Posts Tagged ‘’
Friday, February 13th, 2009

การใช้ซอฟต์แวร์ โอเพ่นซอร์ซ เพื่อลดการละเมิดลิขสิทธิ์ ลดค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์ และเพื่อส่งเสริมการวิจัยพัฒนาซอฟต์แวร์
5 บริษัทที่กล่าวถึง คือ SVOA, POWEL Computer, SYNNEX, D COM, IT Bakery ซึ่งยินยอมพร้อมใจที่จะขายคอมพิวเตอร์โดยติดตั้งระบบปฏิบัติการ อูบุนตู ลีนุกซ์ ที่ผ่านการปรับแต่งให้สอดคล้องกับการใช้งานสำหรับคนไทยแล้ว โดยในระยะเวลา 5 ปี ทั้ง 5 บริษัทจะรายงานยอดขายไปยังเนคเทคเพื่อติดตามความคืบหน้าไปตลอด
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าสนใจ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงก้าวสำคัญของโอเพ่นซอร์ซในเมืองไทยที่เริ่มแสดงศักยภาพให้เห็นว่ามีขีดความสามารถทดแทนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ได้ ไม่อย่างนั้นคนทำธุรกิจก็คงไม่พร้อมจะลงมาเล่นด้วย ขณะเดียวกันเมื่อจับมือกันอย่างนี้อุปสรรคบางอย่างที่เคยมีอยู่ในด้านฮาร์ดแวร์ก็จะหมดไป เพราะผู้ผลิตย่อมต้องคัดเลือกฮาร์ดแวร์ที่ใช้ได้ในเบื้องต้นอยู่แล้ว
คนซื้อไปใช้หมดกังวล ยิ่งคนใหม่ที่ไม่เคยแตะมาก่อน เมื่อซื้อไปแล้วใช้ได้เลย ก็ยิ่งหมดปัญหา นอกจากนั้นเมื่อเกิดปัญหาก็สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้ขายได้ และดูเหมือนว่าบางบริษัทก็พร้อมจะอบรมการใช้งานให้ผู้ซื้อด้วย
ราคาก็ถูกกว่าเพราะซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์มีค่าใช้จ่ายสูง เว้นแต่พวกที่ซื้อแล้วลงแบบละเมิดลิขสิทธิ์ พวกนั้นแทบไม่มีค่าใช้จ่าย
ตามข่าวบอกว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำไปสู่ระบบปฏิบัติการแห่งชาติ ภายใต้ชื่อรหัส “อีโคลีนุกซ์” ที่เนคเทคตั้งเป้าไว้ภายใน 2 ปีจะทำออกมาให้สำเร็จ ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นเรื่องเล็กกว่าเพราะนั่นเป็นแนวทางของประเทศเผด็จการหรือประเทศสังคมนิยมที่พยายามจะให้มีระบบปฏิบัติการแห่งชาติของตัวเอง แต่เมื่อจะทำก็ไม่มีอะไรเลวร้ายครับ เป็นเรื่องดีด้วย เพียงแต่จับประเด็นสำคัญให้แม่นไว้เท่านั้น
ทุกวันนี้การใช้ลีนุกซ์ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากมาย หลายๆ ดิสโทรโดยเฉพาะอูบุนตูในการใช้งานแทบไม่เห็นความแตกต่างเลยด้วยซ้ำ ในด้านของภาษาก็ไม่มีปัญหา ไม่ว่าการใช้งานภาษาไทยหรือระบบเมนูภาษาไทย
ปัญหาใหญ่กว่าว่าจะมีระบบปฏิบัติการแห่งชาติก็คือ เรื่องของมาตรฐานกลางโดยเฉพาะมาตรฐานเอกสารของหน่วยงานราชการ แทนที่จะหันมายึดโอเพ่น สแตนดาร์ดที่เข้ากันได้กับทุกคน กลับยังติดยึดไมโครซอฟท์อย่างเหนียวแน่น และไม่มีใครพยายามแก้ให้มาอิงโอเพ่นสแตนดาร์ด
ข้อมูลจาก : http://www.matichon.co.th
Tags: ข่าวไอ, ลีนุกซ์
Posted in IT News | No Comments »
Friday, November 28th, 2008
โครงการ Ubuntu เริ่มการประกวด Ubuntu Free Culture Showcase ครั้งที่สองแล้ว
Ubuntu Free Culture Showcase เป็นโครงการสนับสนุนวัฒนธรรมแบบเสรี (“Free Culture”) โดยส่งเสริมให้มีผลงานสร้างสรรค์ที่ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons ออกมามากๆ การประกวดครั้งนี้รับไฟล์เสียง, วิดีโอ และภาพถ่าย-กราฟฟิกในหัวข้ออะไรก็ได้ ผลงานผู้ที่ชนะการประกวดจะถูกนำไปใส่ใน Ubuntu 9.04 (ในโฟลเดอร์ Example ซึ่งจะอยู่ใน Home ของผู้ใช้ทุกคน)
กฎก็มีง่ายๆ ครับแค่ว่าใช้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike แล้วเอาลิงก์ผลงานไปแปะไว้ในหน้า Free Culture Showcase หมดเขตวันที่ 6 กุมภาพันธ์ศกหน้า
คนแถวนี้มีเล่นกล้องกันเยอะ น่าจะลองส่งภาพเข้าประกวดเผื่อชนะได้ลง Ubuntu นี่เท่ชะมัด
ที่มา - Ars Technica, Creative Commons
โดย:ข่าวไอที
Tags: Ubuntu 9.04, กราฟฟิก, การประกวด, ข่าวสารเทคโนโลยี, ข่าวสารไอที, ข่าวไอ, ข่าวไอที, ประกวด, ภาพถ่าย, วิดีโอ
Posted in IT News, เทคโนโลยี | No Comments »
Friday, November 28th, 2008
NEC N-01A โทรศัพท์มือถือ หน้าจอสัมผัส ตัวเครื่องออกแบบมาในรูปทรงฝาสไลด์แล้วสวิง
NEC N-01A ทัชโฟน สไลด์ แอนด์ สวิง คือ เลื่อนขึ้นแล้วหมุนเป็นแนวนอน 90 องศา เพื่อความเหมาะสมในการชมวีดีโอ/โทรทัศน์หรือท่องเว็บไซต์ และ สามารถหมุนได้อีก 90 องศา เพื่อใช้ในการสนทนา จอแสดงผล ความละเอียด 480 x 854 พิกเซล กว้าง 3.2 นิ้ว แสดงผลได้ทั้งในแนวตั้งหรือแนวนอน รองรับเครือข่าย 3G - HSDPA 7.2 Mbps เต็มอิ่มกับการฟังเพลงด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1 ช่อง บันทึกภาพถ่ายผ่านกล้อง 5.2 ล้านพิกเซล

Tags: -jk;, IT, IT News, ข่าวสารเทคโนโลยี, ข่าวสารไอที, ข่าวไอ, ข่าวไอที, ข่าวไอทีวันนี้, โทรศัพท์มือถือ
Posted in IT News, เทคโนโลยี | No Comments »
Friday, November 28th, 2008

ในงาน Photo Fair ใครๆ ก็ต้องร้องว๊าว!…
เมื่อได้พบกับกล้องวีดีโอ Xacti HD1000 สุดยอดนวัตกรรมกล้องถ่ายวีดีโอคุณภาพระดับ Full HD (1920 x 1080) ขนาดกะทัดรัดที่ทั้งเล็กและเบา สุดล้ำด้วยเทคโนโลยีการป้องกันภาพสั่นไหวระบบตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติสูงสุดถึง 12 หน้า ตัวกล้องมี 2 สีให้เลือก Silver , Black และ Xacti HD1010 สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงระดับ Full HD ,File MPEG-4 AVC/H.264 บันทึกภาพนิ่งสูงสุด 8 ล้านพิกเซล ( CMOS sensor 4 ล้านพิกเซล ) ซูมได้ถึง 100 เท่า ( Optical 10x, Digital10x ) พร้อมโหมด Slow-motion ที่สามารถถ่ายภาพด้วยความเร็ว 300 fps ป้องกันภาพสั่นไหว และเทคโนโลยี Face Detection จับโฟกัสใบหน้า มี 2 สีเรียบหรูให้เลือกสรรค์ Galy,Black
พิเศษสุดในงาน Photo Fair รุ่น Xacti HD1000 ราคาเพียง 29,990 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และ Xacti HD1010 39,990 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แถมฟรี SDHC 8GB+HDMI CABLE พร้อมทางเลือกให้คุณได้สบายกระเป๋า เพียงซื้อด้วย บัตร KTC ผ่อน 0% ได้นานถึง 10 เดือน หากเลือก City bank หรือ First Choice สามารถผ่อน 0% นาน 6 เดือน นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษสุดคุ้มกับการเข้าร่วมอบรมวิธีการใช้งานกล้อง Sanyo Xacti Digital Camcorder เดือนละ 1 ครั้ง
พบกับโปรโมชั่นถล่มทลายนี้ได้ที่ ศูนย์แสดงสินค้า ไบเทค บางนา บูธ Big-camera และ Power buy สามารถสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่งาน Photo Fair จ้า
ทุกคนจะได้ร้องว๊าว! พร้อมกันในวันที่ 3-7 ธันวาคมนี้เท่านั้นช้าหมดอดว๊าววว
โดย:ข่าวไอที
Tags: Add new tag, sanyo, กล้องดิจิตอล, ข่าว, ข่าวสารเทคโนโลยี, ข่าวสารไอที, ข่าวไอ, ข่าวไอที
Posted in IT News, เทคโนโลยี | No Comments »
Friday, November 28th, 2008

นายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงไอซีที
ต้นเหตุ”ไอซีที”เสื่อมสมรรถภาพจัดการเว็บหมิ่นฯ เหตุหนึ่งจากมีไอ้โม่งงาบงบลับกองทัพที่ให้ไอซีทีหาข่าวจัดการเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เดือนละ 5 หมื่นบาท 10 เดือนรวม 5 แสนบาท ปลัดไอซีทีตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแต่คาดเอาผิดไม่ได้ เพราะพลิ้วหาการเมืองอาศัยคนโตตัวเล็กข้างกายรมต.มั่นช่วยเป่าคาถาให้รอด ส่วนบอร์ดกสทฉาวไม่เลิกรองประธานบอร์ด ส่งจดหมายฟ้องคลังพฤติกรรมประธานบอร์ด
แหล่งข่าวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การจัดการเว็บไซต์หมิ่นสถาบันของกระทรวงไอซีทีเป็นไปอย่างเชื่องช้าไม่ทันสถานการณ์เป็นเพราะมีการนำงบลับที่ได้ไปใช้ส่วนตัว โดยงบดังกล่าวเป็นงบลับของกองทัพ รหัส 6080 ได้ส่งมอบมาให้กระทรวงไอซีทีทุกเดือนเพื่อใช้ในการสืบหาข่าวเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่ปรากฏว่านายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัด กระทรวงไอซีที ได้นำไปใช้ในกิจการส่วนตัว ตั้งแต่พฤศจิกายน 2550 จนถึงเดือนสิงหาคม 2551 รวมเป็นระยะเวลา 10 เดือนๆละ 5 หมื่นบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5 แสนบาท
‘โชคดีที่นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที ได้ตรวจพบโดยบังเอิญจึงแต่งตั้งนายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีทีเป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง’
แต่กลายเป็นว่าไม่ทันจะได้ข้อเท็จจริง ก็เกิดปรากฏการณ์วิ่งร้อยเมตรขึ้น เพราะนายวรพัฒน์ยังสวมหมวกกรรมการบอร์ดบริษัท ทีโอที อีกใบหนึ่งโดยหมวกนี้สามารถช่วยเหลือ หรือดลบันดาลบางอย่างให้ตามที่ต้องการได้ คนโตตัวเล็กข้างกายนายมั่น พัธโนทัย รมว.ไอซีที จึงจัดการเสกให้เรื่องเงียบ โดยนายวรพัฒน์นำเงินบางส่วนประมาณ 2 แสนบาทมาคืนให้สำนักปลัด กระทรวงไอซีที ในขณะที่ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ก็เกิดอาการน้ำท่วมปาก การเมืองบีบให้ทำตามต้องยกเลิกการสอบสวนและขอให้สรุปผลการสอบว่าไม่ผิด แต่จะปฏิเสธก็ใช่ที่เพราะตัวเองที่ได้เป็นกรรมการบอร์ดบริษัท กสท โทรคมนาคมก็เพราะการเมืองส่งไปก็จำเป็นต้องทำตาม
‘กลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทนระหว่างข้าราชการกับการเมือง ในเมื่อคุณได้เป็นกรรมการบอร์ดหรือประธานบอร์ดก็ต้องทำตามที่การเมืองสั่ง ผิดหรือถูกไม่สำคัญ เท่ากับว่าคุณเป็นพวกใคร เรื่องนี้ถือว่ายอมไม่ได้ป.ป.ช.ควรเข้ามาสอบสวนโดยด่วนเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ขนาดงบมีไว้จัดการเว็บหมิ่นฯยังเล่นกันถึงขนาดนี้’
ไม่เพียงเรื่องฉาวโฉ่ในไอซีที แต่การเมืองยังลามไปสู่บอร์ด กสท ด้วยความที่ทนไม่ได้กับพฤติกรรมประธานบอร์ดกสท นายเสกสรรค์ รอยลาภเจริญพร รองประธานกรรมการกสท ได้ทำหนังสือถึงรมว.กระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสำนักงานรัฐมนตรีลงเลขรับที่ 10032 วันที่ 26 พ.ย.เวลา 11.22 น.โดยเนื้อหาอ้างถึงเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงของคนรักษ์องค์กรที่ส่งถึงกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการกระทำของนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานบอร์ดกสทว่าเป็นเรื่องจริงและชี้แจงถึงพฤติกรรมเพิ่มเติมดังนี้ 1.ครอบงำและไม่เคยให้เกียรติกรรมการด้วยกัน รวมทั้งผู้บริหารองค์กรด้วย การนัดหมายประชุมจะเปลี่ยนแปลงวันเวลาอยู่เสมอ ไม่ตรงต่อเวลา บางครั้งผิดเวลาต้องให้กรรมการรอคอย 1-2 ชม.และระหว่างการประชุมจะใช้โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา 2.ไม่มีจิตวิญญาณของผู้บริหาร ไม่เสียสละและทุ่มเทให้องค์กร ขาดความรู้ความสามารถในการกำหนดนโยบายและทิศทางภาคธุรกิจโทรคมนาคม
3.เปลี่ยนและถอนวาระการประชุมอยู่เสมอ โดยขาดเหตุผลอย่างมีเงื่อนงำ สนใจแต่เฉพาะวาระที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อมีการทักท้วงจากกรรมการก็จะไม่พอใจ 4.ก้าวก่ายและล้วงลูกจากฝ่ายบริหารเกือบทุกเรื่องเช่นการจัดทำสเปกเพื่อการจัดซื้อจัดจ้าง การโยกย้ายแต่งตั้งพนักงาน การกำหนด KPIs เพื่อพิจารณาความดีความชอบพนักงาน
ในหนังสือยังระบุต่อไปว่า ‘ท่านครับจากสาเหตุความจริงที่กล่าวมานี้ จึงเป็นเหตุให้ท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ดิ้นรนต้องการเปลี่ยนกรรมการบางท่านออก เนื่องจากท้วงติงหรือเห็นว่าเป็นการขัดขวางผลประโยชน์ ทั้งนี้กรรมการบอร์ดชุดนี้ทุกท่าน ทุ่มเททำงาน รักษาผลประโยชน์ขององค์กรทั้งสหภาพฯและพนักงานกสท พอใจการทำงาน แต่ปัญหาอยู่ที่ท่านสถิตย์เพียงคนเดียวทำให้องค์กรเสียหาย ขณะนี้ไม่มีการเรียกประชุมกว่า 2 เดือนครึ่งแล้ว อ้างแต่จะรวมบอร์ด กสท และ ทีโอที
คิดแต่เรื่องผลประโยชน์มหาศาลจากทั้ง 2 องค์กรแต่ไม่คิดถึงความเสียหายใหญ่หลวงที่จะตามมากระทบทั้งรัฐ องค์กรและพนักงาน การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นของกสทและทีโอทีทำอย่างมีเงื่อนงำและฉุกละหุกโดยเฉพาะหนังสือจากกระทรวงการคลังส่งโดยแฟกซ์อย่างเร่งด่วน มีการลงเลขที่ออก ด้วยลายมือ ส่วนตัวจริงไม่มีการลงเลขที่ออกและให้เจ้าหน้าที่มาเติมภายหลัง หนังสือลงนามโดยนางเบญจา หลุยเจริญ รองปลัดกระทรวงการคลังซึ่งไม่น่าจะมีอำนาจลงนาม เรื่องนี้เป็นเรื่องทางนิติกรรมท่านสามารถตรวจสอบได้ คนเช่นนี้ไม่สมควรจะมากำกับ หรือเป็นประธานบอร์ดองค์กรของรัฐเช่นกสทและ TMB รังแต่จะทำให้เกิดความหายนะแก่องค์กรและพนักงาน
ท้ายนี้กระผมใคร่ขอกราบเรียนว่าเห็นควรระงับการเปลี่ยนกรรมการบอร์ดขอทั้งกสทและทีโอที เนื่องจากนโยบายและการดำเนินการจะไม่ต่อเนื่องและท่านสถิตย์ต้องการเปลี่ยนและรวมบอร์ดเพราะผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความหายนะขององค์กรและรัฐ คนที่ท่านสถิตย์จะเปลี่ยนออกคือคนที่รักษาผลประโยชน์ขององค์กร ทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ท่านสามารถส่งคนมาตรวจสอบได้’
สำหรับข้อมูลของคนรักษ์องค์กรที่กล่าวถึงพฤติกรรมประธานบอร์ดกสทในเรื่องการจัดซื้อจัดหาโครงการต่างๆ และการบริหารงาน อาทิ การปรับโครงสร้างองค์กรทั้งที่เคยปรับไปแล้วไม่ถึง 6 เดือนหรือการมอบหมายให้นายทศพร ซิมตระการ มาดูแลโครงการ Real-Time Charging โดยซื้อวิธีพิเศษ 300 กว่าล้านบาท ก็มีการเรียกซัปพลายเออร์ทุกรายมาคุยกันล่วงหน้า
โครงการ NGN หรือ Next Generation Network ก็มีแก้ไขสเปกให้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งทั่วโลกกำลังจะเลิกใช้งาน โครงการ ERP งบประมาณ 350 ล้านบาทก็ถูกดึงเรื่องไม่ให้เข้าวาระประชุมเพราะตกลงกันไม่เรียบร้อยรวมทั้งเรื่องการซื้ออุปกรณ์ DWDM เพื่อให้บริการลูกค้าในกรุงเทพฯงบประมาณ 100 ล้านบาท ก็มีการจัดหาบริษัทมายื่นเสนอราคาวิธีพิเศษ ผิดเงื่อนไข มีการลดจำนวนอุปกรณ์เพราะบริษัทมีค่าใช้ จ่ายไม่มีใบเสร็จ 40 ล้านบาทซึ่งกรณีนี้ความผิดสำเร็จแล้วสหภาพฯกสทกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นป.ป.ช. รวมทั้งความไม่ชอบมาพากลโครงการรีแบรนดิ้งภาพลักษณ์องค์กร การรับมอบโครงการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอ เรื่องค่าปรับหัวเหว่ยหมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ยังโจมตีว่าใช้วิธีบริหารแบบแบ่งแยกแล้วปกครอง ก้าวก่ายการทำงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในแต่ละสายงาน โดยมีการดึงเรื่องประเมินผลกรรมการผู้จัดการใหญ่ 2 ครั้งคือในเดือนก.ค.และธ.ค.ไว้เพื่อต่อรอง ก้าวก่ายการประเมินค่า KPIs และพิจารณาความดีความชอบระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กับ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ประเภทใครสนองก็ได้ดิบได้ดี รวมทั้งมีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงกรรมการบอร์ดกสท
โดย:ข่าวไอที
Tags: Add new tag, ict, IT, IT News, ข่าวสารเทคโนโลยี, ข่าวสารไอที, ข่าวไอ, ข่าวไอที, ข่าวไอทีวันนี้
Posted in IT News, เทคโนโลยี | 1 Comment »
Friday, November 28th, 2008
Tags: IT, it new, IT News, ข่าว, ข่าวสารเทคโนโลยี, ข่าวสารไอที, ข่าวไอ, ข่าวไอที, ข่าวไอทีวันนี้
Posted in IT News, Mobile, เทคโนโลยี | No Comments »
Friday, November 28th, 2008

 |
|
 |
ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่งของโลกอย่างโนเกีย (Nokia) ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะหยุดจำหน่ายและทำการตลาดผลิตภัณฑ์แบรนด์โนเกียในประเทศญี่ปุ่นทุกรูปแบบ ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะส่วนแบ่งการตลาดน้อยนิดที่ออกแรงดันเท่าใดก็ไม่ขึ้นเสียที
Timo Ihamuotila รองประธานโนเกียแถลงโดยยกประเด็นพิษเศรษฐกิจปัจจุบันมากล่าวถึง ระบุชัดเจนว่าโนเกียตัดสินใจยุติการลงทุนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ทำตลาดเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด โดยจะยังคงการทำตลาดแบรนด์ Vertu แบรนด์สไตล์หรูในเครือโนเกียไว้ เพราะเชื่อว่าจะยังสามารถเติบโตได้ดี ขณะที่การศึกษาวิจัยระดับโลกของโนเกียจะยังคงดำเนินการในประเทศญี่ปุ่นเช่นเดิม
”ในประเทศญี่ปุ่นเรายอมรับว่าโนเกียมีส่วนแบ่งตลาดที่น้อยมาก และต่ำกว่าเป้าหมายที่เราวางไว้ ที่ผ่านมา โนเกียลงทุนเพื่อผลักดันตลาดนี้มานาน แต่ก็ยังหนีไม่พ้นสถานการณ์ที่เป็นอยู่” Thomas Joensson รองประธานฝ่ายการสื่อสารโนเกียให้สัมภาษณ์ โดยบอกว่าโนเกียมีความมั่นใจเฉพาะในแบรนด์ Vertu เท่านั้น ว่าจะสามารถประสบความสำเร็จในตลาดเฉพาะกลุ่มเมืองปลาดิบ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนเช่นนี้
Vertu นั้นเป็นแบรนด์โทรศัพท์มือถือหรูหราซึ่งมักใช้วัสดุล้ำค่ามาเป็นส่วนประกอบ เช่นทองคำขาว ทองคำ เพชร และคริสตัลระยิบระยับ โดยมีราคาจำหน่ายแสนแพง
โนเกียผิดหวังกับส่วนแบ่งตลาดในญี่ปุ่นทั้งที่ในตลาดโลกสามารถครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่ง โดยโนเกียสามารถครองส่วนตลาดโลกได้ถึง 38 เปอร์เซ็นต์ในเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนที่ผ่านมา ตลาดสำคัญของโนเกียคือตลาดเกิดใหม่อย่างจีนและอินเดีย
ความล้มเหลวในการดึงดูดลูกค้าญี่ปุ่นของโนเกียนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะที่ผ่านมาลูกค้าชาวไซเบอร์แดนอาทิตย์อุทัยนั้นชาตินิยมเต็มตัว โดยจะชมชอบโทรศัพท์มือถือที่ผลิตโดยบริษัทในประเทศเท่านั้น แม้โอเปอเรเตอร์เบอร์หนึ่งของญี่ปุ่นอย่าง NTT DoCoMo และโอเปอเรเตอร์เบอร์สามอย่าง Softbank Mobile จะวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือโนเกียคู่กับแบรนด์ญี่ปุ่น แต่ส่วนแบ่งตลาดโนเกียก็ยังคงมีจำนวนน้อย
โทรศัพท์ในญี่ปุ่นนั้นถูกพัฒนาให้ต่างจากโทรศัพท์มือถือในประเทศอื่น ผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคือโอเปอเรเตอร์ไม่ใช่ผู้ผลิต โดยผู้ใช้ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมใช้โทรศัพท์มือถือเป็นกระเป๋าเงินส่วนตัว เพื่อชำระค่าบัตรโดยสารรถไฟหรือค่าน้ำดื่มในตู้จำหน่ายอัตโนมัติ รวมถึงการชมรายการทีวีและเล่นอินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่นรายงานว่าโนเกียมีแผนเปิดบริการโทรศัพท์มือถือของตัวเองเพื่อทำตลาด Vertu ร่วมกับ NTT Docomo ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งยังต้องรอดูความชัดเจนต่อไป
|
Tags: IT, IT News, ข่าวสารเทคโนโลยี, ข่าวสารไอที, ข่าวไอ, ข่าวไอที, ข่าวไอทีวันนี้
Posted in IT News, Mobile, เทคโนโลยี | No Comments »
Friday, November 28th, 2008
เอเอ็มดี เตรียมเปิดตัวแบรนด์แคมเปญใหม่ เน้นตามการใช้งาน หวังเจาะลูกค้าวงกว้างรับเป้าขยายฐานผู้ใช้ล่าสุดจับมือ 25 พันธมิตรลุยตลาดชิพแม่ข่ายควอดคอร์ใหม่ “เซี่ยงไฮ้” ชิงส่วนแบ่งจากคู่แข่ง

นางสาวลิซ่า โกะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เอเชียใต้ บริษัท แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ หรือเอเอ็มดี กล่าวว่า ปีหน้า บริษัทจะมุ่งทำตลาดและการขายเชิงรุกผ่านการเปลี่ยนแบรนด์แคมเปญใหม่ โดยปรับเปลี่ยนคำขวัญที่ใช้บรรยายใต้แบรนด์เป็น The Future is Fusion จากเดิม Smarter Choice ที่ช่วยให้ผู้ใช้วงกว้างจดจำแบรนด์ได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ สโลแกนใหม่ จะช่วยทำให้ลูกค้าเข้าใจการใช้เทคโนโลยีทั้งซีพียูและกราฟฟิคของเอเอ็มดี ตามลักษณะการใช้งาน (ยูสเสจ โมเดล) ครอบคลุมตั้งแต่ การใช้ทำงาน (@work) ที่จะเรียกว่าเป็น “เอเอ็มดี บิสิเนส คลาส”
ตลอดจนการใช้งานที่บ้าน (@home) ผ่านแพลทฟอร์ม “เอเอ็มดี ไลฟ์” ด้วยจุดเด่นภาพคมชัดความละเอียดสูง (ไฮเดฟฟิเนชั่น)และมัลติมีเดีย และการใช้งานเพื่อความบันเทิง (@play) เป็น “เอเอ็มดี เกม” แพลทฟอร์ม ที่สร้างประสบการณ์เล่นเกมใหม่
ล่าสุด บริษัทเปิดตัวประมวลผลหรือซีพียู ออพเตอรอน ที่ใช้รหัสการพัฒนา “เซี่ยงไฮ้” ซึ่งเป็นควอดคอร์ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต 45 นาโนเมตร โดยมีจุดเด่นการออกแบบที่รองรับงานด้านการบริหารทรัพยากรระบบคอมพิวเตอร์เสมือน (เวอร์ช่วลไลเซชั่น) การประหยัดพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพจากรุ่นก่อนหน้า 35% ทั้งช่วยรองรับงานการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต (คลาวด์ คอมพิวติ้ง)
อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่ชิพมีคุณสมบัติเอื้อให้ลูกค้าโอนย้ายการใช้ซีพียูของคู่แข่ง มาใช้เอเอ็มดีผ่านเรดแฮท เวอร์ช่วลไลเซชั่น โดยลูกค้าไม่ต้องปิดการทำงานของเครื่อง ซึ่งจะเปิดช่องให้บริษัทเข้าไปกินส่วนแบ่งตลาดเพิ่มโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถหยุดการทำงานได้
ปัจจุบัน มีบริษัทผู้ผลิตเครื่องแม่ข่ายกว่า 25 ราย ที่มีสินค้าพร้อมวางจำหน่าย ทั้งเอชพี ไอบีเอ็ม ซัน ไมโครซิสเต็มส์ และเดลล์ คอร์ปอเรชั่น โดยข้อมูลจากบริษัท เมอร์คิวรี่ คาดการณ์มูลค่าตลาดซีพียูและชิพเซ็ทสำหรับตลาดแม่ข่าย ไตรมาส 4 ปี 2551 อยู่ที่ 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอแต่เชื่อว่าด้วยเทคโนโลยีใหม่จะสอดคล้องกับความต้องการขององค์กรที่ต้องเผชิญกับความท้าทายที่จะต้องลงทุนปรับเปลี่ยนระบบเพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง
ด้านนายโตโม คามิยะ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการขาย เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ของเอเอ็มดี กล่าวเสริมว่า การสร้างแบรนด์แคมเปญใหม่ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์เชิงรุกที่บริษัทจะใช้เพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นจุดที่อ่อนที่สุดของบริษัทเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ซึ่งอาจจะมีส่วนแบ่งแม่ข่ายน้อยกว่า 5%
ข้อมูลจากเมอร์คิวรี่ รีเสิร์ช ระบุว่า เอเอ็มดี มีส่วนแบ่งตลาดพีซีและแม่ข่ายทั่วโลก 17.7% ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ลดลงจาก 23% เมื่อปีก่อนหน้า
โดย:ข่าวไอที
Tags: IT, it hots, IT News, ข่าวสารไอที, ข่าวไอ, ข่าวไอที
Posted in IT News, เทคโนโลยี | No Comments »
Wednesday, July 23rd, 2008
Sujan Kamran ผู้จัดการการตลาดประจำภูมิภาค ของอินเทลสิงคโปร์ กล่าวว่า จะนำ quad-core ลงเครื่องพกพา แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดของซีพียู Quad-core ที่จะมาอยู่ใน Notebook ดังกล่าว สำหรับซีพียู Quad-core ใน Notebook นี้จะใช้ชื่อรุ่นว่า Core 2 Extreme สำหรับซีพียู Quad-core รุ่นที่จะนำมาขายในตลาด Notebook ยังมีข้อสงสัยว่า สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีกว่าซีพียู Dual-core ที่มีอยู่ได้มากน้อยแค่ไหน และมากพอที่จะแลกมาด้วยราคาที่แพงขึ้น กับการกินไฟที่มากขึ้นหรือไม่ ล่าสุด มีผู้ผลิต Notebook ใน Australian ในชื่อยี่ห้อ Pioneer ได้สั่งชีพียู Quad-core ในรุ่น 2.53GHz Core 2 Extreme chip (QX9300) เพื่อนำไปประกอบใน Notebook ที่กำลังจะวางจำหน่ายแล้ว โดยการเปลี่ยนรุ่นซีพียูในครั้งนี้ส่งผลทำให้ราคา Notebook ของ Pioneer เพิ่มขึ้นอีก 100 เหรียญออสเตรเลีย (ประมาณ 3,300 บาท) จาำก Notebook ที่ใช้ชิพ Dual-core ที่มีความเร็วใกล้กัน
ที่มา - ที่มา - Techxcite
Tags: Intel, Notebook, Quad-core, ข่าวสารไอที, ข่าวไอ, คอมพิวเตอร์, เทคโนโลยี, โน๊ตบุค
Posted in IT News, เทคโนโลยี | No Comments »