Posts Tagged ‘’

จีเน็ต มั่นใจขึ้นอันดับ 2 ตลาดมือถือ คาดยอดขายโตเท่าตัว

Saturday, February 14th, 2009

นายฑัศ เชาวนเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวร์เลส แอ็ดวานซ์ ซิสเต็ม จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จีเน็ต กล่าวว่า ยอดผลประกอบการในปี 2551 ที่ผ่านมา โทรศัพท์มือถือทำยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 1 ล้านเครื่อง ขณะที่วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจแล้ว พบว่า ต้องผลิตมือถือคุณภาพดี ราคาเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ จึงจะเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค รวมถึงเน้นการทำตลาดแบบบลูโอเชี่ยน โดยคาดว่าปี 2552 จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 20% หรืออันดับ 2 ของตลาดมือถือรองจากซัมซุง

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีเน็ต กล่าวต่อว่า งบการตลาดปี 2551 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ส่วนปี 2552 อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบโฆษณา 10% จากยอดขายที่ได้ นอกจากนี้ จีเน็ตตั้งเป้ายอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือจากเดิมวันละ 5,000 เครื่อง ขึ้นเป็นวันละ 10,000 เครื่อง เฉลี่ยเดือนละ 2 แสนเครื่อง ขณะที่เดือนก.พ.2552 มียอดจองจาก บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์เวิลด์ จำกัด หรือ TG Fone  และบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิล เอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท IEC รวมกว่า 1.5 แสนเครื่อง

 

นายฑัศ กล่าวด้วยว่า จีเน็ตเปิดศูนย์บริการซ่อมโทรศัพท์มือถือตลอด 24 ชั่วโมง (G-net First Class Service 24 hours.)  แห่งแรกบนถนนรัชดาภิเษก เพื่อตอบแทนลูกค้า โดยจะเริ่มเปิดให้ลูกค้าใช้บริการภายในเดือนมี.ค. 2552 และจะเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่ง แบ่งเป็นเขตกทม.และปริมณฑลจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ รังสิต สมุทรปราการ พระราม 2 และปิ่นเกล้า ส่วนเขตภูมิภาค ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา และอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่มากขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ บริษัทได้งบประมาณจากต่างประเทศจำนวน 300 ล้านบาท เพื่อเปิดศูนย์ฯ 20 สาขา ทั่วประเทศหลังสิ้นปี 2552 นอกจากนี้ ยังจะมอบรถบรรทุกขนาดเล็ก ยี่ห้อ DFM เครื่องยนต์ 1300 cc. ติดแก๊ส NGV ถึง 2 ถัง ทำให้ประหยัดค่าขนส่งมากกว่ารถมอเตอร์ไซด์ เพียง 75 สตางค์ต่อกิโลเมตร ให้กับตัวแทนจำหน่าย และร้านค้าปลีก-ส่ง ดีเด่นประจำปี 2551 อีกด้วย

ข้อมูลจาก : ไทยรัฐ

คิงส์ตัน ทำเมมโมรี่กล้องHD วีดีโอ

Friday, February 13th, 2009

สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท คิงส์ตัน เทคโนโลยี อิงค์ ผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับผลิตภัณฑ์หน่วยความจำระดับโลก ประกาศวางจำหน่ายแฟลชเมมโมรี่ วีดีโอ การ์ด SDHC รุ่นใหม่ ความจำสูง สามารถรองรับกล้องวิดีโอแคมคอร์ดเดอร์แบบดิจิตอล และอุปกรณ์ถ่ายภาพความละเอียดสูง โดยเมมโมรี่วีดีโอการ์ดรุ่นใหม่ขนาด 4GB สามารถรองรับภาพวีดีโอที่ถูกบันทึกนานถึง 60 นาที ที่มีขนาดความจุ 8GB จุวีดีโอความยาว 120 นาที และวีดีโอการ์ดรุ่นใหม่ขนาด 16GB รองรับไฟล์วีดีโอความยาว 240 นาที

นายนาธาน ซู ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์แฟรช เมโมรี่ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค บริษัท คิงส์ตัน กล่าวว่า ปัจจุบัน ความต้องการพื้นที่สำหรับใช้บันทึกไฟล์ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไฟล์วิดีโอจากกล้องดิจิตอลแคมคอร์ดเดอร์ ที่มีความละเอียดสูง เมมโมรี่วีดีโอการ์ด SDHC รุ่นใหม่ของคิงส์ตัน มีการออกแบบเพื่อรองรับความต้องการในส่วนของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก แบบเต็มอัตราระดับ 1080i หรือ1080p เหมาะสำหรับการบันทึกภาพงานปาร์ตี้ กิจกรรมวันหยุดกับครอบครัว หรืองานสังสรรค์ในโอกาสพิเศษต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมมโมรี่วีดีโอการ์ด SDHC รุ่นใหม่ของคิงส์ตัน มาพร้อมคุณสมบัติโดดเด่น ด้วยอัตราการเขียนข้อมูลความเร็วสูงที่ระดับคลาส 4 อัตราการถ่ายโอนข้อมูลที่ 4MB/วินาที สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ พร้อมตอบโจทย์ความต้องการสำหรับเทคโนโลยีภาพดิจิตอลยุคปัจจุบันได้ครอบคลุม พร้อมการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน และสนันสนุนด้านเทคนิคฟรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทีj www.kingston.com/thailand หรือ สอบถามตัวแทนจำหน่ายอเมริกันเบสท์ 02-231-6452 อินแกรมไมโคร 02-793-1888 ซิลิคอนดาต้า 02-2192012 และ ซินเน็ค 02-553-8888

ข้อมูลจาก  http://www.bcoms.net

ไอทีโซน-ยูทูบชวนแข่งดนตรีคลาสสิก

Thursday, December 11th, 2008

เว็บดูวิดีโอออนไลน์สุดฮิตอย่างยูทูบ (Youtube) เปิดหน้าใหม่เชื้อเชิญนักดนตรีคลาสสิกส่งคลิปวิดีโอเข้าร่วมแข่งขันดนตรีคลาสสิกออนไลน์ คัดสรรผู้ชนะไปร่วมบรรเลงกับ ซานฟรานซิสโก ซิมโฟนี วงออเคสตราระดับโลกที่มีวาทยกรระดับครูอย่าง ไมเคิล ทิลสัน โธมัส และนักเปียโนจากแดนมังกร หลางหลาง บนเวทีที่นักดนตรีทั่วโลกต้องการขึ้นไปอวดโฉม คาร์เนกี้ ฮอลล์ ในนิวยอร์ก

การประกวดครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจจากทั่วสารทิศในโลกส่งไฟล์วิดีโอ 2 ไฟล์เข้ามาร่วมประกวด โดยคณะกรรมการตัดสินจะมาจากวงออเคสตราชั้นนำของโลกทั้งจากลอนดอน เบอร์ลิน ฮ่องกง ซิดนีย์ และ นิวยอร์ก รอบก่อนรองชนะเลิศนั้น จะอาศัยผลโหวตจากผู้ชมในยูทูบร่วมด้วย

ผู้สนใจสามารถส่งไฟล์วิดีโอร่วมประกวดได้ภายในวันที่ 28 มกราคม 2552 และจะเปิดให้ผู้ชมสามารถโหวตผู้เข้าประกวดที่ชอบในรอบรองชนะเลิศ ผ่านยูทูบในวันที่ 14-22 กุมภาพันธ์ ประกาศผลการตัดสินผ่านยูทูบ ( www.youtube.com ) ในวันที่ 2 มีนาคม 2552

ไฟล์วิดีโอที่ต้องส่งเข้าประกวดนั้น ไฟล์แรกจะเป็นการแสดงดนตรีโดยตีความจากเพลงต้นฉบับของนักแต่งเพลงคลาสสิกร่วมสมัยชาวจีน ทาน ดัน ผู้ประพันธ์เพลงให้ภาพยนตร์เรื่อง และไฟล์ที่ 2 เป็นการแสดงดนตรีคลาสสิกที่โชว์ทั้งดนตรีและเทคนิคการเล่น

ทิลสัน โธมัส กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นการปูทางใหม่ให้คอดนตรีทุกระดับใช้เทคโนโลยีในการค้นหาความยิ่งใหญ่ของรากฐานทางดนตรี ในขณะที่ดันมองว่ายูทูบเป็นบันไดขั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตนต้องการเห็นอัจฉริยะทางดนตรีที่โลกไม่เคยค้นพบมาก่อนจากการประกวด ทั้งนี้ดันเป็นผู้ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก (Crouching Tiger, Hidden Dragon)

นอกจากนี้ หน่วยงานที่มีส่วนร่วมในด้านดนตรีคลาสสิก คือ โรงเรียนดนตรีอัมสเตอร์ดัม, ลิโว บาร์เซโลนา, มอสโก คอนเซอร์เวทอรี, ปราก ฟิลฮาร์โมนิก ออเคสตรา เป็นต้น

 
 

โดย:ข่าวไอที

ไอทีโซน-จับตาสมรภูมิโปรแกรมบนมือถือ

Thursday, December 11th, 2008

จอภาพแบบสัมผัสช่วยเพิ่มลูกเล่นการใช้มือถือหลายรูปแบบยกตัวอย่างไอโฟน ผู้ใช้สามารถใช้นิ้วขยาย/ย่อรูป กลับรูป เลื่อนหน้าจอขึ้นลง เลื่อนซ้ายขวา จนเป็นต้นแบบให้โทรศัพท์ตระกูลพีดีเอโฟนรุ่นหลังเอาเยี่ยงอย่างพัฒนาระบบสั่งงานผ่านนิ้วกันยกใหญ่

มือถือจอสัมผัสจึงเป็นโอกาสธุรกิจของนักพัฒนาโปรแกรมบนมือถือและตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ โปรแกรมโมยายแอพ (Mobile App) ที่กูเกิลพัฒนาออกมาใช้กับไอโฟน

จุดเด่นของกูเกิลโมบายแอพประการแรกคือ ผู้ใช้สามารถพูดคำที่ต้องการสืบค้นกับโทรศัพท์ โปรแกรมจะค้นหาข้อมูลให้อัตโนมัติ ไม่ต้องมะงุมมะงาหราจิ้มตัวอักษรทีละตัว ระบบนี้เรียกว่า วอยซ์เสิร์ช

สมมติว่าต้องการค้นหาร้านพิซซ่าที่ใกล้ที่สุดหรือรอบฉายหนังเรื่องเจมส์ บอนด์ตอนล่าสุด หรือแม้แต่มิวสิกวิดีโอชุดใหม่ของนักร้องเพลงร็อก บรูซ สปริงทีน เพียงแค่เรียกดโปรแกรม รอสัญญาณ ปี๊บ แล้วค่อยพูดผ่านคำที่ต่องการสืบค้นผ่านไมค์

ระบบสืบค้นด้วยเสียงของกูเกิลโมบายแอพ ยังทำงานร่วมกับระบบแผนที่ระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียม หรือจีพีเอส สมมติว่าผู้ใช้งานอยู่ในนิวยอร์ก และต้องการทราบรอบฉายภาพยนตร์ แค่พูดว่า รอบฉาย ระบบสืบค้นจะดึงรอบฉายภาพยนตร์ในเมืองที่ผู้ใช้มือถือเดินทางอยู่มาให้ทันที

แต่การสืบค้นด้วยเสียงยังไม่สมบูรณ์แบบ100% นัก เพราะหากผู้ใช้ต้องการสืบค้นโดยพูดว่า บารัก โอบามา ข้อมูลดอบามาจะล้นทะลักแทบทะลุจอ หรือจะลองชื่ออื่นอย่าง อะมิลี ซาโตเพค นักวิ่งระยะไกลชาวเช็ก ลืมไปได้เลย

ปัจจุบันมีโปรแกรมมากมายออกมาสำหรับโทรศัพท์มือถืออยู่แล้วแต่มันต่างกัน เพราะโทรศัพท์จอสัมผัสเป็นของเล่นสนุกสำหรับผู้ใช้

แม้การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมอำนวยความสะดวกบนมือถือยังเพิ่งเริ่มต้นสำหรับไอโฟนแล้วถือว่าไปไกลว่าคู่แข่งรายอื่นหลายช่วงตัว ไม่ว่าจะเป็นแบล็กเบอร์รี่ของบริษัทรีเสิร์ช อิน โมชั่น หรือจีวัน ของทีโมบาย ที่ประเดิมใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิลเป็นรายแรก

เอาล่ะการแข่งขันช่วงแรกยังไม่ดุเดือดเลือดพล่าน แต่ถ้าดูจากยอดดาวน์โหลดโปรแกรมของลูกค้ามือถือไอโฟนช่วงสองเดือนแรกปาเข้าไป 100 ล้านครั้ง

เชื่อเลยว่าในไม่ช้าสมรภูมิโปรแกรมบนมือถือเลือดท่วมจอแน่

 
 

โดย:ข่าวไอที

ช้อปกระจาย - กินไฟน้อย

Thursday, December 11th, 2008

ซีเกทขานรับกระแสรักโลกเปิดตัวฮาร์ดไดรฟ์ตระกูลแซฟวิโอ 15เค.2 (Savvio 15K.2 HDD) ขนาด 2.5 นิ้ว หมุนด้วยความเร็ว 15,000 รอบต่อนาที ถือว่าเร็วสุดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากสุด

กินไฟน้อยกว่าฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 3.5 นิ้ว ถึงร้อยละ 70 ออกแบบสำหรับใช้งานกับเครื่องแม่ข่าย ในองค์กรด้านจัดเก็บข้อมูล ที่ต้องการลดใช้จ่ายค่าพลังงาน

ความสุขคู่ปัญญา

คอลเลกชั่นส.ค.ส.ชุด ผลิบานด้วยปัญญา ไปรษณีย์จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก มาในรูปแบบไปรษณียบัตรภาพพร้อมส่งทั่วไทย ไม่ต้องผนึกแสตมป์เพิ่ม สื่อด้วยภาพดอกบัวหลากสีสัน พร้อมถ้อยคำประเทืองปัญญาจาก ท่าน ว.วชิรเมธี จำหน่ายแพ็กละ 40 บาท ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วทุกภาค พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร งานจุฬาวิชาการ วันที่ 26-28 พ.ย.นี้ และงานไทยแลนด์เบสบาย วันที่ 12-21 ธ.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โน้ตบุ๊กน้ำหอม

โน้ตบุ๊กน้ำหอมเครื่องแรกของโลกขนาดกะทัดรัด หน้าจอ 13.3 นิ้ว มีให้เลือก 4 สี 4 กลิ่น มาพร้อมกับอินเทลซีพียู ระบบปฏิบัติการวิสต้า กล้องเว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ เทคโนโลยีเพิ่มความคมชัดของภาพ และเทคโนโลยีประหยัดแบตเตอรี่ ราคา 42,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ใบหน้านี้มีอารมณ์

ทัตทูกิ บาโกะ ของเล่นไฮเทคจากค่ายบันได  ผู้เล่นสามารถสอดนิ้วเข้าด้านข้างกล่อง เพื่อเขี่ย ทิ่ม แยง ใบหน้าตัวการ์ตูนในกล่อง ซึ่งจะแสงอารมณ์ยิ้ม หัวเราะและแยกเขี้ยวโกรธ ตามแรงที่ถูกกระทำ เหมาะเป็นของเล่นระบายความเครียดในกลุ่มพนักงาน

มือถือฝาซี-ทรู โมโตโรล่าเผยโฉมหมิง เอ 1600 (MING A 1600) พีดีเอโฟนรุ่นใหม่ ล้ำหน้าด้วยระบบจีพีเอสแบบสแตนอโลน ที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระและฟังก์ชันธุรกิจ-มัลติมีเดียครบเครื่อง ดีไซน์ฝาปิดแบบโปร่งใสเห็นถึงข้างในเครื่อง กล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซล และเทคโนโลยีจดจำลายมือ รองรับได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ราคาเบาๆ 13,990 บาท

 
 

โดย:ข่าวไอที

แค่ปวส.-ปวช.ไม่พอ ต้องเสริมไอที

Thursday, December 11th, 2008

ถึงแม้เด็กยุคหลังจะรู้จักคอมพิวเตอร์ ใช้อินเทอร์เน็ต แชท เขียนบล็อกเป็นกันเยอะ แต่เมื่อองค์กรธุรกิจที่ผันตัวเข้าสู่ระบบ อี-คอมเมิร์ซ หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พนักงานจำเป็นต้องมีความรู้ไกลกว่านั้นอีก

คนที่เรียนในสาย ปวช. และปวส. มีช่องทางทำงานที่น้อยลง เพราะภาคอุตสาหกรรมจะเลือกจ้างงานคนที่มีความสามารถครอบคลุมทั้งวิชาชีพและคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะคนไหนที่มีพื้นฐานภาษามากกว่าสองจะยิ่งได้เปรียบกว่าด้วย คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.รังสิต กล่าว

ปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยรังสิตมีนักศึกษาสมัครเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ราว 500 คน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ทุกปีจะมียอดสมัครเรียนไม่เกิน 300 คนเท่านั้น

เห็นได้ชัดว่าธุรกิจออนไลน์ในโลกปัจจุบันจำเป็นต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมมาก โดยเฉพาะตัวบุคลากรที่มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ หรือแม้แต่เทคโนโลยีสารสนเทศ ล้วนแล้วแต่เป็น มนุษย์ทองคำ ที่ภาคธุรกิจต้องการตัว

ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นผู้คลุกคลีกับเทคโนโลยีสารสนเทศมาตั้งแต่ยุคแรกเห็นพ้องว่า ธุรกิจไทยพึ่งพาโลกออนไลน์มากขึ้น เรียกว่าอินเทอร์เน็ตเป็นระบบประสาทกลางการทำงานของทุกหน่วยงาน หากหน่วยงานไหนไม่มีก็ถือว่าหน่วยงานนั้นขาดระบบประสาทกลางและอาจจะล่มสลายไปในที่สุด

ธุรกิจออนไลน์จะเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยเข้าถึงตัวสินค้าจากทุกที่ทุกเวลาที่มีอินเทอร์เน็ต และเสริมให้บริษัทขนาดเล็กมีขีดแข่งขันเพิ่มขึ้นสามารถเติบโตได้ไม่แพ้บริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนหนากว่า นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยกล่าว

ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ธุรกิจออนไลน์จะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทางหรือค่าเช่าพื้นที่ตั้งร้าน ได้มากกว่า 25% ผู้เชี่ยวชาญมองว่าธุรกิจไทยตอนนี้น่าจะใช้ระบบออนไลน์อยู่มากกว่า 50% แต่ถือว่าน้อยอยู่และยังต้องพัฒนาอีกมาก อาทิ ในแวดวงสายงานธนาคารที่จำเป็นต้องมีเครือข่ายทั่วประเทศ บริษัทห้างหุ้นส่วนต่างๆ เป็นต้น

นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย มั่นใจว่าอนาคตธุรกิจออนไลน์ทั่วโลกจะเติบโตมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะถือเป็นวิทยายุทธ์ทางการค้าอีกอย่างหนึ่ง หากใครไม่นำมาเสริมในธุรกิจของตนเองก็อาจจะค้าขายได้น้อยหรือแทบจะอยู่ไม่ได้ในวงการค้าขายเลย

ปัจจุบันสถานการณ์การค้าเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่งที่ผันผวน การมีอินเทอร์เน็ตเข้ามาจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนแปลงปรับปรุงราคาซื้อขายได้ทันคู่แข่งตลอดเวลา ศ.ดร.ศรีศักดิ์กล่าว

นอกจากนี้ธุรกิจออนไลน์ยังช่วยลดขั้นตอนการทำงานให้เหลือน้อยลง โดยที่กรรมการผู้จัดการบริษัทไม่ต้องเรียกตัวพนักงานที่ทำบัญชี เจ้าหน้าที่ควบคุมฝ่ายบริหารมานั่งคุยด้วยตัวเอง แต่สามารถออนไลน์ถึงกันผ่านระบบเครือข่ายในองค์กร

เพราะฉะนั้นลูกจ้างก็ต้องรู้จักใช้ไอทีด้วยเช่นกัน

โดย:ข่าวไอที

คาดปีนี้ตลาดเพลงดิจิตอลเหงา

Thursday, December 11th, 2008

ตั้งแต่ร้านขายเพลงไอจูนส์สโตร์ของแอปเปิลเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2003 ตลาดเพลงดิจิตอลนั้นได้ตีปีกกันทุกปีเพราะได้รับประโยชน์จากยอดขาย  ไอพ็อดและอุปกรณ์ฟังเพลงพกพาที่มีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง แล้วงานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา โดยปีนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่าค่ายเพลงจะไม่สามารถหวังยอดขายก้าวกระโดดในช่วงเทศกาลให้ของขวัญปลายปีอย่างที่เคยทำมา
       
       ข้อมูลจากบริษัทวิจัยมาสเตอร์การ์ดระบุว่า ช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจและภาวะน้ำมันแพง นักวิเคราะห์ต่างเชื่อว่าเทศกาลวันหยุดปลายปีจะเป็นช่วงเวลาหลักที่ทำให้ยอดจำหน่ายเพลงออนไลน์เติบโตตามตลาดเครื่องเล่นเพลงพกพาและตลาดการ์ดอวยพรเพลงแบบดาวน์โหลดได้ ตัวเลขในปี 2007 ที่ผ่านมาเป็นตัวพิสูจน์สมมติฐานนี้  ได้ดี เพราะรายได้เพลงออนไลน์ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนพฤศจิกายน ปี 2007 นั้นอยู่ที่ 4 ล้านอัลบั้มและ 68 ล้านบทเพลงต่อเดือน แต่เฉพาะเดือนธันวาคม ยอดจำหน่ายพุ่งเป็น 5.1 ล้านอัลบั้มและ 93.5 ล้านบทเพลง
       
       สำหรับต้นปีถึงเดือนพฤศจิกายน ปี 2008 ข้อมูลจากบริษัทวิจัยนีลเส็นซาวนด์สแกน ระบุว่ายอดจำหน่ายเพลงออนไลน์เพิ่มขึ้นราว 30% ขณะที่เพลงเดี่ยวจำหน่ายได้เพิ่มขึ้น 28.8% ตัวเลขทั้งหมดน้อยกว่าที่เคยทำได้ 56% ของอัลบัมเพลง และ 46.5% ของเพลงเดี่ยวในปีที่แล้ว
       
       หากมองในตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล ที่มักมีผลต่อตัวเลขการเติบโตในช่วงคริสต์มาส นักวิเคราะห์พบว่ายอดจำหน่ายไอพ็อด (iPod) จะลดลง 15% ขณะที่งานวิจัยยังพบด้วยว่า ยอดซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของผู้บริโภคทั่วโลกในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายนนั้นลดลงราว 22.1%
       โดย:ข่าวไอที

คอมมี่ ขายแบตโน้ตบุ๊กหวังเพิ่มรายได้

Thursday, December 11th, 2008

“คอมมี่”จับตลาดแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กโหนแนวโน้มที่กำลังโต หลังยอดขายแบตเตอรี่มือถืออิ่มตัวตามตลาดรวม ชูจุดเด่นราคาถูกว่า แบตฯแท้ คุณภาพดีกว่าสินค้าจีนการันตีไม่ระเบิด 100%  พร้อมแต่งตั้งเอสไอเอสเป็นตัวแทนจำหน่าย ย้ำแม้ปีหน้าเศรษฐกิจชะลอตัวแต่ยังหวังโต 10%
       
       นายชวลิต มโนวิลาส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอมมี่  คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาดโน้ตบุ๊กเฉลี่ยปีละ 20-30 % ส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์เสริมโน้ตบุ๊ก โดยเฉพาะแบตเตอร์รี่มีความต้องการมากขึ้น  ส่งผลให้คอมมี่เข้ามาเปิดตัวแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ก โดยตั้งเป้าผลิตและจำหน่าย 44 รุ่น ใช้งานกับโน้ตบุ๊กในตลาดมากกว่า 600 โมเดล
       
       “การเติบโตของตลาดโน้ตบุ๊กที่ผ่านมาส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์ เสริมโดยเฉพาะแบตเตอรี่มีความต้องการมากขึ้น เมื่อแบตเตอรี่แท้ที่ติดมาเสื่อม และราคาแบตเตอรี่แท้มีราคาสูง บริษัทจึงเห็นช่องว่างความต้องการในตลาดเกิดขึ้น” นายชวลิต กล่าว
       
       อย่างไรก็ดี คอมมี่มีจุดเด่นตรงที่ราคาแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กมีราคาต่ำกว่าแบตเตอรี่แท้ประมาณ 20-30 %  ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000- 3,000 บาท และแม้ว่าราคาจะต่ำกว่าแบตเตอรี่ที่ผลิตจากเมืองจีนเพราะมีคุณภาพการใช้งานที่ดีกว่า มีการันตีแบตฯไม่ระเบิด 100 % ทั้งยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า
       
       ทั้งนี้ ในปีหน้าบริษัทจะเน้นการทำตลาดแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กเป็นหลัก เนื่องจากแนวโน้มยังเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับยอดขายแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ เริ่มอิ่มตัว เพราะจำนวนผู้ใช้งานในตลาดมีมากเกือบครอบคลุมประชากรในประเทศ
       
       นายชวลิตกล่าวว่า ปัจจุบันตลาดรวมแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กมีอยู่ประมาณ 150 ล้านบาท คอมมี่ตั้งเป้ามีมาร์เกตแชร์ในตลาดประมาณ 20% คิดเป็นจำนวนเงิน 30 ล้านบาท  โดยบริษัทได้ตั้ง บริษัท เอสไอเอส ดีสทริบิวชั่น (ประเทศไทย)   เป็นตัวแทนจำหน่ายแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ก โดยสาเหตุที่เลือก เอสไอเอส เป็นตัวแทนจำหน่าย เนื่องจากมีช่องทางจัดจำหน่ายมากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีครบวงจร และมีความพร้อมด้านบุคลากรและโครงสร้างบริษัท ที่เข้มแข็ง
       
       สำหรับการทำการตลาดแบตเตอรี่มือถือ ในปีหน้าจะเน้นการทำการตลาดลงลึกในต่างจังหวัด ให้เข้าถึงพื้นที่อำเภอต่างๆ มากขึ้น โดยมองในแง่บวกเศรษฐกิจชะลอตัวจะส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาซื้อแบตเตอรี่ต่ออายุการใช้งานโทรศัพท์ แทนการซื้อเครื่องใหม่
       
       อย่างไรก็ดี ในปีหน้าคอมมี่ยังตั้งเป้ารายได้โต 10 % แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว โดยจะเน้นกิจกรรมทำการตลาดกระตุ้นยอดขายมากขึ้น ซึ่งสินค้าสำคัญได้แก่แบตเตอรี่โน้ตบุ๊ก แต่ยอมรับว่าบริษัทจะต้องมีการพิจารณาแผนการตลาดและการลงทุนถี่ขึ้นทุก 3 เดือนเพื่อความรอบคอบ ส่วนยอดการผลิตจะดำเนินการตามยอดขาย
       
       สำหรับผลการดำเนินงานปีนี้คาดว่าปลายปีจะทำได้ที่ 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 275 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้ส่วน 65 % ของบริษัทยังมาจากยอดขายแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่กล้องดิจิตอล 15% และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ 20 %
       
       “เศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก ประกอบกับภาวการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่งในประเทศ ส่งผลให้บริษัทต้องทำการตลาดด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ด้วยการปรับตัวพัฒนาศักยภาพทรัพยากรทุกด้าน ทั้งในด้านบุคลากร และสินค้าที่มีอยู่ กระทั่งการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นรวมถึงการบริหารสินค้าให้เหมาะสมมากที่สุด” นายชวลิต กล่าว
       โดย:ข่าวไอที

เชื่อซอฟต์แวร์ผีไม่มีทางลดลงถึง 50%

Thursday, December 11th, 2008

ตำรวจมือปราบซอฟต์แวร์เถื่อน พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการ ปศท. ฟันธงอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของประเทศไทยจะไม่มีทางลดลงถึง 50% ระบุว่าอัตราการละเมิด 78% ในขณะนี้เป็นตัวเลขที่ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วเพราะอัตราการละเมิดไม่เพิ่มขึ้นทั้งที่จำนวนคอมพิวเตอร์พีซีในตลาดขยายตัว
       
       พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (ปศท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังการประกาศโครงการร่วมกับกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์หรือ BSA เพื่อขีดเส้นพร้อมจับกุมอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2008 เป็นต้นไปว่า คณะตำรวจได้ดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม โดยมองว่าปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของไทยจะเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่อาจลดลงถึงอัตราส่วน 50% จากเดิมที่ละเมิดอยู่ถึง 78%
       
       “ที่ BSA ประกาศ วันที่ 16 เราก็ไปจับเลยที่เพชรบุรี 6 บริษัท เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน ผมคิดว่าไม่มีทางลดลงถึง 50% ด้วยซ้ำ จะแก้ปัญหาจริงๆ ต้องพัฒนาคนให้โปรแกรมใช้ได้ทั่วไป ให้ราคาถูกลง และการปราบปราม  ก็สำคัญ ต้องทำควบคู่กันไป ที่ผ่านมา BSA ทำหนังสือส่งให้หน้าร้าน ค่ายเพลงก็เริ่มมาขอเพื่อส่งให้ร้านเทปเหมือนกัน ให้คนเห็นว่ามีโทษ สำหรับ อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ 80% เท่ากับผิด 100 จับได้ 20 ก็เก่งแล้ว”
       
       ศิริภัทร ภัทรางกูร โฆษก BSA ให้สัมภาษณ์ว่า ความเปลี่ยนแปลงหลังการขีดเส้นจับกุมจริงจังหลังวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมาซึ่งเห็นชัดเจนที่สุดคือข่าวสารที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงความตื่นตัวของสังคมเป็นอย่างดี
       
       “ที่เห็นชัดเจนคือเรื่องข่าว ช่วงหลังนี้มีข่าวออกมามากทำให้ประชาชนตื่นตัว การสอบถามวิธีการใช้งานซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์มีมากขึ้น แต่พอผ่านมา 1 เดือนให้หลังยอมรับว่าซบเซาลง”
       
       ศิริภัทรบอกว่า แนวทางการทำงานของ BSA ในปี 2552 จะยังคงลักษณะเดิมคือการให้ความรู้ควบคู่กับการปราบปราม
       
       ”ก็ยังเหมือนเดิม ยังให้ความรู้ จัดสัมมนาควบคู่กับการปราบปรามเหมือนเดิม ปีหน้า BSA จะยังคงให้ความรู้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อให้เกิดการซื้อและขายอย่างถูกต้อง ที่ผ่านมาผู้ขายช่วยเราและทำให้การละเมิดลิขสิทธิ์เกิดน้อยลง เราเชื่อว่าผู้ซื้อและผู้ขายต้องไปด้วยกัน แน่นอนว่าเราบังคับไม่ได้แต่จะใช้วิธีผสมกับการปราบปราม ซึ่งถ้าผู้ขายยังไม่รู้ข้อมูลวิธีการขายซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ให้ติดต่อได้ที่ BSA
       
       ศิริภัทรเชื่อว่าอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ของไทยตอนนี้ซึ่งอยู่ที่ 78% ลดลงจาก 80% ถือว่าการดำเนินงานของ BSA ได้ผล และสามารถประเมินได้ว่าปี 52 จะลดลงเหลือเท่าใดแต่เชื่อว่าผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์จะมีมากขึ้น
       
       “เพราะตัวเลข 78% ไม่เพิ่มขึ้นทั้งที่ตลาดขยายใหญ่ขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี การจับกุมในปี 52 ควรจะต้องไม่มากขึ้นด้วย”
       
       สำหรับเหตุที่ตำรวจเห็นซีดีเถื่อนข้างถนนแล้วไม่ดำเนินการจับกุม พ.ต.อ.ศรายุทธไขข้อข้องใจว่าเป็นเพราะป้องกันการเกิดการฟ้องร้องตามมาในภายหลัง หากคดีไม่มีเจ้าทุกข์ ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า การละเมิดลิขสิทธิ์ในส่วนราชการนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ซึ่งประชาชนทั่วไปมักเข้าใจผิดในจุดนี้
       
       ”ถ้าเป็นการวางจำหน่ายซีดีเถื่อน จับได้เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า แต่ถ้าไม่มีเจ้าทุกข์ ตร.ก็ต้องปล่อยตัวไป จำเลยก็อาจจะฟ้องร้องค่าเสียหายจากตำรวจได้” พ.ต.อ.ศรายุทธกล่าว “สำหรับหน่วยงานราชการ การจัดซื้อคอมพิวเตอร์จะรวมค่าซอฟต์แวร์แล้ว ถ้าจะมีโปรแกรมผิดลิขสิทธิ์ก็น่าจะเกิดที่ขั้นตอนการตรวจรับผิดพลาด จุดนี้แสดงให้เห็นว่าเราต้องให้ความรู้กับทุกคน สรุปคือโอกาสละเมิดในส่วนราชการแทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย ถ้าจะเกิดก็คือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัว”
       โดย:ข่าวไอที

ไอโฟน นำร่อง 3 จี-ไวแม็กซ์ เทคโนโลยีกับต้นทุนรักษาอิมเมจของยักษ์มือถือ

Thursday, December 11th, 2008

ปีหน้า-2552 น่าจะเป็นปีทองของผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม เพราะมีไลเซนใหม่ๆ จ่อคิวออกอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น 3 G (third genera tion) บนคลื่นใหม่ 2.1GHz หรือไวแมกซ์

แม้จะไม่มีไวแมกซ์ และ 3 G คลื่นใหม่ บรรดายักษ์มือถือทั้งหลายก็เริ่มขยับขยายการลงทุนกันบ้างแล้ว อย่างน้อยๆ ก็กับการอัพเกรดโครงข่ายเดิมคลื่นความถี่เดิม (850 และ 900MHz) บนเทคโนโลยี HSPA (high speed packet access) เพื่อเนรมิตบริการโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 หรือ 3 G

โดยมี “เอไอเอส” นำร่องไปก่อนแล้วกับเงินลงทุนอย่างน้อยๆ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือห้าพันกว่าล้านบาท

“ปีหน้า ไม่นับการลงทุน 3 จี บนคลื่น 2100 ถ้า กทช.เปิดประมูล เม็ดเงินที่เราจะใช้ในการลงทุนไม่น่าต่ำกว่าปีนี้ คือ ที่ 1.2-1.4 หมื่นล้านบาท” วิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าว และว่า

“ผมคิดว่าไลเซน 3 G คงออกมาปีหน้า เพราะ กทช.ไม่มีอะไรต้องรออีกแล้ว ถ้าออกมาได้จะดีมาก เท่ากับเป็นการกระตุ้นการลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจอย่างนี้”

สำหรับ 3 G-2100 MHz “เอไอเอส” ประเมินว่า ช่วง 3 ปีแรกจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท

เป็นเงินจำนวนไม่น้อย แต่สำหรับ “เอไอเอส” ที่มีดีกรีเป็นถึงเจ้าตลาด และมี ผู้ถือหุ้นใหญ่กระเป๋าหนักอย่าง “เทมาเส็กฯ” ย่อมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

“ปีหน้าต้นทุนการเงินสูงขึ้นแน่ แต่ถ้าต้องลงทุน 3 จี เรื่องเงินสำหรับเราไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร แต่แน่นอนว่าสภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ การใช้จ่ายต้องระมัดระวังมากขึ้น เชื่อว่าคนอื่นๆ ก็คงไม่ต่างกัน”

ในมุมของประชาชนผู้ใช้บริการคงต้องรออีกเป็นปีกว่าถึงจะมีโอกาสได้ใช้มือถือ 3 G บนคลื่นความถี่ 2100 MHz เพราะ “กทช.” คาดว่าจะเริ่มจัดเวทีประชาพิจารณ์ร่างหลักเกณฑ์ใบอนุญาต 3 G ช่วงไตรมาสที่ 1 กว่าจะเปิดประมูล กว่าจะแจกไลเซน และกว่าจะติดตั้งโครงข่ายแล้วเสร็จใน บางส่วนเพื่อเปิดให้บริการได้ เบ็ดเสร็จแล้วปีกว่านับจากนี้อาจเร็วไปด้วยซ้ำ

อยากใช้จริงๆ ลอง 3 G บนคลื่น 850 และ 900 MHz ไปพลางๆ ก่อนก็ได้ โดยทั้งดีแทค และทรูมูฟ ตั้งใจว่าจะเผยโฉมไม่เกินในไตรมาสที่ 2 ปีหน้า

โดย “ทรูมูฟ” แม้จะเป็นน้องนุชสุดท้องในตลาดมือถือก็จริง (เทียบมาร์เก็ตแชร์) แถมไม่ได้มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นยักษ์ข้ามชาติเหมือน “เอไอเอส และดีแทค” แต่กลับเป็นรายแรกที่ตกลงปลงใจกับ “แอปเปิล” นำเข้าเครื่อง “ไอโฟน 3 G” ที่รองรับการใช้งานบนคลื่น 850MHz ทำสัญญา 3 ปี ปีละ 1 แสนเครื่อง !!!

ทำเอาพี่ใหญ่ “เอไอเอส” และน้องรอง “ดีแทค” งงไปเลยกับความใจถึงของ น้องเล็ก

เรียกว่า มีเครื่อง “ไอโฟน 3 G” ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ก่อนที่เน็ตเวิร์กจะขึ้นเสียอีก

ในระหว่างนี้ “ทรูมูฟ” จึงเปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนจองสิทธิในการซื้อ “ไอโฟน” ไปพลางๆ

ได้ยินว่า เดิมเครื่องลอตแรกจะเข้ามาอวดโฉมก่อนคริสต์มาสนี้ มาเจอเหตุ “สนามบินปิด” เลยต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ จะเปิดตัวเป็นทางการปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าโปรดติดตาม

แต่ที่แน่ๆ ถึง “ทรูมูฟ” จะเป็นรายแรกที่ประกาศความร่วมมือกับแอปเปิลก่อนใคร แต่วันทำตลาดจริงจะพร้อมกันหมด

แค่ 2 เจ้า (ทรูมูฟ และเอไอเอส) หรือครบ 3 เจ้ารวม “ดีแทค” ด้วย ถึงนาทีนี้ยังต้องลุ้น ได้ยินว่าพี่ใหญ่กับน้องรองพยายามที่จะร่วมมือกันในดีลนี้

ว่ากันว่า ถ้าสำเร็จต่างฝ่ายต่างจะเจ็บตัวน้อยหน่อยกับดีลสุดเขี้ยวนี้

ข้างยักษ์ “เอไอเอส” ด้วยศักดิ์ศรีของเจ้าตลาดที่ประกาศตัวมาตลอดว่า เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ในแง่หน้าตา และศักดิ์ศรี จึงพลาดดีล “ไอโฟน” ไม่ได้ด้วยประการ ทั้งปวง ถึงไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจก็เถอะ

“เจ๊งไม่ว่า แต่ขายหน้าไม่ได้” ประมาณนั้นเลย

ไม่อยากได้ แต่ต้องได้ เพื่อรักษาอิมเมจ “ผู้นำ” จึงแลกมาด้วยราคาแสนแพง (แต่แพงน้อยกว่าทรูมูฟ) ตัวเลขที่รับมา 3 ปีเหมือนกัน แม้ไม่ถึง 3 แสนเครื่องก็จริง แต่ก็หย่อนไปไม่เท่าไร (2.75 แสนเครื่อง)

ไม่รวมข้อตกลงที่ว่า ต้องใส่เม็ดเงินด้านการตลาดปีละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านอีกต่างหาก

“เอไอเอส” หนักกว่า “ทรูมูฟ และดีแทค” ตรงที่ ถึงวันนี้เครื่อง “ไอโฟน 3 G” ยังไม่มีที่รองรับการใช้บน 900MHz ด้วยซ้ำ

หมายความว่า ลูกค้า “เอไอเอส” จะใช้ไอโฟนได้อย่างมากก็บนเครือข่ายเอดจ์เท่านั้น

ว่ากันว่า วันนี้แม้ยังไม่ได้ขายเป็นทางการ ก็มีลูกค้าเอไอเอสที่ใช้ “ไอโฟน” อยู่แล้ว ไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นราย

ข้างทรูมูฟ และดีแทค ก็เช่นเดียวกัน

ถึงเวลาขายจริง ถ้าต้องการลูกค้ามากๆ ระดับปีละแสนเครื่องก็คงต้องอัดฉีดกิจกรรม กระตุ้นยอดขายกันอย่างหนัก สวนทางเศรษฐกิจขาลงเสียนี่กระไร

“กลุ่มที่อยากใช้ไอโฟนก็มีใช้ไปหมดแล้ว น่าสนใจว่า ถ้าโอเปอเรเตอร์เอาเข้ามาขายเองจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นสักเท่าไร ถ้าไม่มีบริการใหม่ๆ มาดึงดูดใจ ลำพังแค่ตัวเครื่องไม่น่าดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้มากนัก เว้นแต่จะมีกลยุทธ์ด้านราคา ซึ่งก็ไม่คุ้มอีก เพราะต้นทุนเครื่องแพง ขายถูกก็ต้องซับซิไดซ์” ผู้สันทัดกรณีในวงการมือถือให้ความเห็น

ระหว่าง “3 จี (2.1GHz) ไวแมกซ์ และไอโฟน”

“ไอโฟน” มาก่อนเพื่อน แต่จะได้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพของเครื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า “ทรูมูฟ-ดีแทค” อัพเกรดเครือข่ายได้เร็วแค่ไหน

ส่วน “3 จี-ไวแมกซ์” ขึ้นอยู่กับการทำงานของ “กทช.”

ที่แน่ๆ ปีหน้าถือเป็นปีทองของผู้ผลิตอุปกรณ์โดยแท้ แต่กับยักษ์มือถือคงรู้ซึ้งคำว่า “ทุกขลาภ” ก็คราวนี้เอง

ฟาก “ผู้บริโภค” คงต้องถามก่อนว่า เงินน่ะมีไหม ถ้ามีก็ไม่ใช่ปัญหา
โดย:ข่าวไอที