Posts Tagged ‘’

ข่าวไอที เด่น ๆ ในรอบสัปดาห์

Friday, August 21st, 2009

LIMA Logistic ผู้ให้บริการ รถเครนให้เช่า รายใหญ่ที่สุดของเมืองไทย เปิดตัวเว็บไซต์ รถเครน http://www.limalogistic อย่างเป็นทางการ

Ye4h.com เว็บจองโรงแรมที่ทันสมัยที่สุด ในอินเตอร์เน็ต พร้อมข้อมูล hotel in thailand กว่า 2,000 โรงแรม พร้อมให้บริการแล้ว

และ ข่าว เด่น ๆ อีกมากที่ http://www.classifiedthai.com เว็บไซต์ของนักธุรกิจ

คอมมาร์ต โคราช สุดยอดโปรโมชั่น

Monday, March 23rd, 2009

ชูโปรโมชั่นเดียวงานคอมมาร์ต โคราช-สงขลาจัดงานไอทีแฟร์

กระตุ้นตลาดไอที โคราชจัด “ไอทีแฟร์ เอ็กซ์ตร้า” คาดยอดขายกว่า 30 ล้าน ขณะที่สงขลาจัดงาน “คอมพิวเตอร์แฟร์” ลดสนั่นใต้ ชูโปรโมชั่นเดียวกับงาน คอมมาร์ตที่กรุงเทพฯ

นายชาคริต ปวรินทร์พงษ์ ประธานชมรมผู้ประกอบการไอที จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ยอดขายโดยรวมของสินค้าไอทีตกต่ำกว่า 15% จึงมีแผนกระตุ้นตลาดไอทีใน จ.นครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง โดยเตรียมจัดงานไอที 2 งานใหญ่ คือ “ไอทีแฟร์” ซึ่งจัดขึ้นทุกปี ในช่วงเดือนมิถุนายน

สำหรับงานที่จัดเพิ่ม คือ “ไอทีแฟร์ เอ็กซ์ตร้า 2009″ วันที่ 19-25 มีนาคมนี้ ที่บริเวณลานโปรโมชั่น เดอะมอลล์โคราช ซึ่งจัดให้ตรงกับงานคอมมาร์ต ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เนื่องจากจะได้โปรโมชั่นและราคาเดียวกันทุกแบรนด์สินค้า ผู้บริโภคไม่ต้องเดินทางไกลไปกรุงเทพฯ

งานไอทีเอ็กซ์ตร้าในปีนี้จะไม่นำผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าสินค้าไอทีมาออกงานโดยตรง แต่จะเป็นร้านค้าไอทีใน จ.นครราชสีมา ที่รวมกลุ่มกันในนามชมรมผู้ประกอบการไอทีโคราชมาแสดงสินค้า ประกอบด้วยกลุ่มไอทีโซน, ใต้ฟ้าคอมพิวเตอร์, ราชสีมา ไอทีคอมพิวเตอร์, ราชสีมาแอ๊ดวานซ์คอมพิวเตอร์, ดีพีคอมพิวเตอร์, ศรีชัยดิจิตอล และเควีเทลาคอม คาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

ด้านนายเฉลิมพงษ์ จักรเครือ ประธานชมรมธุรกิจคอมพิวเตอร์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า กำหนดจัดงาน “คอมพิวเตอร์แฟร์ 2009″ ในวันที่ 20-22 มีนาคมนี้ ที่โรงเรียนศรีนคร หาดใหญ่ ปีนี้มีผู้ผลิตชั้นนำในวงการคอมพิวเตอร์และไอทีเข้าร่วมงานกว่า 16 บริษัท รวมทั้งดีลเลอร์อีกกว่า 10 ราย

“เป็นโอกาสทองของผู้ซื้อ เนื่องจากใช้โปรโมชั่นและราคาเดียวกันกับงานคอมมาร์ตที่กรุงเทพฯ ลูกค้าทางใต้ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงกรุงเทพฯ เรายกขบวนสินค้าดีราคาถูกมาไว้ในงานนี้แล้ว อาทิ โน้ตบุ๊ก ราคาหมื่นกว่าบาท และเน็ตบุ๊กพร้อมซิม ซึ่งเคาะราคาขายต่ำสุดแค่ 6,990 บาท จะเป็นพระเอกของงาน คาดว่าจะมียอดขายสะพัดไม่น้อยกว่า 2,500 เครื่อง มีเงินหมุนเวียนกว่า 40 ล้านบาท”

นายเฉลิมพงษ์กล่าวถึงทิศทางตลาดคอมพิวเตอร์ใน จ.สงขลาว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ธุรกิจคอมพิวเตอร์จะยังคงทรงตัว โดยกลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์ โปรดักต์จะหดตัวราว 5-10% ในด้านการแข่งขันนั้นถือว่าผู้ผลิตส่งมาขายในราคาต่ำอยู่แล้ว ร้านค้าจะไม่ขายตัดราคากัน เพราะกำไรต่อหน่วยไม่มากนัก แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสูง ซึ่งปีนี้ต้นทุนจะ สูงขึ้น แต่มูลค่าการขายจะเท่าเดิม ปัจจุบันสงขลามีผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ 200 ราย

สำหรับเช็คช่วยชาติ 2,000 บาทนั้น เสียดายที่เช็คมาไม่ทันช่วงจัดงาน แต่หลังจากนี้ไป หากผู้ค้าแต่ละรายจะใช้โอกาสนี้ สร้างกระแสการจับจ่าย โดยเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือเช็คมาจับจ่ายสินค้าไอที ก็เป็นเรื่องที่ดี ช่วยกันกระตุ้นตลาดอีกทางหนึ่ง

ที่มาwww.matichon.co.th

Ture MoveออกแคมเปญSunday Bonus

Monday, March 23rd, 2009
รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ประกาศเอาใจลูกค้าปัจจุบันแบบเติมเงิน จัดแคมเปญ “Sunday Bonus” ตอกย้ำโครงการเพิ่มความคุ้ม (Top up Get More) ให้ทุกวันอาทิตย์ของเดือนมีนาคมเป็นวันพิเศษ รับโบนัสโทรฟรี 15% ทุกครั้งที่เติมเงินทรูมูฟ 300 บาทขึ้นไป หรือรับ 10% เมื่อเติมเงิน 150 บาทขึ้นไป ผ่านหลากหลายช่องทางการเติมเงิน ได้แก่ บัตรเติมเงิน สลิปเติมเงิน บริการเติมเงินออนไลน์ที่ 7-Eleven หรือตัวแทนเติมเงินด้วยมือถือทั่วประเทศ โดยลูกค้าสามารถเติมเงินแล้วตรวจสอบยอดเงินและโบนัสโทรฟรีง่ายๆ เพียงกด #123# แล้วกดโทรออก

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ทรูมูฟได้จัดโครงการเติมเงินเพิ่มความคุ้ม (Top up Get More) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 อาทิ เติมเงินเสริมดวง เติมเงินเติมรักให้แม่ เติมปั๊บรับอั่งเปา เติมเงินเติมความสนุก และเติมเงินเติมความหวานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทรูมูฟยังเตรียมแคมเปญดีๆ เอาใจลูกค้าปัจจุบันแบบเติมเงินอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2552 อีกด้วย โดยลูกค้าที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทรูมูฟ ช้อป ทรู ช้อป หรือ ทรูมูฟ แคร์ โทร.1331

ที่มา www.bcoms.net

โน้ตบุ๊คน้ำหอมอัสซุสกลิ่นโดนใจ

Friday, February 27th, 2009

 บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศแนะนำ “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลก มีให้เลือก 4 สี 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นฟลอรัล บลอสซัม (Floral Blossom) ความหอมจากดอกไม้ ตัวเครื่องสีชมพูหวานสดใส กลิ่นมัสกี้ แบลค (Musky Black) แนวสปอร์ต เปี่ยมพลัง พร้อมตัวเครื่องสีดำแวววาว กลิ่นมอร์นิ่ง ดิว (Morning Dew) เพิ่มความสดชื่นแบบธรรมชาติ ตัวเครื่องสีเขียวพาสเทล กลิ่นอควอ โอเชี่ยน (Aqua Ocean) เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า พร้อมตัวเครื่องสีฟ้าสดใส

รายงานข่าวแจ้งว่า อัสซุส “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลก มาพร้อมกับพลังการประมวลผลของอินเทล Centrino2 Processors P8600 2.4 GHz หน่วยความจำ 3GB ฮาร์ดดิสก์ 250 GB ให้ความรวดเร็วในการทำงาน เล่นเกม เนื่องจากใช้กราฟฟิคการ์ด ATI Radeon HD3470 และงานแสดงด้านกราฟฟิค ระบบปฏิบัติการ Genuine Windows Vista Home Premium ของแท้ติดมากับเครื่อง ขนาดขนาดกะทัดรัด หน้าจอ 13.3 นิ้ว นำหนักเพียง 1.98 กิโลกรัม พกพาได้สะดวก

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนี้ยังสามารถใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆ และผู้ร่วมงานผ่านกล้องเว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) เทคโนโลยีเพิ่มความคมชัดของภาพ (Splendid) และเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ (Power 4 Gear) อีกทั้งรองรับการเชื่อมต่อทั้งบลูทูธ และไวร์เลสแลน พบกับอัสซุส “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลกได้ ตามร้านตัวแทนจำหน่ายอัสซุสทั่วไป ในราคา 42,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 

ข่าวจาก :  ไทยรัฐ

กูเกิลเปิดตัวแผนที่ดิจิตอลเวอร์ชันไทย

Friday, February 27th, 2009

       กูเกิล เปิดตัว Google Maps ประเทศไทย   ด้วยการนำเสนอแผนที่เสมือนจริงของประเทศไทยที่ครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมรองรับการค้นหาข้อมูลทั่วประเทศ
      
       พรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มการค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ในเวอร์ชันท้องถิ่น ที่มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการทำงานร่วมกันแก่ผู้ใช้งาน  พร้อมรองรับการทำงานร่วมกันอย่างยืดหยุ่น กูเกิลจึงได้เปิดตัว Google Maps ประเทศไทย (http://maps.google.co.th) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการค้นหาแบบใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ชาวไทยสามารถค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เช่น แผนที่ออนไลน์ ภาพถ่ายดาวเทียม เส้นทางการขับรถ ที่อยู่ และรายชื่อองค์กรธุรกิจ บนเครื่องพีซีหรือโทรศัพท์มือถือ และเป็นภาษาไทย
      
       นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันแบบเปิดกว้างนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้องค์กรธุรกิจ และนักพัฒนาในเมืองไทยสามารถแลกเปลี่ยนแผนที่และความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น เพื่อสร้างภาพรวมของประเทศไทยตามมุมมองและประสบการณ์ของคนไทย พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับถนนหนทาง ที่อยู่ ของบริษัทห้างร้านและองค์กรธุรกิจหลายแสนแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับท้องถิ่นได้อย่างสะดวกรวดเร็วและครบถ้วนสมบูรณ์
      
       Google Maps จะแสดงชื่อสถานที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถสร้างข้อมูลและแบ่งปันให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเมืองไทย ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของแผนที่ประเทศไทยที่ใช้งานง่ายและครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด
      
       นอกจากการค้นหาพิกัดทางภูมิศาสตร์ในระดับท้องถิ่นแล้ว ข้อมูลและเครื่องมือบน Google Maps ประเทศไทย และเว็บไซต์ต่างๆ ยังผสานรวมอย่างกลมกลืนเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ชาวไทย  องค์กรต่างๆ ในเมืองไทย เช่น HSBC (everydaydiningdelight.com), ไอซีเว็บ(bkkmenu.com), โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ , ไทยทิคเก็ตเมเจอร์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, แวร์ อิน ไทยแลนด์ และสเปซ ไมเนอร์ สนับสนุนการพัฒนา Google Maps เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาตำแหน่งขององค์กรธุรกิจและสถานที่ที่น่าสนใจ ตรวจสอบกิจกรรมและภาพยนตร์ที่กำลังฉายในละแวกใกล้เคียง แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้แก่เพื่อนชาวต่างชาติ  ค้นหาร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ
      
       ผู้บริหารกูเกิลกล่าวว่า กูเกิลมุ่งเน้นการจัดระเบียบข้อมูลของโลก เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายและเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆ คน การเปิดตัว Google Maps ประเทศไทยครั้งนี้ เป็นอีกย่างก้าวที่สำคัญในการช่วยให้ผู้ใช้ชาวไทยสามารถค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ตามที่ต้องการเป็นภาษาไทย โดยคลิกเมาส์เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ไม่ว่าจะเพื่อการทำงานหรือความบันเทิง Google Maps ประเทศไทย เป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่รองรับการทำงานร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้

 

ผู้จัดการออนไลน์

สิงคโปร์คว้าแชมป์สุดยอดประเทศนวัตกรรมปี 2009

Friday, February 27th, 2009

       มูลนิธินวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจัดอันดับให้ประเทศสิงคโปร์เป็นผู้นำด้านการคิดค้นนวัตกรรมและมีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลกประจำปี 2009 ดึงเกาหลีใต้ลงมาอยู่อันดับ 5 เหนือกว่ายักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 6 ขณะที่แดนปลาดิบคว้าอันดับ 9 ในครอง
      
       มูลนิธิ Information Technology and Innovation Foundation หรือ ITIF ประกาศอันดับประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยนอกจากสิงคโปร์ เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ประเทศอื่นๆที่ถูกจัดให้อยู่ใน 10 อันดับแรกของโลกประจำปี 2009 ได้แก่ อันดับที่ 2 สวีเดน, อันดับ 3 ลักเซมเบิร์ก, อันดับ 4 เดนมาร์ก, อันดับที่ 7 ฟินแลนด์ อันดับที่ 8 อังกฤษ และอันดับที่ 10 คือเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือหรือ North American Free Trade Agreement (NAFTA) ซึ่งคลุมพื้นที่ประเทศแคนนาดา เม็กซิโก และสหรัฐฯ
      
       ประเทศใหญ่ๆในเอเชียแปซิฟิกนั้นถูกจัดอยู่ใน 40 อันดับแรก ได้แก่ ออสเตรเลีย อันดับที่ 19, จีน อันดับที่ 33 ขณะที่อินเดียอยู่ในอันดับที่ 40 โดย 15 ประเทศยุโรปตะวันตกในกลุ่มสหภาพยุโรปหรือที่เรียกรวมว่า EU-15 นั้นถูกจัดเป็นอันดับที่ 18
      
       ITIF เป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยการจัดอันดับประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรมที่เกิดขึ้นนั้น ITIF พิจารณาจาก 16 ประเด็นก่อนจะนำคะแนนมาคำนวณเป็นดัชนีเพื่อจัดอันดับ ได้แก่ ความสามารถของทรัพยกรบุคคล ความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรม การระดมทุน โครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ นโยบายเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพการจัดการระบบเศรษฐกิจในประเทศ
      
       จุดนี้ ITIF ระบุว่า หากรวบรวมดัชนีคะแนนตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 1999-2009) ประเทศจีนกลับได้คะแนนสูงสุด เหนือกว่าสหรัฐฯที่คิดเป็นลำดับที่ 40 โดยสิงคโปร์จะอยู่ในอันดับ 2 ตามมาด้วยลิธัวเนีย เอสโทเนีย เดนมาร์ก ลักเซมเบิร์ก สโลวาเนีย รัสเซีย ไซปรัส และญี่ปุ่น โดยประเทศอินเดียได้อันดับที่ 14 เกาหลีใต้อยู่ที่ 17 และออสเตรเลียในอันดับที่ 32
      
       ขณะที่ประเทศกลุ่มยุโรป EU-15 นั้นถูกจัดเป็นอันดับที่ 28 หากคำนวณคะแนนตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา
      
       ร็อบ แอดคินสัน (Rob Atkinson) ประธาน ITIF ให้ความเห็นว่า การศึกษาครั้งนี้ยึดหลักพิจารณาความสามารถในการแข่งขันและการคิดค้นนวัตกรรมของแต่ละประเทศโดยใช้ปัจจัยหลายส่วนประกอบกัน ไม่ได้พิจารณาเฉพาะความสามารถด้านเศรษฐกิจหรือนโยบายอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากในภาวะเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน
      
       แอดคินสันบอกว่า แม้ที่ผ่านมาสหรัฐฯจะมีศักยภาพในทุกด้านดีมากหากเทียบกับประเทศอื่นๆในโลก แต่การศึกษาพบว่ามีประเทศมากมายรวมถึงยุโรปที่มีพัฒนาการรวดเร็วกว่าสหรัฐฯ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เชื่อว่าประเทศในกลุ่ม EU-15 จะสามารถแซงหน้าสหรัฐฯในแง่ความสามารถด้านการแข่งขันเชิงนวัตกรรมได้ภายในปี 2020 หรืออีก 11 ปีข้างหน้า
      
       ไม่ใช่เพียงยุโรป กลุ่ม ITIF ระบุว่า 39 ประเทศที่เหลือใน 40 อันดับสุดยอดประเทศนวัตกรรมล้วนพัฒนาองค์ความรู้และเศรษฐกิจเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วกว่าสหรัฐฯ แน่นอนว่าผลที่เกิดขึ้นคือ ความสามารถในการแข่งขันเชิงนวัตกรรมของสหรัฐฯกำลังจะถึงช่วงขาลงหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป
      
ไม่มีรายชื่อประเทศไทยปรากฏในรายงานของ ITIF

 

ผู้จัดการออนไลน์

ยอดขายจอแอลซีดีตกเป็นครั้งแรก

Wednesday, February 25th, 2009

บริษัทวิจัย DisplaySearch ประกาศผลวิจัยตลาดแอลซีดีมอนิเตอร์ทั่วโลกประจำไตรมาส 4 หรือเดือนตุลาคมถึงธันวาคมปีที่ผ่านมา พบว่าหน้าจอแอลซีดีสำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องเกมหรือคอมพิวเตอร์พีซีกลับมียอดจำหน่ายลดลง 7.4 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาส 3 คิดเป็นสัดส่วนลดลง 8.0 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า ทำสถิติเป็นไตรมาสแรกที่ยอดขายแอลซีดีในไตรมาส 4 ของปีลดลง
      
       ท่ามกลางการขยายตัวของตลาดโทรทัศน์คุณภาพสูงหรือ HDTV ยอดขายแอลซีดีมอนิเตอร์ตลอด 3 เดือนสุดท้ายของปี 2008 มีจำนวนลดลงเหลือ 39.6 ล้านเครื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยอดจำหน่ายลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าคิดเป็นสัดส่วน 9 เปอร์เซ็นต์ โดยลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2007 ถึง 24 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 8.1 ล้านเครื่องเท่านั้น
      
       การสำรวจของ DisplaySearch พบว่า แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายแอลซีดีมอนิเตอร์เพิ่มขึ้นคือสองผู้นำในตลาดอย่างซัมซุง (Samsung) และเอเซอร์ (Acer) โดยซัมซุงมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์แบบปีต่อปี ได้ส่วนแบ่งตลาด 15.5 เปอร์เซ็นต์ไปครอง เบอร์ 2 อย่างเดลล์ (Dell) มียอดจำหน่ายลดลง 19 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดคือ 12.5 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 3 เป็นเอชพี (HP) ทำส่วนแบ่งตลาดได้ 11.8 เปอร์เซ็นต์
      
       อันดับที่ 4 คือแอลจี (LG) ส่วนแบ่งตลาด 9.2 เปอร์เซ็นต์ ไม่หนีห่างจากเบอร์ 5 อย่างเอเซอร์ ซึ่งมียอดจำหน่ายเติบโตปีต่อปีถึง 9 เปอร์เซ็นต์ ส่งให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นถึง 8.0 เปอร์เซ็นต์
      
       การสำรวจของ DisplaySearch พบว่าสาเหตุของยอดจำหน่ายแอลซีดีมอนิเตอร์ที่ลดลงไม่ได้มาจากความต้องการในตลาดที่ลดลงเท่านั้น แต่อยู่ที่การควบคุมสายการผลิตของบริษัทผู้ผลิตด้วย โดยไตรมาส 4 ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ตลาดมีผลิตภัณฑ์แอลซีดีมอนิเตอร์ในตลาดน้อยกว่าที่คาดการณ์มาก ดังนั้นการควบคุมการผลิตจึงมีผลต่อการชะลอตัวของตลาดมากกว่าความต้องการในตลาดที่ลดลง
      
       แม้ตลาดในประเทศอื่นจะมียอดจำหน่ายแอลซีดีมอนิเตอร์ลดลง แต่จีนกลับเป็นประเทศเดียวที่มีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น คิดเป็นสัดส่วนเติบโต 11 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาส 3
      
       ไม่เพียงแอลซีดีมอนิเตอร์ DisplaySearch เชื่อว่ายอดจำหน่ายแอลซีดีทีวีจะมีแนวโน้มลดจำนวนลงในปีนี้ด้วย
ข่าวจาก: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้ค้าไอทีสำลักกำลังซื้อQ1วูบ 4ยักษ์ เอเซอร์-อัสซุส-เอชพี-เลอโนโว ส่งสัญญาณ ยิงแนวรุกใหม่สกัดจุดอ่อน เสริมจุดแข็งช่องทางตลาด

Wednesday, February 25th, 2009

จับกระแสกำลังซื้อไอทีไตรมาสแรกวูบกันถ้วนหน้า ผู้ค้าค่ายใหญ่ “เอเซอร์” ระบุยอดขายงานเอเซอร์เดย์-คอมเวิลด์หด 10-15% ยันไม่ปรับลดเป้าหมาย ประกาศอัดโปรโมชันสู้กระตุ้นตลาด ขณะที่ค่ายอัสซุส เดินหน้าลดค่าใช้จ่าย ด้านเอชพี มุ่งสร้างตลาดใหม่ ขายผ่านช่องทางไม่ใช่ไอที ส่วนเลอโนโว ติดตามยอดขายรายสัปดาห์

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัทเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่าสถานการณ์กำลังซื้อสินค้าไอทีช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมาค่อนข้างชะลอตัว โดยจากการจัดโปรโมชันผ่านงานใหญ่ 2 งาน คือ เอเซอร์ เดย์ ช่วงเดือนมกราคม 2552 และ งานคอมเวิลด์ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2552 นั้นคาดว่ากำลังซื้อในตลาดมีการชะลอตัว 10-15% ทั้งนี้มองว่ากำลังซื้อผู้บริโภคยังมีอยู่ แต่อาจเกิดความไม่เชื่อมั่นในสภาพเศรษฐกิจ

ซึ่งจากแนวโน้มการชะลอตัวดังกล่าวบริษัทจะมุ่งสื่อสารข้อความในส่วนของโปรโมชันราคาพิเศษไปยังกลุ่มลูกค้าโดยตรง และนำสินค้าราคาประหยัดและคุ้มค่าเข้ามาเสริมการทำตลาดมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้ผู้ผลิตทั้งตลาดจะมุ่งไปยังการแข่งขันด้านราคา โดยนำสินค้าราคาถูกเข้ามาแข่งขันทำตลาด นอกจากนี้จะต้องมองเป้าหมายยอดขายที่สะท้อนความเป็นจริงของตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีแรกนั้นบริษัทยังไม่มีแผนปรับลดเป้าหมายการทำตลาด เนื่องจากขณะนี้ยังเร็วไปที่จะพูดว่าตลาดปีนี้ทั้งปีจะชะลอตัว

ขณะที่นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่ากำลังซื้อสินค้าไอทีผ่าน 2 งานใหญ่ คือ ไทยแลนด์โมบาย เอ็กซ์โป และงานคอมเวิลด์ ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นการชะลอตัวของตลาด โดยยอดขายสินค้าของบริษัทผ่านทั้ง 2 งาน ค่อนข้างทรงตัว ทั้งนี้คงต้องรอดูสถานการณ์ในงานคอมมาร์ต ช่วงเดือนมีนาคมอีกครั้ง แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมมีแนวโน้มชะลอตัว

ซึ่งจากแนวโน้มดังกล่าวนั้นบริษัทจะต้องกลับมาทบทวนตัวเลขการขาย และความคุ้มค่าการลงทุน โดยต่อไปในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า อาจต้องพิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายการลงทุนพื้นที่ หรือค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างบูธแสดงสินค้า

ด้านนายปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันนัล ซิสเต็มส์ บริษัท ฮิวเลตต์ - แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอชพี กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่ากำลังซื้อสินค้าไอทีในตลาดลดลง โดยเท่าที่สอบถามร้านค้าพบว่ายอดขายในช่วงเดือนมกราคม 2552 ที่ผ่านมาดีกว่าเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ส่วนเดือนกุมภาพันธ์คาดว่าตลาดจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตามในส่วนกลยุทธ์การตลาดของบริษัทนั้นคงมุ่งไปเซ็กเมนต์ตลาด โดยกลุ่มตลาดที่มุ่งให้ความสำคัญ ในกลุ่มคอนซูเมอร์ กลุ่มเด็ก กลุ่มครอบครัว และกลุ่มผู้หญิง ซึ่งจะมีผลิตภัณฑ์เข้ามาตอบสนองแต่ละกลุ่ม

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการทำตลาดองค์กรขนาดกลางและเล็ก หรือ เอสเอ็มอี ตลอดจนขยายช่องทางใหม่ๆ ไปยังกลุ่มไม่ใช่ไอที โดยล่าสุดร่วมมือกับเซ็นทรัล โดยมอบให้เซ็นทรัล เป็นผู้จำหน่ายเอชพี มินิ 1000 รุ่นพิเศษ วิเวียน แทม ซึ่งออกแบบโดยวิเวียน แทม ในเซ็นทรัล 3 สาขา เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลเวิลด์ และเซน

“ที่ผ่านมาเราคงมุ่งสร้างดีมานด์ในตลาดโดยเอาสินค้าใหม่ขยายเข้าไปในตลาดใหม่ๆ รวมถึงช่องทางตลาดใหม่ๆ ที่ไม่ใช่ไอที ซึ่งถ้าเราไม่มีสินค้าใหม่ หรือตลาดใหม่ๆ เข้ามา เราคงได้รับผลกระทบ”

ส่วนนายภิญโญ สงวนเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจทรานเซ็กชัน บริษัทเลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมากำลังซื้อไอทีในตลาดอาจชะลอตัวไปบ้าง แต่หลังจากช่วงตรุษจีน กำลังซื้อก็เริ่มกลับคืนมา ซึ่งในงานคอมเวิลด์ ที่ผ่านมาตัวแทนจำหน่ายค่อนข้างพอใจกับยอดขายสินค้าเลอโนโว ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบริษัทสามารถคาดการณ์สต๊อกสินค้าได้ถูกต้อง โดยในช่วงคอมเวิลด์ มีสินค้าใหม่ราคาเหมาะสม เข้ามาทำตลาดพอดี โดยความต้องการของผู้บริโภคสินค้าไอทีนั้นส่วนใหญ่ต้องการสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอ ขณะที่คู่แข่งขันอาจมีการวางแผนสต๊อกผิดพลาด และมีการนำสินค้าเก่ามาเคลียร์สต๊อกในงานจึงอาจไม่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวบริษัทคงต้องติดตามยอดการขาย และปรับกลยุทธ์เป็นรายสัปดาห์

ข่าวจาก: ฐานเศรษฐกิจ

คอมมาร์ตอัดงบเพิ่มกระตุ้นยอดซื้อไอที

Wednesday, February 25th, 2009

เอ.อาร์. เพิ่มงบการตลาด 50% ดันยอด “คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2009” เผยปีนี้โปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม หวังกระตุ้นตลาดให้ผู้ค้าไอที

นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด ผู้จัดงานคอมมาร์ต เปิดเผยว่า การจัดงานคอมมาร์ตไทยแลนด์ 2009 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคม 2552 เวลา 10.00-20.00 น.ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในปีนี้จะมีโปรโมชั่นพิเศษ ลด แลก แจก แถมเป็นพิเศษครั้งแรก ภายใต้คอนเซปต์ “ช้อปเกินคุ้ม ลุ้นทอง ลุ้นรถ” เพื่อกระตุ้นให้ผู้ค้าไอทีสามารถทำยอดได้ตามเป้าหมายได้

เนื่องจากวิกฤตค้าปลีกไอทีที่ตลาดทรงตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา หลังจากปัญหาการตกต่ำของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ผู้ค้าไอทีไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า

ปีนี้ เอ.อาร์. ได้เพิ่มงบการตลาดและการประชาสัมพันธ์จัดงาน คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2009 เกือบ 50% เพื่อสร้างกิจกรรมการตลาดสุดคึกคัก เพิ่มค่าของเงินให้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ด้วยโปรโมชั่นแจกรถแจกทองคืนกำไรให้ผู้บริโภค และช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถซื้อสินค้าไอทีในราคาที่คุ้มค่ามากที่สุด โดยในงานครั้งนี้ผู้จำหน่ายสินค้าไอทีทุกแบรนด์ได้ตอบรับเข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นการยืนยันให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่องานคอมมาร์ตได้เป็นอย่างดี

“เพียงแค่ซื้อสินค้าเริ่มต้นที่ 100 บาทขึ้นไป สามารถลุ้นรับทองคำหนัก 1 สลึง 4 เส้น/วัน และซื้อสินค้าทุก 3,000 บาท มีสิทธิลุ้นรถ Toyota Vios มูลค่ากว่า 5 แสนบาท จำนวน 1 คัน แพคเกจทัวร์กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ LCD TV ชุด Home Theatre และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย คาดดึงผู้เข้าชมงานได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านราย และสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท

นายปฐม กล่าวต่อว่า ภายในงาน คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2009 ยังมีการแสดงเทคโนโลยีที่น่าสนใจ อาทิ การเปิดตัวเทคโนโลยี Intel Nehalem สมบูรณ์แบบครั้งแรกในไทย, i-To โต๊ะทำงานสุดไฮเทค: ครั้งแรกของการโมดิฟายด์โต๊ะสุดแสนธรรมดา ให้กลายเป็นโต๊ะหรรษาสุดไฮเทค ใช้แล้วสุดเพลิน โดย นิตยสาร Commart,ไอทีพยากรณ์: พบเทพธิดาพยากรณ์คนดัง มาแนะนำสินค้าไอทีที่ถูกโฉลกใช้แล้วเฮง ใช้แล้วรวย ได้ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม เวลา 15.00 น. โดยนิตยสาร Computer.today, Commart และ WM, รางวัลCommart Innovation 2009 รางวัลที่มอบให้กับสุดยอดสินค้าที่โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรม โดยนิตยสาร Commart

นายปฐม กล่าวว่า สำหรับ Workshop ปีนี้มีกิจกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และสามารถนำไปประกอบอาชีพได้จริง อาทิ ซ่อมได้ง่ายนิดเดียว: เวิร์กชอปที่จะทำให้ทุกคนซ่อม แก้ และทำให้คอมพ์ใช้งานได้อย่างไหลลื่น ด้วยเนื้อหาสุดเด็ดจากหนังสือ Click.today 4.0 “ช่าง 1000 Tips ซ่อมคอมพ์” โดยนิตยสาร Computer.today หรือ รวยฟ้าผ่า:วิธีเพิ่มรายได้ด้วยรูปแบบการหาเงินที่คุณคาดไม่ถึงกับภาคต่อของ

สำหรับบริษัทไอทีเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการจัดงาน “คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2009” ครั้งนี้ จำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด, บริษัท อไลน์เอนซ์ แอนด์ ลิงค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด และมหาวิทยาลัยศรีปทุม

กระทรวงไอซีที ออกประกาศ 4 ฉบับ ผลักดันธุรกิจอี-เพย์เมนท์

Wednesday, February 25th, 2009

 นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่า หลังจากที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงไอซีที และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ร่างประกาศที่ออกตามความในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 จำนวน 4 ฉบับ เพื่อรองรับการประกาศและบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

รวมถึงใช้ควบคุมดูแลธุรกิจบริการด้านการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Payment ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้พิจารณาร่างประกาศทั้ง 4 ฉบับดังกล่าวแล้ว

 ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้มีมติเกี่ยวกับร่างประกาศทั้ง 4 ฉบับ ดังนี้ ฉบับแรก ร่างประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง “หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ โดยให้เพิ่มเติมระยะเวลาแลกคืนเป็นเงินสดจากผู้ให้บริการบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้ชัดเจน และประธานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ลงนามแล้ว

 ส่วนฉบับที่ 2 ร่างประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง “การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามบัญชี ก ที่ไม่ต้องแจ้งให้ทราบก่อนให้บริการ” ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ลงนามแล้ว รวมทั้งได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552

 ฉบับที่ 3 คือ ร่างประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง “หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” และฉบับที่ 4 ร่างประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง “นโยบายและมาตรการการรักษาความปลอดภัยทางระบบสารสนเทศในการประกอบธุรกิจของผู้ให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” ที่ประชุมมีมติรับทราบทั้ง 2 ฉบับ แต่ให้ปรับปรุงฉบับที่ 4 โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาปรับปรุงถ้อยคำบางประการให้ชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น

 นอกจากนี้คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ยังได้จัดทำ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง “แนวทางการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติของผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้มาตรา 37 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544” อีกหนึ่งฉบับ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยขณะนี้กำลังพิจารณาจากคณะอนุกรรมการโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมาย และจะนำเสนอคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

 ส่วนความคืบหน้าการบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินการรับแจ้ง ขึ้นทะเบียน หรือขออนุญาตแล้วแต่กรณีจากผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ประสงค์จะทำธุรกิจต่อไป โดยการดำเนินการดังกล่าวจะต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 16 มีนาคม 2552 มิฉะนั้นหากพ้นวันที่ 13 พฤษภาคม 2552 ผู้ประกอบการจะไม่สามารถให้บริการได้อีก
ข่าวจาก: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์