Posts Tagged ‘’

ไอทีโซน-ยูทูบชวนแข่งดนตรีคลาสสิก

Thursday, December 11th, 2008

เว็บดูวิดีโอออนไลน์สุดฮิตอย่างยูทูบ (Youtube) เปิดหน้าใหม่เชื้อเชิญนักดนตรีคลาสสิกส่งคลิปวิดีโอเข้าร่วมแข่งขันดนตรีคลาสสิกออนไลน์ คัดสรรผู้ชนะไปร่วมบรรเลงกับ ซานฟรานซิสโก ซิมโฟนี วงออเคสตราระดับโลกที่มีวาทยกรระดับครูอย่าง ไมเคิล ทิลสัน โธมัส และนักเปียโนจากแดนมังกร หลางหลาง บนเวทีที่นักดนตรีทั่วโลกต้องการขึ้นไปอวดโฉม คาร์เนกี้ ฮอลล์ ในนิวยอร์ก

การประกวดครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจจากทั่วสารทิศในโลกส่งไฟล์วิดีโอ 2 ไฟล์เข้ามาร่วมประกวด โดยคณะกรรมการตัดสินจะมาจากวงออเคสตราชั้นนำของโลกทั้งจากลอนดอน เบอร์ลิน ฮ่องกง ซิดนีย์ และ นิวยอร์ก รอบก่อนรองชนะเลิศนั้น จะอาศัยผลโหวตจากผู้ชมในยูทูบร่วมด้วย

ผู้สนใจสามารถส่งไฟล์วิดีโอร่วมประกวดได้ภายในวันที่ 28 มกราคม 2552 และจะเปิดให้ผู้ชมสามารถโหวตผู้เข้าประกวดที่ชอบในรอบรองชนะเลิศ ผ่านยูทูบในวันที่ 14-22 กุมภาพันธ์ ประกาศผลการตัดสินผ่านยูทูบ ( www.youtube.com ) ในวันที่ 2 มีนาคม 2552

ไฟล์วิดีโอที่ต้องส่งเข้าประกวดนั้น ไฟล์แรกจะเป็นการแสดงดนตรีโดยตีความจากเพลงต้นฉบับของนักแต่งเพลงคลาสสิกร่วมสมัยชาวจีน ทาน ดัน ผู้ประพันธ์เพลงให้ภาพยนตร์เรื่อง และไฟล์ที่ 2 เป็นการแสดงดนตรีคลาสสิกที่โชว์ทั้งดนตรีและเทคนิคการเล่น

ทิลสัน โธมัส กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นการปูทางใหม่ให้คอดนตรีทุกระดับใช้เทคโนโลยีในการค้นหาความยิ่งใหญ่ของรากฐานทางดนตรี ในขณะที่ดันมองว่ายูทูบเป็นบันไดขั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตนต้องการเห็นอัจฉริยะทางดนตรีที่โลกไม่เคยค้นพบมาก่อนจากการประกวด ทั้งนี้ดันเป็นผู้ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก (Crouching Tiger, Hidden Dragon)

นอกจากนี้ หน่วยงานที่มีส่วนร่วมในด้านดนตรีคลาสสิก คือ โรงเรียนดนตรีอัมสเตอร์ดัม, ลิโว บาร์เซโลนา, มอสโก คอนเซอร์เวทอรี, ปราก ฟิลฮาร์โมนิก ออเคสตรา เป็นต้น

 
 

โดย:ข่าวไอที

ไอทีโซน-จับตาสมรภูมิโปรแกรมบนมือถือ

Thursday, December 11th, 2008

จอภาพแบบสัมผัสช่วยเพิ่มลูกเล่นการใช้มือถือหลายรูปแบบยกตัวอย่างไอโฟน ผู้ใช้สามารถใช้นิ้วขยาย/ย่อรูป กลับรูป เลื่อนหน้าจอขึ้นลง เลื่อนซ้ายขวา จนเป็นต้นแบบให้โทรศัพท์ตระกูลพีดีเอโฟนรุ่นหลังเอาเยี่ยงอย่างพัฒนาระบบสั่งงานผ่านนิ้วกันยกใหญ่

มือถือจอสัมผัสจึงเป็นโอกาสธุรกิจของนักพัฒนาโปรแกรมบนมือถือและตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือ โปรแกรมโมยายแอพ (Mobile App) ที่กูเกิลพัฒนาออกมาใช้กับไอโฟน

จุดเด่นของกูเกิลโมบายแอพประการแรกคือ ผู้ใช้สามารถพูดคำที่ต้องการสืบค้นกับโทรศัพท์ โปรแกรมจะค้นหาข้อมูลให้อัตโนมัติ ไม่ต้องมะงุมมะงาหราจิ้มตัวอักษรทีละตัว ระบบนี้เรียกว่า วอยซ์เสิร์ช

สมมติว่าต้องการค้นหาร้านพิซซ่าที่ใกล้ที่สุดหรือรอบฉายหนังเรื่องเจมส์ บอนด์ตอนล่าสุด หรือแม้แต่มิวสิกวิดีโอชุดใหม่ของนักร้องเพลงร็อก บรูซ สปริงทีน เพียงแค่เรียกดโปรแกรม รอสัญญาณ ปี๊บ แล้วค่อยพูดผ่านคำที่ต่องการสืบค้นผ่านไมค์

ระบบสืบค้นด้วยเสียงของกูเกิลโมบายแอพ ยังทำงานร่วมกับระบบแผนที่ระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียม หรือจีพีเอส สมมติว่าผู้ใช้งานอยู่ในนิวยอร์ก และต้องการทราบรอบฉายภาพยนตร์ แค่พูดว่า รอบฉาย ระบบสืบค้นจะดึงรอบฉายภาพยนตร์ในเมืองที่ผู้ใช้มือถือเดินทางอยู่มาให้ทันที

แต่การสืบค้นด้วยเสียงยังไม่สมบูรณ์แบบ100% นัก เพราะหากผู้ใช้ต้องการสืบค้นโดยพูดว่า บารัก โอบามา ข้อมูลดอบามาจะล้นทะลักแทบทะลุจอ หรือจะลองชื่ออื่นอย่าง อะมิลี ซาโตเพค นักวิ่งระยะไกลชาวเช็ก ลืมไปได้เลย

ปัจจุบันมีโปรแกรมมากมายออกมาสำหรับโทรศัพท์มือถืออยู่แล้วแต่มันต่างกัน เพราะโทรศัพท์จอสัมผัสเป็นของเล่นสนุกสำหรับผู้ใช้

แม้การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมอำนวยความสะดวกบนมือถือยังเพิ่งเริ่มต้นสำหรับไอโฟนแล้วถือว่าไปไกลว่าคู่แข่งรายอื่นหลายช่วงตัว ไม่ว่าจะเป็นแบล็กเบอร์รี่ของบริษัทรีเสิร์ช อิน โมชั่น หรือจีวัน ของทีโมบาย ที่ประเดิมใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิลเป็นรายแรก

เอาล่ะการแข่งขันช่วงแรกยังไม่ดุเดือดเลือดพล่าน แต่ถ้าดูจากยอดดาวน์โหลดโปรแกรมของลูกค้ามือถือไอโฟนช่วงสองเดือนแรกปาเข้าไป 100 ล้านครั้ง

เชื่อเลยว่าในไม่ช้าสมรภูมิโปรแกรมบนมือถือเลือดท่วมจอแน่

 
 

โดย:ข่าวไอที

ช้อปกระจาย - กินไฟน้อย

Thursday, December 11th, 2008

ซีเกทขานรับกระแสรักโลกเปิดตัวฮาร์ดไดรฟ์ตระกูลแซฟวิโอ 15เค.2 (Savvio 15K.2 HDD) ขนาด 2.5 นิ้ว หมุนด้วยความเร็ว 15,000 รอบต่อนาที ถือว่าเร็วสุดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากสุด

กินไฟน้อยกว่าฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 3.5 นิ้ว ถึงร้อยละ 70 ออกแบบสำหรับใช้งานกับเครื่องแม่ข่าย ในองค์กรด้านจัดเก็บข้อมูล ที่ต้องการลดใช้จ่ายค่าพลังงาน

ความสุขคู่ปัญญา

คอลเลกชั่นส.ค.ส.ชุด ผลิบานด้วยปัญญา ไปรษณีย์จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก มาในรูปแบบไปรษณียบัตรภาพพร้อมส่งทั่วไทย ไม่ต้องผนึกแสตมป์เพิ่ม สื่อด้วยภาพดอกบัวหลากสีสัน พร้อมถ้อยคำประเทืองปัญญาจาก ท่าน ว.วชิรเมธี จำหน่ายแพ็กละ 40 บาท ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วทุกภาค พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร งานจุฬาวิชาการ วันที่ 26-28 พ.ย.นี้ และงานไทยแลนด์เบสบาย วันที่ 12-21 ธ.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โน้ตบุ๊กน้ำหอม

โน้ตบุ๊กน้ำหอมเครื่องแรกของโลกขนาดกะทัดรัด หน้าจอ 13.3 นิ้ว มีให้เลือก 4 สี 4 กลิ่น มาพร้อมกับอินเทลซีพียู ระบบปฏิบัติการวิสต้า กล้องเว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ เทคโนโลยีเพิ่มความคมชัดของภาพ และเทคโนโลยีประหยัดแบตเตอรี่ ราคา 42,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ใบหน้านี้มีอารมณ์

ทัตทูกิ บาโกะ ของเล่นไฮเทคจากค่ายบันได  ผู้เล่นสามารถสอดนิ้วเข้าด้านข้างกล่อง เพื่อเขี่ย ทิ่ม แยง ใบหน้าตัวการ์ตูนในกล่อง ซึ่งจะแสงอารมณ์ยิ้ม หัวเราะและแยกเขี้ยวโกรธ ตามแรงที่ถูกกระทำ เหมาะเป็นของเล่นระบายความเครียดในกลุ่มพนักงาน

มือถือฝาซี-ทรู โมโตโรล่าเผยโฉมหมิง เอ 1600 (MING A 1600) พีดีเอโฟนรุ่นใหม่ ล้ำหน้าด้วยระบบจีพีเอสแบบสแตนอโลน ที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระและฟังก์ชันธุรกิจ-มัลติมีเดียครบเครื่อง ดีไซน์ฝาปิดแบบโปร่งใสเห็นถึงข้างในเครื่อง กล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซล และเทคโนโลยีจดจำลายมือ รองรับได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ราคาเบาๆ 13,990 บาท

 
 

โดย:ข่าวไอที

แค่ปวส.-ปวช.ไม่พอ ต้องเสริมไอที

Thursday, December 11th, 2008

ถึงแม้เด็กยุคหลังจะรู้จักคอมพิวเตอร์ ใช้อินเทอร์เน็ต แชท เขียนบล็อกเป็นกันเยอะ แต่เมื่อองค์กรธุรกิจที่ผันตัวเข้าสู่ระบบ อี-คอมเมิร์ซ หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พนักงานจำเป็นต้องมีความรู้ไกลกว่านั้นอีก

คนที่เรียนในสาย ปวช. และปวส. มีช่องทางทำงานที่น้อยลง เพราะภาคอุตสาหกรรมจะเลือกจ้างงานคนที่มีความสามารถครอบคลุมทั้งวิชาชีพและคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะคนไหนที่มีพื้นฐานภาษามากกว่าสองจะยิ่งได้เปรียบกว่าด้วย คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.รังสิต กล่าว

ปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยรังสิตมีนักศึกษาสมัครเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ราว 500 คน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ทุกปีจะมียอดสมัครเรียนไม่เกิน 300 คนเท่านั้น

เห็นได้ชัดว่าธุรกิจออนไลน์ในโลกปัจจุบันจำเป็นต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมมาก โดยเฉพาะตัวบุคลากรที่มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ หรือแม้แต่เทคโนโลยีสารสนเทศ ล้วนแล้วแต่เป็น มนุษย์ทองคำ ที่ภาคธุรกิจต้องการตัว

ศ.ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นผู้คลุกคลีกับเทคโนโลยีสารสนเทศมาตั้งแต่ยุคแรกเห็นพ้องว่า ธุรกิจไทยพึ่งพาโลกออนไลน์มากขึ้น เรียกว่าอินเทอร์เน็ตเป็นระบบประสาทกลางการทำงานของทุกหน่วยงาน หากหน่วยงานไหนไม่มีก็ถือว่าหน่วยงานนั้นขาดระบบประสาทกลางและอาจจะล่มสลายไปในที่สุด

ธุรกิจออนไลน์จะเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยเข้าถึงตัวสินค้าจากทุกที่ทุกเวลาที่มีอินเทอร์เน็ต และเสริมให้บริษัทขนาดเล็กมีขีดแข่งขันเพิ่มขึ้นสามารถเติบโตได้ไม่แพ้บริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนหนากว่า นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยกล่าว

ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ธุรกิจออนไลน์จะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทางหรือค่าเช่าพื้นที่ตั้งร้าน ได้มากกว่า 25% ผู้เชี่ยวชาญมองว่าธุรกิจไทยตอนนี้น่าจะใช้ระบบออนไลน์อยู่มากกว่า 50% แต่ถือว่าน้อยอยู่และยังต้องพัฒนาอีกมาก อาทิ ในแวดวงสายงานธนาคารที่จำเป็นต้องมีเครือข่ายทั่วประเทศ บริษัทห้างหุ้นส่วนต่างๆ เป็นต้น

นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย มั่นใจว่าอนาคตธุรกิจออนไลน์ทั่วโลกจะเติบโตมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะถือเป็นวิทยายุทธ์ทางการค้าอีกอย่างหนึ่ง หากใครไม่นำมาเสริมในธุรกิจของตนเองก็อาจจะค้าขายได้น้อยหรือแทบจะอยู่ไม่ได้ในวงการค้าขายเลย

ปัจจุบันสถานการณ์การค้าเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่งที่ผันผวน การมีอินเทอร์เน็ตเข้ามาจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนแปลงปรับปรุงราคาซื้อขายได้ทันคู่แข่งตลอดเวลา ศ.ดร.ศรีศักดิ์กล่าว

นอกจากนี้ธุรกิจออนไลน์ยังช่วยลดขั้นตอนการทำงานให้เหลือน้อยลง โดยที่กรรมการผู้จัดการบริษัทไม่ต้องเรียกตัวพนักงานที่ทำบัญชี เจ้าหน้าที่ควบคุมฝ่ายบริหารมานั่งคุยด้วยตัวเอง แต่สามารถออนไลน์ถึงกันผ่านระบบเครือข่ายในองค์กร

เพราะฉะนั้นลูกจ้างก็ต้องรู้จักใช้ไอทีด้วยเช่นกัน

โดย:ข่าวไอที

ไอโฟน นำร่อง 3 จี-ไวแม็กซ์ เทคโนโลยีกับต้นทุนรักษาอิมเมจของยักษ์มือถือ

Thursday, December 11th, 2008

ปีหน้า-2552 น่าจะเป็นปีทองของผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม เพราะมีไลเซนใหม่ๆ จ่อคิวออกอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น 3 G (third genera tion) บนคลื่นใหม่ 2.1GHz หรือไวแมกซ์

แม้จะไม่มีไวแมกซ์ และ 3 G คลื่นใหม่ บรรดายักษ์มือถือทั้งหลายก็เริ่มขยับขยายการลงทุนกันบ้างแล้ว อย่างน้อยๆ ก็กับการอัพเกรดโครงข่ายเดิมคลื่นความถี่เดิม (850 และ 900MHz) บนเทคโนโลยี HSPA (high speed packet access) เพื่อเนรมิตบริการโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 หรือ 3 G

โดยมี “เอไอเอส” นำร่องไปก่อนแล้วกับเงินลงทุนอย่างน้อยๆ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือห้าพันกว่าล้านบาท

“ปีหน้า ไม่นับการลงทุน 3 จี บนคลื่น 2100 ถ้า กทช.เปิดประมูล เม็ดเงินที่เราจะใช้ในการลงทุนไม่น่าต่ำกว่าปีนี้ คือ ที่ 1.2-1.4 หมื่นล้านบาท” วิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าว และว่า

“ผมคิดว่าไลเซน 3 G คงออกมาปีหน้า เพราะ กทช.ไม่มีอะไรต้องรออีกแล้ว ถ้าออกมาได้จะดีมาก เท่ากับเป็นการกระตุ้นการลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจอย่างนี้”

สำหรับ 3 G-2100 MHz “เอไอเอส” ประเมินว่า ช่วง 3 ปีแรกจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท

เป็นเงินจำนวนไม่น้อย แต่สำหรับ “เอไอเอส” ที่มีดีกรีเป็นถึงเจ้าตลาด และมี ผู้ถือหุ้นใหญ่กระเป๋าหนักอย่าง “เทมาเส็กฯ” ย่อมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

“ปีหน้าต้นทุนการเงินสูงขึ้นแน่ แต่ถ้าต้องลงทุน 3 จี เรื่องเงินสำหรับเราไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร แต่แน่นอนว่าสภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ การใช้จ่ายต้องระมัดระวังมากขึ้น เชื่อว่าคนอื่นๆ ก็คงไม่ต่างกัน”

ในมุมของประชาชนผู้ใช้บริการคงต้องรออีกเป็นปีกว่าถึงจะมีโอกาสได้ใช้มือถือ 3 G บนคลื่นความถี่ 2100 MHz เพราะ “กทช.” คาดว่าจะเริ่มจัดเวทีประชาพิจารณ์ร่างหลักเกณฑ์ใบอนุญาต 3 G ช่วงไตรมาสที่ 1 กว่าจะเปิดประมูล กว่าจะแจกไลเซน และกว่าจะติดตั้งโครงข่ายแล้วเสร็จใน บางส่วนเพื่อเปิดให้บริการได้ เบ็ดเสร็จแล้วปีกว่านับจากนี้อาจเร็วไปด้วยซ้ำ

อยากใช้จริงๆ ลอง 3 G บนคลื่น 850 และ 900 MHz ไปพลางๆ ก่อนก็ได้ โดยทั้งดีแทค และทรูมูฟ ตั้งใจว่าจะเผยโฉมไม่เกินในไตรมาสที่ 2 ปีหน้า

โดย “ทรูมูฟ” แม้จะเป็นน้องนุชสุดท้องในตลาดมือถือก็จริง (เทียบมาร์เก็ตแชร์) แถมไม่ได้มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นยักษ์ข้ามชาติเหมือน “เอไอเอส และดีแทค” แต่กลับเป็นรายแรกที่ตกลงปลงใจกับ “แอปเปิล” นำเข้าเครื่อง “ไอโฟน 3 G” ที่รองรับการใช้งานบนคลื่น 850MHz ทำสัญญา 3 ปี ปีละ 1 แสนเครื่อง !!!

ทำเอาพี่ใหญ่ “เอไอเอส” และน้องรอง “ดีแทค” งงไปเลยกับความใจถึงของ น้องเล็ก

เรียกว่า มีเครื่อง “ไอโฟน 3 G” ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ก่อนที่เน็ตเวิร์กจะขึ้นเสียอีก

ในระหว่างนี้ “ทรูมูฟ” จึงเปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนจองสิทธิในการซื้อ “ไอโฟน” ไปพลางๆ

ได้ยินว่า เดิมเครื่องลอตแรกจะเข้ามาอวดโฉมก่อนคริสต์มาสนี้ มาเจอเหตุ “สนามบินปิด” เลยต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ จะเปิดตัวเป็นทางการปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าโปรดติดตาม

แต่ที่แน่ๆ ถึง “ทรูมูฟ” จะเป็นรายแรกที่ประกาศความร่วมมือกับแอปเปิลก่อนใคร แต่วันทำตลาดจริงจะพร้อมกันหมด

แค่ 2 เจ้า (ทรูมูฟ และเอไอเอส) หรือครบ 3 เจ้ารวม “ดีแทค” ด้วย ถึงนาทีนี้ยังต้องลุ้น ได้ยินว่าพี่ใหญ่กับน้องรองพยายามที่จะร่วมมือกันในดีลนี้

ว่ากันว่า ถ้าสำเร็จต่างฝ่ายต่างจะเจ็บตัวน้อยหน่อยกับดีลสุดเขี้ยวนี้

ข้างยักษ์ “เอไอเอส” ด้วยศักดิ์ศรีของเจ้าตลาดที่ประกาศตัวมาตลอดว่า เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ในแง่หน้าตา และศักดิ์ศรี จึงพลาดดีล “ไอโฟน” ไม่ได้ด้วยประการ ทั้งปวง ถึงไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจก็เถอะ

“เจ๊งไม่ว่า แต่ขายหน้าไม่ได้” ประมาณนั้นเลย

ไม่อยากได้ แต่ต้องได้ เพื่อรักษาอิมเมจ “ผู้นำ” จึงแลกมาด้วยราคาแสนแพง (แต่แพงน้อยกว่าทรูมูฟ) ตัวเลขที่รับมา 3 ปีเหมือนกัน แม้ไม่ถึง 3 แสนเครื่องก็จริง แต่ก็หย่อนไปไม่เท่าไร (2.75 แสนเครื่อง)

ไม่รวมข้อตกลงที่ว่า ต้องใส่เม็ดเงินด้านการตลาดปีละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านอีกต่างหาก

“เอไอเอส” หนักกว่า “ทรูมูฟ และดีแทค” ตรงที่ ถึงวันนี้เครื่อง “ไอโฟน 3 G” ยังไม่มีที่รองรับการใช้บน 900MHz ด้วยซ้ำ

หมายความว่า ลูกค้า “เอไอเอส” จะใช้ไอโฟนได้อย่างมากก็บนเครือข่ายเอดจ์เท่านั้น

ว่ากันว่า วันนี้แม้ยังไม่ได้ขายเป็นทางการ ก็มีลูกค้าเอไอเอสที่ใช้ “ไอโฟน” อยู่แล้ว ไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นราย

ข้างทรูมูฟ และดีแทค ก็เช่นเดียวกัน

ถึงเวลาขายจริง ถ้าต้องการลูกค้ามากๆ ระดับปีละแสนเครื่องก็คงต้องอัดฉีดกิจกรรม กระตุ้นยอดขายกันอย่างหนัก สวนทางเศรษฐกิจขาลงเสียนี่กระไร

“กลุ่มที่อยากใช้ไอโฟนก็มีใช้ไปหมดแล้ว น่าสนใจว่า ถ้าโอเปอเรเตอร์เอาเข้ามาขายเองจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นสักเท่าไร ถ้าไม่มีบริการใหม่ๆ มาดึงดูดใจ ลำพังแค่ตัวเครื่องไม่น่าดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้มากนัก เว้นแต่จะมีกลยุทธ์ด้านราคา ซึ่งก็ไม่คุ้มอีก เพราะต้นทุนเครื่องแพง ขายถูกก็ต้องซับซิไดซ์” ผู้สันทัดกรณีในวงการมือถือให้ความเห็น

ระหว่าง “3 จี (2.1GHz) ไวแมกซ์ และไอโฟน”

“ไอโฟน” มาก่อนเพื่อน แต่จะได้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพของเครื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า “ทรูมูฟ-ดีแทค” อัพเกรดเครือข่ายได้เร็วแค่ไหน

ส่วน “3 จี-ไวแมกซ์” ขึ้นอยู่กับการทำงานของ “กทช.”

ที่แน่ๆ ปีหน้าถือเป็นปีทองของผู้ผลิตอุปกรณ์โดยแท้ แต่กับยักษ์มือถือคงรู้ซึ้งคำว่า “ทุกขลาภ” ก็คราวนี้เอง

ฟาก “ผู้บริโภค” คงต้องถามก่อนว่า เงินน่ะมีไหม ถ้ามีก็ไม่ใช่ปัญหา
โดย:ข่าวไอที

SIS วั่นไอทีปีฉลูไม่โต เปิดเกมรุกอุปกรณ์เสริม

Thursday, December 11th, 2008

เอสไอเอส เผยแนวโน้มตลาดไอทีปีหน้าไม่มีการเติบโต กระทบดีลเลอร์รายย่อยอาจต้องปิดตัวกว่า 10% ของตลาดสังเวยพิษเศรษฐกิจ เร่งปรับแผนการทำธุรกิจ ทุ่มทรัพยากรทั้งเงินและคนจับตลาดแอ็กเซสซอรี่ เหตุคนชะลอการซื้อสินค้าใหม่ดันตลาดอุปกรณ์เสริมบูม ล่าสุดจับมือ “คอมมี่” ขายแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กถูกกว่า แบรนด์เนม 20-30%

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้น คาดว่าตลาดไอทีปีหน้าอยู่ในลักษณะทรงตัวไม่เติบโต ส่งผลให้ทุกคนต้องปรับตัว โดยปีหน้าเอสไอเอสจะโฟกัสสินค้ากลุ่มอุปกรณ์เสริมมากขึ้น ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 3,000 ล้านบาท เพราะ คาดว่าตลาดกลุ่มนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามการเติบโตของตลาดโน้ตบุ๊กที่มียอดขายประมาณแสนเครื่องต่อเดือน

แม้ว่าปัจจุบันยอดขายโน้ตบุ๊กจะเติบโตน้อยลง เพราะช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ผู้บริโภคจะไม่ลงทุนซื้อเครื่องใหม่ แต่จะซื้ออุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น จึงคาดว่าจะทำให้ตลาดกลุ่มนี้มีการเติบโตที่ดีขึ้น

โดยบริษัทได้โยกย้ายการลงทุนทั้งคนและทรัพยากรต่างๆ มาดูแลกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูง เช่น ปีหน้ารับพนักงานขายเพิ่มเพื่อมาดูแลกลุ่มสินค้าแอ็กเซสซอรี่ เป็นต้น

ล่าสุดบริษัทได้จับมือกับคอมมี่ เพื่อเป็น ผู้แทนจำหน่ายแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ก โดยจะวางจำหน่ายตามร้านขายโน้ตบุ๊ก ร้านขายอุปกรณ์เสริม ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์

“จากปัจจัยเศรษฐกิจชะลอตัวลงทำให้คนชะลอการซื้อสินค้า บวกกับธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ กระทบต่อสภาพคล่องของตลาด คาดว่าปีหน้าจะมีร้านค้า ไอทีรายย่อยประมาณ 10% ต้องปิดตัว ทั้งร้านค้าปลีกและผู้ติดตั้งระบบไอที”

และคาดว่าทุกบริษัทในแวดวงอุตสาหกรรมไอทีต่างได้รับผลกระทบโดยทั่วหน้า โดยปีหน้าเอสไอเอสตั้งเป้ายอดขายเท่าเดิมถือว่าพอใจแล‰ว

ในส่วนของบริษัทเชื่อว่ายังได้รับผลกระทบไม่มากนัก เพราะมีร้านดีลเลอร์รายใหญ่ที่แข็งแกร่งอยู่ ขณะเดียวกันได้ช่วยเหลือคู่ค้าเบื้องต้น คือ เปลี่ยนวิธีการขาย จากเดิมให้เซลส์ขายสินค้าแก่ดีลเลอร์เป็นลอตใหญ่ๆ ทีละมากๆ เป็นจำนวนครั้งละไม่มากแต่ถี่ขึ้น

ด้านนายชวลิต มโนวิลาส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอมมี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดแบตเตอรี่มือถือเริ่มอิ่มตัวทำให้บริษัทได้เพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ แบตเตอรี่โน้ตบุ๊ก จุดเด่นคือ ใช้เซลล์จากญี่ปุ่น ระบบเซฟตี้วาล์ว ครอบคลุมโน้ตบุ๊กในตลาด 44 รุ่น 600 โมเดล ราคา 2,900-3,000 บาท ถูกกว่าแบตเตอรี่แบรนด์โน้ตบุ๊ก 20-30%

โดยบริษัทแต่งตั้งให้เอสไอเอสเป็นผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว

ทั้งนี้แบตเตอรี่โน้ตบุ๊กมีมูลค่าตลาดประมาณ 150 ล้านบาท เติบโตตามโน้ตบุ๊กที่โต 20-30% ต่อปี ซึ่งเมื่อใช้งาน 1-2 ปี ผู้บริโภคก็ต้องเริ่มซื้อแบตเตอรี่ก้อนที่ 2

นายชวลิตกล่าวถึงการทำตลาดแบตเตอรี่มือถือว่า ในปีนี้ได้ปรับปรุงช่องทางจำหน่ายโดยแต่งตั้งดิสทริบิวเตอร์ในแต่ละภาค เพื่อให้กระจายสินค้าลงลึกถึงแต่ละอำเภอมากขึ้น จากเดิมจะเข้าถึงดีลเลอร์เฉพาะหัวเมืองใหญ่

ทั้งนี้ส่งผลให้สินค้าของคอมมี่ครอบคลุมต่างจังหวัดมากขึ้น และปีหน้ายังโฟกัสต่างจังหวัดต่อเนื่องโดยเน้นทำตลาดแบบบีโลว์เดอะไลน์ โปรโมชั่นตามหน้าจุดขายมากขึ้น

ขณะที่ตลาดใน กทม. คอมมี่ยังเป็นผู้ทำตลาดผ่านทางเชนสโตร์มือถือ รวมถึงโมเดิร์นเทรดต่างๆ แม้ว่าปัจจัยจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง บริษัทพบว่ายอดขายและยอดการสั่งผลิตสินค้าที่โรงงานของบริษัทยังไม่ลดลง บริษัทยังไม่มีการปรับลดกำลังการผลิต ทั้งนี้ต้องรอดูสถานการณ์ในไตรมาสที่ 1/2552 อีกครั้ง

สำหรับปีนี้คาดว่ามีรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 275 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากแบตเตอรี่มือถือ 65% แบตเตอรี่กล้อง 15% และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ 20% และตั้งเป้ายอดขายแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ก 30 ล้านบาท

หน้า 28

โดย:ข่าวไอที

 
 
 

โอกาสที่ผลงานสร้างสรรค์ของคุณจะถูกรวมใน Ubuntu 9.04

Friday, November 28th, 2008

โครงการ Ubuntu เริ่มการประกวด Ubuntu Free Culture Showcase ครั้งที่สองแล้ว

Ubuntu Free Culture Showcase เป็นโครงการสนับสนุนวัฒนธรรมแบบเสรี (“Free Culture”) โดยส่งเสริมให้มีผลงานสร้างสรรค์ที่ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons ออกมามากๆ การประกวดครั้งนี้รับไฟล์เสียง, วิดีโอ และภาพถ่าย-กราฟฟิกในหัวข้ออะไรก็ได้ ผลงานผู้ที่ชนะการประกวดจะถูกนำไปใส่ใน Ubuntu 9.04 (ในโฟลเดอร์ Example ซึ่งจะอยู่ใน Home ของผู้ใช้ทุกคน)

กฎก็มีง่ายๆ ครับแค่ว่าใช้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-ShareAlike แล้วเอาลิงก์ผลงานไปแปะไว้ในหน้า Free Culture Showcase หมดเขตวันที่ 6 กุมภาพันธ์ศกหน้า

คนแถวนี้มีเล่นกล้องกันเยอะ น่าจะลองส่งภาพเข้าประกวดเผื่อชนะได้ลง Ubuntu นี่เท่ชะมัด

ที่มา - Ars Technica, Creative Commons

โดย:ข่าวไอที

NEC N-01A ทัชโฟน สไลด์ แอนด์ สวิง

Friday, November 28th, 2008

 

NEC N-01A โทรศัพท์มือถือ หน้าจอสัมผัส ตัวเครื่องออกแบบมาในรูปทรงฝาสไลด์แล้วสวิง

NEC N-01A ทัชโฟน สไลด์ แอนด์ สวิง คือ เลื่อนขึ้นแล้วหมุนเป็นแนวนอน 90 องศา เพื่อความเหมาะสมในการชมวีดีโอ/โทรทัศน์หรือท่องเว็บไซต์ และ สามารถหมุนได้อีก 90 องศา เพื่อใช้ในการสนทนา จอแสดงผล ความละเอียด 480 x 854 พิกเซล กว้าง 3.2 นิ้ว แสดงผลได้ทั้งในแนวตั้งหรือแนวนอน รองรับเครือข่าย 3G - HSDPA 7.2 Mbps เต็มอิ่มกับการฟังเพลงด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1 ช่อง บันทึกภาพถ่ายผ่านกล้อง 5.2 ล้านพิกเซล

โน้ตบุ๊กน้ำหอม

Friday, November 28th, 2008

โน้ตบุ๊กน้ำหอมอัสซุส รุ่น F6V Series เครื่องแรกของโลก
โน้ตบุ๊กน้ำหอมอัสซุส  รุ่น F6V Series เครื่องแรกของโลก  จอ 13.3 นิ้ว มีให้เลือก 4 สี 4 กลิ่น ได้แก่ สีชมพู-กลิ่นฟลอรัล บลอสซัม, สีดำ-กลิ่นมัสกี้ แบลค, สีเขียว-กลิ่นมอร์นิ่ง ดิว และสีฟ้า-กลิ่นอควอ โอเชี่ยน ประมวลผลด้วย Intel Centrino2 Processors ระบบปฏิบัติการ Genuine Windows Vista Home Premium กล้องเว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ เทคโนโลยีเพิ่มความคมชัดของภาพ และเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่

โดย:ข่าวไอที

Sanyo เปิดตัวกล้องใหม่ ถล่มงาน Photo Fair

Friday, November 28th, 2008
ในงาน Photo Fair ใครๆ ก็ต้องร้องว๊าว!…
เมื่อได้พบกับกล้องวีดีโอ Xacti HD1000 สุดยอดนวัตกรรมกล้องถ่ายวีดีโอคุณภาพระดับ Full HD (1920 x 1080) ขนาดกะทัดรัดที่ทั้งเล็กและเบา สุดล้ำด้วยเทคโนโลยีการป้องกันภาพสั่นไหวระบบตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติสูงสุดถึง 12 หน้า ตัวกล้องมี 2 สีให้เลือก Silver , Black และ Xacti HD1010 สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงระดับ Full HD ,File MPEG-4 AVC/H.264 บันทึกภาพนิ่งสูงสุด 8 ล้านพิกเซล ( CMOS sensor 4 ล้านพิกเซล ) ซูมได้ถึง 100 เท่า ( Optical 10x, Digital10x ) พร้อมโหมด Slow-motion ที่สามารถถ่ายภาพด้วยความเร็ว 300 fps ป้องกันภาพสั่นไหว และเทคโนโลยี Face Detection จับโฟกัสใบหน้า มี 2 สีเรียบหรูให้เลือกสรรค์ Galy,Black
          พิเศษสุดในงาน Photo Fair รุ่น Xacti HD1000 ราคาเพียง 29,990 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และ Xacti HD1010 39,990 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แถมฟรี SDHC 8GB+HDMI CABLE พร้อมทางเลือกให้คุณได้สบายกระเป๋า เพียงซื้อด้วย บัตร KTC ผ่อน 0% ได้นานถึง 10 เดือน หากเลือก City bank หรือ First Choice สามารถผ่อน 0% นาน 6 เดือน นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษสุดคุ้มกับการเข้าร่วมอบรมวิธีการใช้งานกล้อง Sanyo Xacti Digital Camcorder เดือนละ 1 ครั้ง
          พบกับโปรโมชั่นถล่มทลายนี้ได้ที่ ศูนย์แสดงสินค้า ไบเทค บางนา บูธ Big-camera และ Power buy สามารถสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่งาน Photo Fair จ้า
          ทุกคนจะได้ร้องว๊าว! พร้อมกันในวันที่ 3-7 ธันวาคมนี้เท่านั้นช้าหมดอดว๊าววว

โดย:ข่าวไอที