเทศในภาวะเช่นนี้
       
โดย : ข่าวไอที

ซิป้าระดมองค์กรชั้นนำรุกซอฟต์แวร์ ไทยโกอินเตอร์

Wednesday, October 1st, 2008

นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า กล่าวว่า วิสัยทัศน์ในการสร้างศักยภาพการแข่งขันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยวิธีการกระตุ้นและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการด้านซอฟต์แวร์ และกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ซื้อจับคู่พันธมิตร อีกทั้งเปิดโอกาสประชาสัมพันธ์สินค้าซอฟต์แวร์สู่สาธารณะ ขณะที่ซอฟต์แวร์ไทยมีรายได้จากการส่งออกเมื่อปี 2550 ประมาณ 6,000 ล้านบาท 

ผอ.ซิป้า กล่าวต่อว่า งาน Thailand Software Fair 2008 เป็นการรวมตัวครั้งแรกที่จัดขึ้น โดยเป็นการนำร่องแนวคิดดังกล่าว และอาจต่อยอดจากการสร้างเครือข่าย ใช้งบจัดงานประมาณ 16 ล้านบาท  ขณะเดียวกัน ซิป้าส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยที่ขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ โดยเน้นการเปิดรับบริษัทชั้นนำด้านไอทีและซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ให้เข้ามาร่วมมือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีกลยุทธ์ในการพัฒนา 5 ด้าน คือ 1.ผลิตภัณฑ์และการบริการ 2.กระบวนการผลิต 3.ตลาด โดยสร้างการยอมรับในตลาดโลก 4.ทรัพยากรบุคคลด้านไอซีทีและซอฟต์แวร์ และ 5.ธุรกิจเพิ่มทักษะการบริหารจัดการธุรกิจซอฟต์แวร์ไทย

“เป็นงานครั้งแรก ที่ไทยจัดขึ้น คาดหวังว่าจะได้มูลค่า 100 ล้านบาท เฉพาะผู้ประกอบการในประเทศไทย  ขณะที่มีนักธุรกิจจากต่างประเทศเข้ามาซื้องานในไทย และเกิดการจ้างงานแอนิเมชันแล้ว เนื่องจากต่างประเทศประทับใจผลงาน โดยไม่รู้ว่าประเทศไทยทำได้ สำหรับตลาดที่มีศักยภาพในการส่งออก ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาว และ จีน เนื่องจากเป็นตลาดที่เติบโตเร็วและเป็นคู่ค้ากับประเทศไทย ส่วนอนาคตมองว่า จีน และญี่ปุ่น จะเป็นประเทศหลักในการนำเงินเข้าประเทศ จากเอ็นเทอร์ไพรส์ ซอฟต์แวร์ แอนิเมชัน และอีเซอร์วิส แอพลิเคชัน” นายรุ่งเรือง กล่าว

นางวทันยา สุทธิเลิศ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์ปาร์ค กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงด้านซอฟต์แวร์ จากสภาวะปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจยังเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะมีหลายกิจกรรมที่ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันอย่างจริงจัง สำหรับจุดที่ต้องร่วมกันส่งเสริมและผลักดัน คือ การทำตลาด ของนักพัฒนาหรือผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ดังนั้นซอฟต์แวร์ปาร์คจึงเตรียมแผนงานมุ่งเน้นความแข็งแกร่งของระบบการตลาดในภูมิภาคมากขึ้น และเน้นการสร้างการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน ระหว่างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยเข้าไปเชื่อมโยงโอกาสและช่องทางการตลาดให้กับนักพัฒนาหรือองค์กรหลัก  ผู้ช่วยผอ.ซอฟต์แวร์ปาร์ค กล่าวต่อว่า ได้วางเป้าหมายให้เกิดเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์  ในเมืองที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านปัจจัยสนับสนุนการผลิตให้เกิดขึ้น โดยมุ่งเน้นให้เกิดศูนย์รวมกิจกรรมด้านซอฟต์แวร์ รวมถึงเป็นแหล่งในการส่งเสริม และเกิดการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการภาคเอกชนส่วนใหญ่ เป็นเอสเอ็มอี ให้เป็นกลุ่มอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายกับกลุ่มในภาคอื่นของประเทศ

นายสมเกียรติ อึงอารี นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) กล่าวว่า ภาพรวมกิจกรรมต่างๆ ที่สมาคมฯดำเนินการมาผ่านมา ตามนโยบายของซิป้า โดยตัวเลขของมูลค่าการตลาดบริการด้านไอทีในประเทศไทยนั้นมากขึ้นทุกปี โดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์มากที่สุด ประมาณ 70% ของมูลค่าการตลาดทั้งหมดประมาณ 148,000 ล้านบาท และส่วนตลาดด้านซอฟต์แวร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2549-2550  ทั้งนี้งาน Thailand Software Fair 2008  จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-16 พ.ย.2551 ณ สยามพารากอน  ชั้น 5

โดย : ข่าวไอที

ซิป้า กระตุ้นซื้อซอฟต์แวร์ไทย ผนึกบิ๊กไอทีบูมงานแฟร์ครั้งแรก

Wednesday, October 1st, 2008

นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือซิป้า เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยยังประสบกับ 2 ปัญหาสำคัญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การใช้จ่ายซอฟต์แวร์ในประเทศที่มีสัดส่วนเพียง 20% ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์รวม 57,000 ล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมไอทีรวมคิดเป็นมูลค่า 204,535 ล้านบาท เป็นด้านฮาร์ดแวร์ 68,719 ล้านบาท และการขยายตัวภาคการส่งออกที่มีมูลค่าเพียง 6,000 ล้านบาท เทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย ที่มีมูลค่าการส่งออกกว่า 10,000 ล้านบาท ซิป้าจึงต้องการผลักดันให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคไทยซื้อซอฟต์แวร์ไทยมากขึ้น พร้อมกับสนับสนุนให้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ไทยร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ในต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดส่งออกมากขึ้น แนวทางดังกล่าวตั้งเป้าหมายจะกระตุ้นให้ไทยมีรายได้จากอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เพิ่มเป็น 100,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีนายรุ่งเรืองกล่าวว่า มีโครงการสำคัญคือ การร่วมมือกับเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์ ปาร์ค) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด และบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมจัดงาน ไทยแลนด์ ซอฟต์แวร์ แฟร์ 2008 ขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 14-16 พฤศจิกายนนี้ ที่ชั้น 5 สยามพารากอน เพื่อเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยได้แสดงศักยภาพในระดับชาติ ผลักดันการจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจระหว่างองค์กรที่มีความต้องการใช้ซอฟต์แวร์กับผู้ประกอบธุรกิจซอฟต์แวร์ เป็นการรวมกลุ่มผู้ประกอบการซอฟต์แวร์เข้ามาสู่ศูนย์กลาง การนำเสนอขายสินค้ากับผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตลอดจนยังเป็นการถ่ายทอดความรู้ผ่านการอบรมสัมมนา เป็นต้น (กรอบบ่าย)

โดย : ข่าวไอที

ซอฟต์แวร์พาร์ค ดันเพิ่มศักยภาพ sคนไอที ป้องกันความปลอดภัย ข้อมูลคอมพิวเตอร์

Tuesday, September 30th, 2008

นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) เปิดเผยว่า ซอฟต์แวร์พาร์คจะเน้นการสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของระบบสารสนเทศให้มากขึ้น เน้นอบรมผู้บริหารสารสนเทศระดับสูง (CIO Program) เพื่อให้สามารถบริหารจัดการงานสารสนเทศอย่างมีไอทีภิบาล และการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศในองค์กร โดยแบ่งเป็นโครงการอบรมหลักสูตรระยะยาวสำหรับผู้บริหารระบบความปลอดภัยสารสนเทศ (IT Security Manager Program) และกลุ่มโครงการอบรมหลักสูตรระยะยาวสำหรับผู้ปฏิบัติการทางด้านระบบความปลอดภัยสารสนเทศ (IT Security Practitioner Program) และกลุ่มสุดท้ายเป็นโครงการอบรมหลักสูตรระยะยาวสำหรับผู้ตรวจระบบสารสนเทศ (IT Auditor Program) เพื่อให้มีความรู้รอบและสามารถนำไปปฏิบัติและประยุกต์ใช้ในองค์กร พร้อมทั้งสนับสนุนการให้ทุนการอบรมและการสอบประกาศนียบัตรผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CISSP, CISA) ปัจจุบันจำนวนบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของระบบสารสนเทศในไทยยังมีไม่มากนัก ยิ่งผู้ที่ได้รับมาตรฐานระดับสากลจากสถาบันที่มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือมีน้อยมาก

นางสุวิภาคกล่าวว่า จากปัญหาการรักษาความปลอดภัยบนโลกดิจิตอลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ซอฟต์แวร์พาร์คกังวลด้านความปลอดภัยในระดับสังคมและประเทศที่กำลังจะเกิดปัญหารุนแรงขึ้นด้วย เนื่องจากมีความนิยมใช้ระบบสารสนเทศอย่างแพร่หลาย แต่การสร้างระบบความปลอดภัยรองรับนั้นมีความซับซ้อนและเป็นเรื่องใหม่ รวมถึงการเติบโตของซอฟต์แวร์ทำให้เกิดบราวเซอร์ (Browser) ใหม่ๆ การควบคุมความปลอดภัยผ่านอินเตอร์เน็ตจึงจำเป็นต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม รวมถึงส่วนของปัญหาความปลอดภัยในข้อมูลอันเป็นสมบัติของชาติ อาทิ ข้อมูลแผนที่หรือข้อมูลภายในองค์กรต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มการใช้ธุรกิจเพื่อสร้างระบบและรวบรวมเข้าสู่ศูนย์กลางมากขึ้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องมีระบบความปลอดภัยที่รองรับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชาญฉลาดด้วย

นายปริญญา หอมอเนก นักวิชาการด้านความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศ เสริมว่า การแก้ปัญหาความปลอดภัยด้านไอที “คน” สำคัญที่สุด เพราะภัยอินเตอร์เน็ตได้มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงรูปแบบวิธีการโดยการใช้เทคนิคใหม่ๆ ในการโจมตีเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายหลักของเหล่าแฮกเกอร์กลับไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ แต่เป็นตัวบุคคลที่กลายเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีด้วยวิธีการยอดนิยมที่ใช้หลักจิตวิทยาในการหลอกล่อเหยื่อให้หลงเชื่อในข้อความหลอกลวงผ่านทางเว็บไซต์ อี-เมล การให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไปจึงเป็นเรื่องสำคัญในการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ส่วนใหญ่ไม่ทราบถึงวิธีการโจมตีในรูปแบบใหม่ๆ เมื่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์เกิดความเข้าใจและมีความตระหนักถึงภัยอินเตอร์เน็ตมากขึ้นจะช่วยลดผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติได้ในที่สุด

โดย : ข่าวไอที

ไทยนั่งประธานซอฟด์แวร์พาร์คโลก

Tuesday, September 16th, 2008

ดันภูเก็ตจัดงานไอทีฟอรั่มต.ค.ปีหน้า

ไทยได้เป็นประธานซอฟต์แวร์พาร์คโลก ผลักดันจัดซอฟต์แวร์พาร์คฟอรั่มภูเก็ตภายในปีหน้า ซอฟต์แวร์พาร์คท้องถิ่นจับมือซิลิคอนวัลเล่ย์จีน ได้พื้นที่สำนักงานฟรี พร้อมเป็นฐานให้ลุยตลาดทั่วโลก
 
นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์ แวร์พาร์ค เปิดเผยว่า ในการประชุมซอฟต์แวร์พาร์ค ทั่วโลก ณ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา มีมติให้ก่อตั้งองค์กร เอเชีย-โอเชียเนีย ซอฟต์แวร์ พาร์คอัลไลแอนซ์ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่าง ซอฟต์แวร์พาร์คในภูมิภาค และการ ตลาด โดยเน้นให้สามารถแลกเปลี่ยนความร่วมมือระดับพาร์ค  ผ่านเว็บไซต์ www.softwareparks.asia
    
ที่ประชุมได้มีมติเลือกให้ซอฟต์แวร์พาร์ค ประเทศไทยเป็นประธานคนแรก โดยมีรองประธานมาจากหลายประเทศเข้าร่วม และมีวาระในตำแหน่ง 1 ปี หนึ่งในหน้าที่หลักของประธานก็คือการจัดงานซอฟต์แวร์พาร์คฟอรั่มในปีถัดไป ซึ่งในปี 2009 นั้นที่ประชุมได้เลือกซอฟต์แวร์พาร์คภูเก็ตเป็นสถานที่จัดงานภายในเดือนตุลาคมปีหน้า
   
นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์พาร์คประเทศไทยยังลงนามความร่วมมือเป็น Sister Park กับเซียะเหมิน ซอฟต์แวร์พาร์ค ซึ่งได้สร้างกลุ่มอาคารสำหรับธุรกิจซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่เหมือนเช่น ซิลิคอนวัลเล่ย์ ของสหรัฐอเมริกา รวม 90 อาคาร และให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยเข้าไปใช้พื้นที่โดยไม่คิดมูลค่า รวมทั้งช่วยเหลือในการจับคู่ธุรกิจ ทำให้การติดต่อธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ หรือการเชื่อมโยงกับแหล่งทรัพยากรในประเทศจีนทำได้ง่ายขึ้น

โดย :  ข่าวไอที

ไอทีซิตี้ผนึกคู่ค้าผู้ค้าพรินเตอร์ จัดอินเตอร์ฯพรินติ้งเอ็กซ์โป2008

Wednesday, September 3rd, 2008

ไอที ซิตี้ มองกระแสความนิยมผู้บริโภคเปลี่ยนเริ่มใช้พรินเตอร์พิมพ์ภาพถ่ายมากขึ้น ผนึกกำลังพันธมิตร ผู้ค้าพรินเตอร์ชั้นนำ 9 แบรนด์ดัง จัดงาน“อินเตอร์เนชั่นแนล พรินติ้ง เอ็กซ์โป 2008” ประชันสุดยอดพรินเตอร์ โชว์นวัตกรรมใหม่ หวังเป็นศูนย์รวมเปรียบเทียบให้ผู้บริโภคก่อนตัดสินใจซื้อ พร้อมนาทีทองลดราคากว่า 50%    
       นายบุญเจิด หาญวิชิตชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทไอที ซิตี้ กล่าวว่าปัจจุบันผู้ใช้งานพรินเตอร์ไม่ได้ใช้พิมพ์แค่งานเอกสารขาวดำอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังนิยมใช้พรินเตอร์เพื่อพิมพ์งานภาพถ่ายมากขึ้น เพื่อความสะดวก สบาย รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปอัดภาพตามสตูดิโอแล็บหรือร้านถ่ายรูปทั่วไป เนื่องจากราคาพรินเตอร์ในปัจจุบันลดลง ในขณะที่ความสามารถของเครื่องมีเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งหมึกพิมพ์ และกระดาษพิมพ์ภาพก็หาซื้อได้ง่าย จึงทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสีสันและคุณภาพของงานพิมพ์มากขึ้น เพื่อให้ตอบรับกับกระแสความนิยมที่เปลี่ยนไปไอที ซิตี้มุ่งเน้นให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกซื้อพรินเตอร์คุณภาพดี โดยการเปรียบเทียมคุณภาพก่อนตัดสินใจจึงจัดงาน “อินเตอร์เนชั่นแนล พรินติ้ง เอ็กซ์โป 2008” ขึ้น เพื่อเป็นการโชว์นวัตกรรมพรินเตอร์ใหม่ๆให้ผู้บริโภคที่สนใจ      
       งาน “อินเตอร์เนชั่นแนล พรินติ้ง เอ็กซ์โป 2008” ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 14 กันยายน 2551 ที่ร้านไอที ซิตี้ ทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ ได้รับความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตพรินเตอร์ชั้นนำ 9 แบรนด์ดัง ได้แก่ บราเทอร์, แคนนอน, เอปสัน, ฟูจิ ซีรอกซ์, เอชพี, เล็กซ์มาร์ก, โอกิ, ริโค และซัมซุง นำสุดยอดพรินเตอร์มาจัดแสดง พร้อมทั้งจัดโปรโมชันสินค้าราคาพิเศษทั้งหมึกพิมพ์, กระดาษ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการพิมพ์ต่างๆ พร้อมจัดกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงานชื่อว่า “ศึกชิงเจ้ายุทธภพ ที่สุดแห่งงานพิมพ์” เพื่อค้นหาสุดยอดพรินเตอร์สำหรับงานพิมพ์แต่ละประเภท แบ่งออกเป็น 1. พิมพ์แบบไตรกีฬา (Printer Triathlon) เป็นการประชันพรินเตอร์ที่ทำงานได้หลายอย่างในเครื่องเดียวกัน (พรินเตอร์แบบ ออล อิน วัน) และมัลติฟังก์ชั่น เลเซอร์ ที่สามารถพิมพ์งาน สแกนภาพ และถ่ายเอกสารได้ในเครื่องเดียวกัน โดยผู้บริโภคจะได้เห็นถึงประสิทธิภาพเครื่องพิมพ์แต่ละแบรนด์ที่สามารถทำงานได้หลากหลาย รวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน    
       2. พิมพ์แบบยิมนาสติก (Printer Gymnastic) เป็นการประชันสุดยอดพรินเตอร์ที่พิมพ์ภาพสีได้คมชัดจริงมากที่สุด ทั้งคัลเลอร์ เลเซอร์ และโฟโต้ พรินเตอร์ ที่สามารถพิมพ์ภาพ ไม่ว่าจะเป็น ภาพถ่ายบุคคล ภาพเมนูอาหาร หรือภาพวิว ทิวทัศน์ต่างๆ ได้อย่างสวยงาม สมจริงที่สุ      
       3. พิมพ์แบบมาราธอน (Printer Marathon) เป็นการประชันสุดยอดพรินเตอร์ที่พิมพ์งานได้ต่อเนื่องยาวนานที่สุด (โมโน เลเซอร์)    
       พร้อมกันนี้ จะมีการจัด “สินค้านาทีทอง” ลดราคากว่า 50% และผู้บริโภคยังสามารถเลือกผ่อนชำระสินค้า ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 - 10 เดือน สำหรับพรินเตอร์รุ่นที่ร่วมรายการที่ชำระผ่านบัตรเฟิร์สชอยส์ และอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นาน 36 เดือน สำหรับสถาบันการเงินชั้นนำ ได้แก่ เคทีซี, PAY LITE, ธนาคารไทยพาณิชย์, เซทเทเลม และอีซี่บาย

ที่มาจาก :  www.manager.co.th