
การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งในการพัฒนาความสามารถและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ส่งผลให้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ (ความเร็วสูง) กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว
ปัจจุบันอัตราผู้ใช้บรอดแบนด์ผ่านรูปแบบต่างๆ ในไทยปี 2550 มีเพียงร้อยละ 7 ของครัวเรือนไทย หรือ ประมาณ 1.2 ล้านพอร์ต และคาดว่าสิ้นปีตัวเลขน่าจะจบที่ 11% หรือ 1.9 ล้านพอร์ต แต่นับเป็นตัวเลขที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สิงคโปร์ที่มีอัตราผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในครัวเรือนสูงถึง 93%
ล่าสุด ประเทศไทยจะมีแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พ.ศ.2552-2556 ที่กระทรวงเป็นผู้ไอซีทีเป็นผู้จัดทำขึ้น โดยมีเป้าหมายข้อหนึ่งว่าประชาชนกว่า 50% สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ออกมาป่าวประกาศว่าครึ่งปีแรกของปี 2552 สามารถที่จะออกใบอนุญาต 3จี ได้ ตามมาด้วยครึ่งปีหลังที่จะมีใบอนุญาตไวแมกซ์ตามมา
ในเวทีสัมมนา “ไทยแลนด์ บรอดแบนด์ ฟอรั่ม 2008″ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยฉายภาพว่า อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทำให้ปริมาณการไหลเวียนของข้อมูลมีมากขึ้นในระยะเวลาที่สั้นลง และปริมาณที่มากขึ้น จะนำไปสู่คุณภาพที่ดีขึ้นตามไปด้วย เพราะทุกวันนี้การติดต่อสื่อสารเป็นลักษณะมัลติมีเดียมากขึ้น การหาข้อมูล การค้าขายบนอินเทอร์เน็ต ต้องคำนึงถึงคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ
จุดที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จากผู้สอบถามกว่า 3 หมื่นราย พบว่าในปี 2548 ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 7.1 ล้านครัวเรือน ปี 2549 เพิ่มเป็น 8.4 ล้านครัวเรือน คิดเป็นอัตราการเติบโต 19.5% ขณะที่ปี 2550 มีผู้ใช้เพิ่มเป็น 9.3 ล้านครัวเรือนคิดเป็นอัตราการเติบโต 10%
แต่จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2549 พบว่ามีสัดส่วนของการใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 52.8% ขณะที่ปี 2550 มีสัดส่วนเพียง 46.2%
“อัตราการเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ลดลง เป็นสัญญาณไม่ดี เพราะการใช้ อินเทอร์เน็ตของไทยอยู่ในช่วง take off แสดงว่าอินเทอร์เน็ตไทยโตช้าลง ทั้งๆ ที่อัตราส่วนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่อจำนวนประชากรยังไม่เยอะ รวมถึงตัวเลขสัดส่วนผู้ใช้บรอดแบนด์ก็ลดลง เป็นสัญญาณว่าอนาคตของบรอดแบนด์อาจจะไม่สดใส”
ดร.สมเกียรติกล่าวต่อว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการผลักดันบรอดแบนด์ คือ เศรษฐกิจ เพราะการใช้บรอดแบนด์หรือไม่ขึ้นกับรายได้ด้วย หากเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ประชากรไม่ดีก็จะส่งผลต่อการขยายตัวของตลาดบรอดแบนด์ด้วย และอนาคตจะหวังให้บรอดแบนด์ขยายตัวคงยาก ถ้าไม่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นตัวผลักดัน และ แนวโน้มตลาดปีหน้าคงมีการเติบโตไม่มาก ผู้ประกอบการที่มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นจะมาจากการย้ายค่ายของลูกค้ามากกว่า
หัวใจสำคัญของการผลักดันการใช้งาน คือ การแก้ปัญหาเรื่องราคา เพราะผู้ใช้งานมองว่าค่าบริการในปัจจุบันยังแพง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การใช้งานไม่แพร่หลายเท่าที่ควร เพราะเมื่อเปรียบเทียบค่าบริการบรอดแบนด์กับรายได้เฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 11% ของรายได้ ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 2%
ทั้งนี้ การกำหนดราคาให้เหมาะสมขึ้นกับสภาพการแข่งขันของตลาดเป็นสำคัญ ซึ่ง”กทช.” คือผู้ที่จะผลักดันให้บรอดแบนด์ เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม พร้อมกับนำเสนอเทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อเพิ่มอัตราการใช้บรอดแบนด์ให้มีมากขึ้น เช่น ตลาดไวแมกซ์และ 3จี ต้องให้มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด เพื่อสร้างการแข่งขันมากขึ้น เพราะถ้ามีแต่ผู้ประกอบการ รายเดิมจะไม่มีแรงจูงใจการแข่งขันด้านราคา
รวมถึงประเด็นเรื่องการเก็บค่าไอซี ต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพราะถ้าค่าไอซียังสูงเกินจริงจะทำให้เกิดการกีดกันการแข่งขัน และผู้เล่นรายใหม่อาจไม่อยากเข้าสู่ตลาด
ขณะที่ “เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ เสนอความเห็นว่า ที่ผ่านมายังไม่เห็นการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมมากนักในการผลักดันให้เกิดการใช้บรอดแบนด์ในไทย มีเพียงแต่นโยบายแผนแม่บทเท่านั้น
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การชี้ให้ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเอสเอ็มอีเห็นว่า การใช้ บรอดแบนด์มีประโยชน์อย่างไร และหากขาดบรอดแบนด์แล้วต้องเสียประโยชน์อะไร เพราะปัจจุบันคนที่เข้าใจคือคนไอทีที่รู้ว่าการ ใช้บรอดแบนด์จะช่วยเพิ่ม productivity ลดค่าใช้จ่าย เช่น ลดค่าน้ำมัน ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และทำให้เกิดการเรียนรู้ แต่ในต่างจังหวัดยังไม่มีข้อมูล
“สิ่งที่ต้องฝากรัฐคือต้องมองไอซีทีเป็น agenda ของชาติ เป็นส่วนประกอบของการสร้างเมือง และอยากให้ กทช.มี นโยบายที่เป็นรูปธรรมเพื่อผลักดันการใช้ บรอดแบนด์ในต่างจังหวัดอย่างแข็งขัน และมีเป้าหมายในการพัฒนาเป็นขั้นตอนอย่างชัดเจน เช่น เมืองใหญ่ เมืองรอง เพื่อประโยชน์ในการลดช่องว่างให้น้อยลง เพราะหากพัฒนาแต่ใน กทม. ละเลยเมืองเล็กๆ จะยิ่งทำให้ช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยีมีมากขึ้น เพราะไอซีทียังไม่ถูกมองในฐานะเป็นสาธารณูปโภครูปแบบหนึ่ง”
ด้าน “นนท์ อิงคุทานนท์” ผู้จัดการทั่วไป บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต/ทรู ออนไลน์ จากค่ายทรู เสนอความเห็นว่า ปัจจัยการขยายบรอดแบนด์ลำดับแรกคือ ต้องรู้ว่าจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ใน ต่างจังหวัด หรือ กทม. เพราะหากเป็น ต่างจังหวัด ควรเน้นที่ไวแมกซ์ เพราะสามารถเข้าไปทดแทนพื้นที่การลากสายเข้าไม่ถึงได้ และสำหรับพื้นที่ในเมืองก็ใช้ 3จี ช่วยรองรับส่วนหนึ่ง ดังนั้นหากต้องการให้ภาคท้องถิ่นมีการพัฒนาของเศรษฐกิจเท่าในเมือง การออกใบอนุญาตไวแมกซ์ควรจะถูกพิจารณาพร้อมๆ กับใบอนุญาต 3จี
ส่วนตัวแทนจากภาครัฐ “พิทยาพล จันทนะสาโร” รองเลขาธิการ กทช. กล่าวว่า สิ่งที่ กทช.ทำ คือ การเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่มาก และเสนอเทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อให้ผู้ประกอบการพิจารณา แต่ขณะเดียวกัน ปัจจุบันผู้ประกอบการหลายรายยังมีสถานการณ์การเงินที่ย่ำแย่มานาน หากต้องการพัฒนาต้องทำให้บริษัทมีกำไร มีฐานะการเงินที่เข้มแข็ง เพื่อให้มีการลงทุนมากขึ้น
การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งในการพัฒนาความสามารถและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ส่งผลให้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ (ความเร็วสูง) กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว
ปัจจุบันอัตราผู้ใช้บรอดแบนด์ผ่านรูปแบบต่างๆ ในไทยปี 2550 มีเพียงร้อยละ 7 ของครัวเรือนไทย หรือ ประมาณ 1.2 ล้านพอร์ต และคาดว่าสิ้นปีตัวเลขน่าจะจบที่ 11% หรือ 1.9 ล้านพอร์ต แต่นับเป็นตัวเลขที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สิงคโปร์ที่มีอัตราผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในครัวเรือนสูงถึง 93%
ล่าสุด ประเทศไทยจะมีแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พ.ศ.2552-2556 ที่กระทรวงเป็นผู้ไอซีทีเป็นผู้จัดทำขึ้น โดยมีเป้าหมายข้อหนึ่งว่าประชาชนกว่า 50% สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ออกมาป่าวประกาศว่าครึ่งปีแรกของปี 2552 สามารถที่จะออกใบอนุญาต 3จี ได้ ตามมาด้วยครึ่งปีหลังที่จะมีใบอนุญาตไวแมกซ์ตามมา
ในเวทีสัมมนา “ไทยแลนด์ บรอดแบนด์ ฟอรั่ม 2008″ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยฉายภาพว่า อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทำให้ปริมาณการไหลเวียนของข้อมูลมีมากขึ้นในระยะเวลาที่สั้นลง และปริมาณที่มากขึ้น จะนำไปสู่คุณภาพที่ดีขึ้นตามไปด้วย เพราะทุกวันนี้การติดต่อสื่อสารเป็นลักษณะมัลติมีเดียมากขึ้น การหาข้อมูล การค้าขายบนอินเทอร์เน็ต ต้องคำนึงถึงคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ
จุดที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จากผู้สอบถามกว่า 3 หมื่นราย พบว่าในปี 2548 ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 7.1 ล้านครัวเรือน ปี 2549 เพิ่มเป็น 8.4 ล้านครัวเรือน คิดเป็นอัตราการเติบโต 19.5% ขณะที่ปี 2550 มีผู้ใช้เพิ่มเป็น 9.3 ล้านครัวเรือนคิดเป็นอัตราการเติบโต 10%
แต่จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2549 พบว่ามีสัดส่วนของการใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 52.8% ขณะที่ปี 2550 มีสัดส่วนเพียง 46.2%
“อัตราการเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ลดลง เป็นสัญญาณไม่ดี เพราะการใช้ อินเทอร์เน็ตของไทยอยู่ในช่วง take off แสดงว่าอินเทอร์เน็ตไทยโตช้าลง ทั้งๆ ที่อัตราส่วนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่อจำนวนประชากรยังไม่เยอะ รวมถึงตัวเลขสัดส่วนผู้ใช้บรอดแบนด์ก็ลดลง เป็นสัญญาณว่าอนาคตของบรอดแบนด์อาจจะไม่สดใส”
ดร.สมเกียรติกล่าวต่อว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการผลักดันบรอดแบนด์ คือ เศรษฐกิจ เพราะการใช้บรอดแบนด์หรือไม่ขึ้นกับรายได้ด้วย หากเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ประชากรไม่ดีก็จะส่งผลต่อการขยายตัวของตลาดบรอดแบนด์ด้วย และอนาคตจะหวังให้บรอดแบนด์ขยายตัวคงยาก ถ้าไม่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นตัวผลักดัน และ แนวโน้มตลาดปีหน้าคงมีการเติบโตไม่มาก ผู้ประกอบการที่มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นจะมาจากการย้ายค่ายของลูกค้ามากกว่า
หัวใจสำคัญของการผลักดันการใช้งาน คือ การแก้ปัญหาเรื่องราคา เพราะผู้ใช้งานมองว่าค่าบริการในปัจจุบันยังแพง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การใช้งานไม่แพร่หลายเท่าที่ควร เพราะเมื่อเปรียบเทียบค่าบริการบรอดแบนด์กับรายได้เฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 11% ของรายได้ ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 2%
ทั้งนี้ การกำหนดราคาให้เหมาะสมขึ้นกับสภาพการแข่งขันของตลาดเป็นสำคัญ ซึ่ง”กทช.” คือผู้ที่จะผลักดันให้บรอดแบนด์ เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม พร้อมกับนำเสนอเทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อเพิ่มอัตราการใช้บรอดแบนด์ให้มีมากขึ้น เช่น ตลาดไวแมกซ์และ 3จี ต้องให้มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด เพื่อสร้างการแข่งขันมากขึ้น เพราะถ้ามีแต่ผู้ประกอบการ รายเดิมจะไม่มีแรงจูงใจการแข่งขันด้านราคา
รวมถึงประเด็นเรื่องการเก็บค่าไอซี ต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพราะถ้าค่าไอซียังสูงเกินจริงจะทำให้เกิดการกีดกันการแข่งขัน และผู้เล่นรายใหม่อาจไม่อยากเข้าสู่ตลาด
ขณะที่ “เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ เสนอความเห็นว่า ที่ผ่านมายังไม่เห็นการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมมากนักในการผลักดันให้เกิดการใช้บรอดแบนด์ในไทย มีเพียงแต่นโยบายแผนแม่บทเท่านั้น
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การชี้ให้ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเอสเอ็มอีเห็นว่า การใช้ บรอดแบนด์มีประโยชน์อย่างไร และหากขาดบรอดแบนด์แล้วต้องเสียประโยชน์อะไร เพราะปัจจุบันคนที่เข้าใจคือคนไอทีที่รู้ว่าการ ใช้บรอดแบนด์จะช่วยเพิ่ม productivity ลดค่าใช้จ่าย เช่น ลดค่าน้ำมัน ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และทำให้เกิดการเรียนรู้ แต่ในต่างจังหวัดยังไม่มีข้อมูล
“สิ่งที่ต้องฝากรัฐคือต้องมองไอซีทีเป็น agenda ของชาติ เป็นส่วนประกอบของการสร้างเมือง และอยากให้ กทช.มี นโยบายที่เป็นรูปธรรมเพื่อผลักดันการใช้ บรอดแบนด์ในต่างจังหวัดอย่างแข็งขัน และมีเป้าหมายในการพัฒนาเป็นขั้นตอนอย่างชัดเจน เช่น เมืองใหญ่ เมืองรอง เพื่อประโยชน์ในการลดช่องว่างให้น้อยลง เพราะหากพัฒนาแต่ใน กทม. ละเลยเมืองเล็กๆ จะยิ่งทำให้ช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยีมีมากขึ้น เพราะไอซีทียังไม่ถูกมองในฐานะเป็นสาธารณูปโภครูปแบบหนึ่ง”
ด้าน “นนท์ อิงคุทานนท์” ผู้จัดการทั่วไป บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต/ทรู ออนไลน์ จากค่ายทรู เสนอความเห็นว่า ปัจจัยการขยายบรอดแบนด์ลำดับแรกคือ ต้องรู้ว่าจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ใน ต่างจังหวัด หรือ กทม. เพราะหากเป็น ต่างจังหวัด ควรเน้นที่ไวแมกซ์ เพราะสามารถเข้าไปทดแทนพื้นที่การลากสายเข้าไม่ถึงได้ และสำหรับพื้นที่ในเมืองก็ใช้ 3จี ช่วยรองรับส่วนหนึ่ง ดังนั้นหากต้องการให้ภาคท้องถิ่นมีการพัฒนาของเศรษฐกิจเท่าในเมือง การออกใบอนุญาตไวแมกซ์ควรจะถูกพิจารณาพร้อมๆ กับใบอนุญาต 3จี
ส่วนตัวแทนจากภาครัฐ “พิทยาพล จันทนะสาโร” รองเลขาธิการ กทช. กล่าวว่า สิ่งที่ กทช.ทำ คือ การเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่มาก และเสนอเทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อให้ผู้ประกอบการพิจารณา แต่ขณะเดียวกัน ปัจจุบันผู้ประกอบการหลายรายยังมีสถานการณ์การเงินที่ย่ำแย่มานาน หากต้องการพัฒนาต้องทำให้บริษัทมีกำไร มีฐานะการเงินที่เข้มแข็ง เพื่อให้มีการลงทุนมากขึ้น
โดย:ข่าวไอที