Archive for the ‘เทคโนโลยี’ Category

Sipa ข่าวเปิดตัว CLICKZONE รายการ ทีวี IT ด้านSoftware ของคนไทย

Thursday, April 2nd, 2009

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติหรือ SIPA และ สถานนีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกันเพื่อส่งเสริมและสนับสนุน การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศซอฟต์แวร์ และดิจิตอลคอนเทนต์ในการให้บริการสื่อสาธารณะ

 

 

SIPA ตั้งใจผลิตรายการด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ในรูปแบบของการนำซอฟต์แวร์มาใช้แก้ปัญหาการในชีวิตประจำวันเช่น การทำเกษตรของชาวนาการ ขายสินค้าการเรียนการสอนหรือแม้แต่ในการให้ความรู้ ในรูปแบบความบันเทิงผ่าน Animation ที่มีสีสันผ่านช่องทางสื่อทีวี รายการชื่อ Click Zone รายการ IT รูปแบบใหม่ โดย สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ที่จะทำให้คุณรู้จักซอฟต์แวร์มากยิ่งขึ้นกับพิธีกรดีเจ เนส ธนดล นิลนพรัตน์ จะพาคุณไปร่วมพูดคุยกับบุคคลที่น่าสนใจในแวดวงซอฟต์แวร์รวมทั้งพาไปสัมผัสกับเรื่องราวที่ล้ำสมัย เปิดโลกเทคโนโลยี ความก้าวหน้าของซอฟต์แวร์ทั้งไทยและต่างประเทศโดยเนื้อหาของรายการจะถูก นำเสนอเป็นช่วงต่างๆ

 

ที่มา: www.arip.co.th

เพย์สบายผนึกเพย์พาลยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ

Thursday, April 2nd, 2009

เพย์สบายบริษัทลูกของดีแทค เซ็นสัญญาเพย์พาล ยักษ์ใหญ่ระบบชำระเงินออนไลน์ระดับโลก ร่วมพัฒนาธุรกิจในฐานะพันธมิตรช่องทางจำหน่าย เปิดเส้นทางอี-คอมเมิร์ซจากตลาดไทยสู่ตลาดโลก นำผู้ค้าในประเทศพบผู้ซื้อในกลุ่มเพย์พาลกว่า 70 ล้านคนใน 190 ประเทศทั่วโลกโดยตรง

       เพย์สบาย บริษัทลูกดีแทค จับมือพันธมิตรเพย์พาลบริษัทลูกอีเบย์ ผู้ให้บริการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 190 ประเทศทั่วโลก หวังช่วยกระตุ้นตลาดชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในไทย และช่วยผู้ประกอบการไทยขายสินค้าทั่วโลก ตั้งเป้า มีร้านสมาชิกเพิ่มอีก 200 ร้านค้าจากเดิม 1,500 ร้านค้า
       
       นายสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เพย์สบาย จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า บริษัทไ ด้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ให้บริการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับบริษัทเพย์พาล ซึ่งเป็นบริษัทลูก ของ อีเบย์ โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้เพย์สบายมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นช่วยลดข้อจำกัดการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่เติบโตเท่าที่ควรเพราะติดปัญหาเรื่องความปลอดภัยและการใช้จ่ายเงินได้เป็นอย่างดี
       
       “จากความร่วมมือ เพย์สบายจะเพิ่มระบบชำระเงินออนไลน์ของเพย์พาลให้แก่เว็บไซต์ของร้านค้าสมาชิกนอกเหนือจากระบบชำระเงินของเพย์สบายที่มีอยู่เดิมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าออนไลน์มีทางเลือกการชำระเงินให้แก่ผู้ซื้อได้หลากหลายมากขึ้น ผู้ซื้อที่มีบัญชีเพย์พาลสามารถเลือกชำระเงินผ่านระบบการชำระของเพย์พาลได้ทันที ในขณะที่ ผู้ซื้อทั่วไปยังสามารถชำระด้วยระบบของเพย์สบายตามปกติ และเมื่อมีการชำระเงินผ่านระบบเพย์พาล ร้านค้าสมาชิกของเพย์สบายสามารถเช็กรายการรับชำระเงินได้ในทันทีผ่านทางระบบของเพย์สบาย”นายสมหวังกล่าว
       
       อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา ผู้ซื้อในต่างประเทศที่ต้องการซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เป็นสมาชิกของเพย์สบาย ต้องชำระผ่านบัตรเครดิต ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สะดวกในการให้ข้อมูลบัตร แต่จากการร่วมมือครั้งนี้ ผู้ซื้อจากต่างประเทศสามารถชำระเงินด้วยบัญชีของเพย์พาลได้โดยตรงโดยไม่ต้องเปิดเผยหมายเลขบัตรเครดิตให้แก่ร้านค้า และร้านค้าก็ปลอดภัยจากการปฏิเสธการจ่ายในภายหลัง ซึ่งน่าจะช่วยดึงดูดผู้ซื้อต่างชาติโดยเฉพาะผู้ที่มีบัญชี (Account) ของเพย์พาลให้เข้ามาสั่งซื้อสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น และเป็นการช่วยขยายตลาดการส่งออกของไทยได้อีกทางหนึ่ง และจะช่วยให้ร้านสมาชิกเพย์สบายขยายตลาดไปยังต่างประเทศง่ายขึ้น
       
       นายสมหวังกล่าวต่อว่า จากการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติในปี 2551 พบว่ามีมูลค่าธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทยปี 2550 สูงถึง 427,460 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นธุรกรรมในกลุ่ม B2C (business-to-consumer) 14.8% หรือประมาณ 68,500 ล้านบาท เป็นการขายไปตลาดต่างประเทศ 24.7% บริษัทคาดว่ามูลค่าของธุรกรรมในกลุ่มธุรกิจ B2C จะเติบโตขึ้น 20-30%  หรือคิดเป็นจำนวนเงินมูลค่า 82,000 ล้านบาท ในขณะที่ยอดการส่งออกสินค้าผ่านออนไลน์จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10%
       
       เนื่องจากยังพบว่ามีแนวโน้มที่ผู้ประกอบการธุรกิจจะหันมาใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการทำการค้าเพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในยุคที่เศรษฐกิจกำลังถดถอยอย่างในปัจจุบัน โดยรูปแบบการชำระเงินออนไลน์ที่ได้มาตรฐานยังมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจให้ผู้ซื้อต่างชาติได้อีกทางหนึ่ง
       
       ทั้งนี้ ร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนพาณิชย์กับกระทรวงพาณิชย์ ในเดือน มีนาคม 2552 มี 4,600 ร้านค้า เพย์สบายให้บริการการชำระเงินออนไลน์ให้แก่ร้านค้ากว่า  1,500 ร้าน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 30% มียอดการชำระเงินผ่านทางระบบของเพย์สบายในปี 2551 ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีนี้เป็น 400 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโต 33% และในปีนี้คาดว่าจะมีร้านค้าที่สมัครใช้บริการเพย์สบายเพิ่มขึ้นกว่า 200 ร้านค้า ซึ่งจะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดส่วนนี้เติบโตขึ้นเป็น 37% ปัจจุบันมีผู้สมัครเปิดบัญชีเพย์สบายเพื่อใช้ในการรับ/ส่งเงินกว่า 280,000 ราย
       
       ด้านนายโรอาร์  วิค แอนเดอรซเซ่น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกลยุทธ์ และพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) เปิดเผยว่า  การร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะผู้ให้บริการระบบการชำระเงินออนไลน์ที่ได้มาตรฐานให้แก่เพย์สบาย โดยปัจจุบันธุรกิจ E-Commerce ของไทยก็อยู่ในขั้นของการเติบโต ซึ่งการร่วมมือกันครั้งนี้ก็จะเป็นพื้นฐานที่ดีต่อการทำธุรกิจและธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ และหากในอนาคตมีการเปิดบริการบอร์ดแบรนด์น่าจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น
       
       ปัจจุบันมีผู้ใช้งเพย์พาล 170 ล้านจาก 190 ประเทศ คิดเป็นมูลค่าที่ใช้จ่ายผ่านระบบในปีที่ผ่านมา 60,000 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็น 2.2 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดีมีการใช้จ่ายผ่านเพย์พาลคิดเป็น 9 % จากมูลค่ารวมของการใช้จ่ายในระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก และในปี 2554 จะมีการใช้จ่ายผ่านเพย์พาลเพิ่มเป็น 12-14 %
       

ที่มา: www.manager.co.th

3 ยักษ์ปลาดิบสานฝันใช้สมองควบคุมหุ่นยนต์

Thursday, April 2nd, 2009

3 หน่วยงานยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ฮอนด้า (Honda), สถาบันวิจัย ATR และบริษัท Shimazu จับมือกันพัฒนาเครื่องควบคุมหุ่นยนต์ด้วยสมองสำเร็จครั้งแรกของโลก การสาธิตทำให้เห็นว่าหุ่นยนต์เด็กอาสิโม (Asimo) สามารถยกมือและขาได้เพราะสัญญาณไฟฟ้าที่แปลงมาจากคลื่นสมองของมนุษย์ล้วนๆ
       
       บริษัทสถาบันวิจัยฮอนด้า Honda Research Institute Japan Co., Ltd. ในเครือบริษัท Honda R&D ร่วมมือกับสถาบันวิจัยเทคโนโลยีก้าวหน้านานาชาติ Advanced Telecommunications Research Institute International (ATR) และบริษัท Shimadzu Corporation พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องติดต่อสมองหรือ Brain Machine Interface (BMI) ซึ่งนำเทคโนโลยีการตรวจคลื่นสมอง EEG และเทคนิคการวิเคราะห์การกระทำ near-infrared spectroscopy (NIRS) มาใช้ในการแปลงคลื่นสมองเป็นสัญญาณไฟฟ้าสำหรับสั่งการหุ่นยนต์อย่างแท้จริง
       
       จากการสาธิต อาสิโมสามารถเคลื่อนไหวได้โดยที่ผู้สาธิตไม่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อกดปุ่มใดๆ เชื่อว่าเทคโนโลยีแสนสบายนี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันเพื่อใช้ในนานาอุปกรณ์อัจฉริยะหรือหุ่นยนต์ในอนาคต
       
       ส่วนที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเทคโนโลยี BMI นั้นอยู่ที่การตรวจจับและวิเคราะห์การหมุนเวียนของเลือดและความเปลี่ยนแปลงภายในสมองขณะเกิดความคิด ข้อมูลระบุว่าเซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นสมอง EEG จะทำหน้าที่เป็นตัวแปลงคลื่นสมองที่ได้ให้อยู่ในรูปสัญญาณไฟฟ้า ขณะที่เซ็นเซอร์การวิเคราะห์ NIRS จะทำหน้าที่แปลงการหมุนเวียนของเลือดในสมองออกมาเป็นคำสั่ง โดยระบบ BMI จะรวบรวมข้อมูลที่สลับซับซ้อนจากเซ็นเซอร์ทั้งสองชนิดเพื่อนำมาประมวลผล และส่งออกสัญญาณคำสั่งที่ได้ไปยังหุ่นยนต์
       
       สถาบันวิจัยฮอนด้าและ ATR เปิดตัวเทคโนโลยี BMI ตั้งแต่ปี 2006 เริ่มจากการใช้เครื่องสแกนภาพ functional magnetic resonance imaging (fMRI) ใช้คลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงกว่าการฉายแสงมาสแกนสมองเพื่อดูว่าสมองส่วนไหนมีเส้นเลือดที่ขยายตัวเป็นพิเศษ ซึ่งภาพที่ได้จะสามารถแสดงความแตกต่างของสมองในภาวะแตกต่างกันได้ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านสถานที่และเงื่อนไขในการใช้งานทำให้หันมาใช้เซ็นเซอร์ EEG และ NIRS ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่าแทน
       
       ยังไม่มีรายงานแผนการพัฒนาในเชิงพานิชย์ของฮอนด้าในขณะนี้ โดยในปี 2007 ฮิตาชิ (Hitachi) ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นเคยประกาศความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยี BMI ในรูปหมวกอ่านคลื่นสมองเช่นกัน แต่มีจุดประสงค์ในการพัฒนาเพื่อนำไปใช้เป็นรีโมทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แห่งโลกอนาคต ที่ผู้ใช้จะสามารถเปิด ปิด และเปลี่ยนช่องทีวีได้โดยใช้ความคิดเท่านั้น
       

ที่มา: www.manager.co.th

กูเกิลเปิดโหลดเพลงลิขสิทธิ์ฟรีในจีน

Thursday, April 2nd, 2009

กูเกิล (Google) เปิดตัวบริการดาวน์โหลดเพลงถูกลิขสิทธิ์แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่นักท่องเน็ตในประเทศจีน บนข้อตกลงว่าจะแบ่งเปอร์เซ็นต์โฆษณาออนไลน์ให้กับค่ายเพลง หวังแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงบนโลกออนไลน์ที่นับวันยิ่งหนักข้อขึ้น
       
       ลี ไค-ฟุ (Lee Kai-Fu) ประธานกูเกิลประเทศจีน กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของแนวคิดการเปิดให้บริการดาวน์โหลดเพลงฟรีว่า สาเหตุที่ทำให้กูเกิลไม่สามารถครองส่วนแบ่งหลักในตลาดค้นหาข้อมูลออนไลน์ของประเทศจีน คือการไม่มีบริการดาวน์โหลดเพลง สิ่งที่กูเกิลทำจึงเป็นการเพิ่มส่วนที่หายไปลงในกลยุทธ์ของกูเกิล เพื่อหาทางล้มแชมป์แดนมังกรอย่าง Baidu.com
       
       ”เราเปิดให้บริการดาวน์โหลเพลงถูกกฎหมาย คุณภาพสูง และฟรีแล้วในขณะนี้ ที่ผ่านมาเรายังขาดบริการอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือเราไม่มีเพลง” ลีให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมา
       
       บริการดาวน์โหลดเพลงฟรีของกูเกิลนี้ประกอบด้วยเพลงถูกลิขสิทธิ์กว่า 350,000 เพลงทั้งจากศิลปินจีนและต่างชาติ โดยแกรี่ เชิน (Gary Chen) ซีอีโอของพันธมิตรบริการเพลงออนไลน์ท้องถิ่นของกูเกิลอย่าง www.Top100.cn ให้ข้อมูลว่าจะเพิ่มจำนวนเพลงเป็น 1.1 ล้านเพลงในอีกไม่กี่เดือนนับจากนี้ โดยความน่าสนใจของ www.Top100.cn คือการมีดาวบาสเก็ตบอลชื่อดังของจีนอย่าง เหยา หมิง (Yao Ming) เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง
       
       ซีอีโอกูเกิลประเทศจีนระบุว่าเพลงจากสี่ค่ายยักษ์ โซนี่มิวสิก (Sony Music), วอร์เนอร์มิวสิก (Warner Music), อีเอ็มไอ (EMI) และยูนิเวอร์แซลมิวสิก (Universal Music) จะรวมอยู่ในบริการโหลดเพลงฟรี โดยขณะนี้กูเกิลยังไม่มีแผนเพิ่มพื้นที่ให้บริการเพลงออนไลน์ฟรีลักษณะนี้ในประเทศอื่นนอกจากจีน
       
       ”นี่คือความพยายามอย่างจริงจังครั้งแรกในการเริ่มต้นเปิดตลาดออนไลน์ในประเทศจีน ผมไม่สามารถประมาณว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้มีความสำคัญเพียงไร” ลาชี รูเธอร์ฟอร์ด (Lachie Rutherford) ประธานวอร์เนอร์มิวสิกภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และประธานกลุ่ม International Federation of the Phonographic Industry หรือ IFPI ภูมิภาคเอเชียกล่าว โดย IFPI เคยออกมาให้ข้อมูลเมื่อปีที่แล้วว่า ไฟล์เพลงที่ถูกเผยแพร่ในประเทศจีนกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ล้วนเป็นไฟล์เพลงผิดกฏหมาย ขณะที่ตลาดเพลงถูกกฏหมายของจีนมีมูลค่าเพียง 76 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายเพลงทั่วโลกด้วยซ้ำ
       
       นอกจากเชื่อว่าของดีและฟรีจะสามารถลดการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงออนไลน์ได้ ความพิเศษของบริการเพลงออนไลน์ของกูเกิลยังอยู่ที่ผู้ใช้สามารถสืบค้นประเภทแนวเพลงได้นอกเหนือจากการสืบค้นตามชื่อเพลงและชื่อศิลปินได้ด้วย
       
       ปัจจุบัน กูเกิลซึ่งเป็นเสิร์ชเอนจิ้นอันดับหนึ่งของโลก กลับมีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่าเบอร์หนึ่งแดนมังกร Baidu.com มากกว่าเท่าตัว โดยขณะนี้ Baidu.com สามารถครองตลาดเสิร์ชของจีนแผ่นดินใหญ่ได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์
       

 

ที่มา: www.bcoms.net

อินเทลผนึกพันธมิตรทำโครงการคอมพ์เงินผ่อน

Thursday, April 2nd, 2009

อินเทลจับมือ 9 พันธมิตรวงการไอที เปิดตัวโครงการ “คอมพิวเตอร์เพื่อคนไทย” ด้วยระบบเงินผ่อน กระตุ้นการจับจ่ายตามนโยบายรัฐบาล เชื่อเป็นการทำตลาดที่ซื้อง่ายขายคล่อง
       
       นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย)  กล่าวว่า อินเทลร่วมกับ 9 บริษัทเอกชนในวงการไอทีและการสื่อสาร  เปิดตัว “โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อคนไทย” ที่นำเสนอชุดคอมพิวเตอร์เน็ตท็อปและเดสก์ท็อป พร้อมออปชันให้เลือกครบครัน โดยมุ่งหวังกระตุ้นความต้องการคอมพิวเตอร์ และให้ครอบครัวไทยมีโอกาสเข้าถึงคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพด้วยโปรเซสเซอร์ของอินเทล ในรุ่นและราคาที่หลากหลาย เลือกได้ตามความต้องการใช้งานของแต่ละคน ด้วยราคาตั้งต้นเพียง 8,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
       
       สำหรับโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อคนไทยมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นตลาดคอมพิวเตอร์ในกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เศรษฐกิจมีการชะลอตัวซึ่งผู้บริโภคต้องการใช้จ่ายในสิ่งที่เป็นประโยชน์และคุ้มค่า อีกทั้งยังสอดคล้องกับความพยายามของรัฐบาลใน ขณะนี้ที่ต้องการกระตุ้นการบริโภคในส่วนของประชาชน นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังส่งเสริมให้คนไทยมีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ของเด็ก หรือเพื่อการทำงานอื่นๆ ของสมาชิกทุกคนในครอบครัว อินเทลมองว่าการลงทุนด้านไอทียังคงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเด็กไทย และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวไทยได้ในระยะยาว
       
       “คนมีฐานะซื้อพีซีไม่ใช่เรื่องยาก แต่คนที่ยากจนไม่ค่อยมีโอกาส แต่เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นการกระตุ้นได้เพราะราคาเหมาะสม และเราดึงเฟิร์สช้อยส์เข้าทำระบบเงินผ่อนซึ่งจะเป็นแรงจูงใจในการหาซื้อพีซีไม่ใช่เรื่องยาก นอกจากนี้ การทำโครงการดังกล่าวยังจะทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจง่ายผู้ขายก็ทำตลาดที่ต่างรุ่นต่างแบบซึ่งจะทำให้ขายง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้มีการจับจ่ายที่ได้ประโยชน์”
       
       โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อคนไทย มีทั้งหมด 5 รุ่น เพื่อการใช้งานในระดับที่ต่างกัน ซึ่งได้แก่ เน็ตท็อปรุ่นน้องจิ๋ว และเดสก์ท็อปอีก 4 รุ่น คือ รุ่นเจ้าเปี๊ยก พี่กลาง พี่ใหญ่และพี่เบิ้ม ซึ่งคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมาพร้อมโปรเซสเซอร์ของอินเทล เริ่มตั้งแต่อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ ในรุ่นน้องจิ๋ว ไปจนถึงอินเทล  คอร์  ไอเซเว่น โปรเซสเซอร์ ในรุ่นพี่เบิ้ม   โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อไปยังตัวแทนจำหน่ายของอินเทลที่ร่วมโครงการกว่า 150 ร้านทั่วประเทศ   
       
       สำหรับพันธมิตรที่ร่วมโครงการนี้ประกอบด้วย 1.แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) ที่สนับสนุนเรื่องของพรินเตอร์ 2.หัวเหลียน คอมพิวเตอร์ เคสของจีวิว 3.จีอี แคปปิตอล ผู้ให้บริการสินเชื่อเฟิร์สช้อยส์ 4.กิกะไบด์ เทคโนโลยี เรื่องเมนบอร์ด 5.ทีทีแอนด์ที เรื่องของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ 6.ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) 7.นีโอลูชั่น เทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น เรื่องเคส 8.ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ เรื่องของดีวีดี อาร์ดับบลิว และจอ  9.ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) เรื่องของฮาร์ดดิสก์
       

ที่มา:  www.bcoms.net

เทรนด์ ไมโคร เตือนหนอน DOWNAD แพร่กระจายวัน April Fools Day

Thursday, April 2nd, 2009

  เทรนด์ ไมโคร ตรวจพบหนอน WORM_DOWNAD.A เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 และเมื่อต้นปี 2552 ตรวจพบ WORM_DOWNAD.AD และ WORM_DOWNAD.KK โดยหนอน DOWNAD เริ่มใช้ประโยชน์จากระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ ซึ่งไมโครซอฟท์มีการออกแพทช์อัพเดท MS08-067 เมื่อเดือนตุลาคม
       
       โดยหนอน DOWNAD.AD จะมีความสามารถในการแพร่กระจายผ่านทางระบบเครือข่าย และผ่านทางอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (เช่น ยูเอสบี ไดร์ฟ) ด้วยการใช้ฟังก์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติในวินโดว์ส ส่วนหนอน DOWNAD.KK จะทำการปิดกั้นบริการรักษาความปลอดภัยขณะที่เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์รักษาความปลอดภัย จากนั้นจะทำการดาวน์โหลดโทรจันเข้าสู่เครื่อง นอกจากนี้ยังแพร่กระจายผ่านทางบริการติดต่อสื่อสารแบบเพียร์ทูเพียร์ รวมไปถึงการอัพเดทเครื่องคอมพิวเตอร์จากเครื่องที่ติดเชื้อ
       
       อะไรคือเป้าหมายของหนอนร้าย?
       
       ผู้เชี่ยวชาญจากเทรนด์ ไมโคร พบว่าเป้าหมายของหนอนร้าย คือการสร้างเครือข่ายบ็อตเน็ต เพื่อทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ติดเชื้อ และสร้างจุดส่งอีเมลขยะ เพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น ข้อมูลผู้ใช้, รหัสผ่าน, ข้อมูลบัตรเครดิต ฯลฯ) และชี้นำผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายเพื่อหลอกให้ดาวน์โหลดมัลแวร์เพิ่มเติม
       
       จะเกิดอะไรขึ้นในวันที่ 1 เมษายน?
       
       ในวันที่ 1 เมษายน 2552 คาดว่าหนอนร้ายสายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า WORM_DOWNAD.KK จะเปลี่ยนวิธีในการสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ติดเชื้อบ็อตเน็ต และจะเพิ่มจำนวนเครื่องโดยการติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นเพื่อแพร่กระจายเชื้อร้าย ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานระบุว่าหนอนจะทำอะไรที่นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสาร
       
       จะทราบได้อย่างไรว่าเครื่องพีซีของเราติดเชื้อแล้ว?
       
       หมั่นตรวจสอบและสแกนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้โซลูชั่นรักษาความปลอดภัยของเทรนด์ ไมโคร หรือบริการตรวจสอบและสแกนไวรัสออนไลน์ของเทรนด์ ไมโครที่ชื่อว่า HouseCall สามารถคลิกไปได้ที่ http://housecall.trendmicro.com/ เพื่อตรวจสอบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณติดเชื้อหรือไม่ และหากพบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้รับการติดเชื้อ สามารถ
       คลิกไปดูคำแนะนำเพิ่มเติมได้ดังนี้
       
       สำหรับผู้บริโภคทั่วไป คลิกไปดูคำแนะนำได้ที่ http://esupport.trendmicro.com/Pages/How-do-I-protect-my-system-from-the-new-variant-of-the-WORM_Downad_KK%20infection.aspx
       
       สำหรับองค์กรธุรกิจขนาดเล็ก คลิกไปดูคำแนะนำได้ที่ http://esupport.trendmicro.com/Pages/How-to-clean-the-WORM_DOWNAD-and-WORM_DOWNADAD-malware-For-Small-and-M.aspx
       
       สำหรับองค์กรธุรกิจขนาดกลาง และขนาดใหญ่ คลิกไปดูคำแนะนำได้ที่ http://esupport.trendmicro.com/Pages/How-to-clean-Worm_Downad-malware.aspx
       
       จะป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์จากการติดเชื้อได้อย่างไร?
       
       1.ติดตั้งหรืออัพเดทแพท์สำหรับ MS08067 และช่องโหว่อื่นๆได้ทันทีที่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ออกแพทช์เหล่านี้ และกำหนดค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้รับการอัพเดทแพทช์แบบอัตโนมัติ จากไมโครซอฟท์ และผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายอื่นๆ
       2.ตรวจสอบให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยของคุณทันสมัยอยู่เสมอ
       3.ปิดการใช้งาน “ไดร์ฟแบบอัตโนมัติ” เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากยูเอสบี ไดร์ฟ
       4.ใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย โดยการเปลี่ยนค่าตัวอักษร, ตัวเลข และสัญลักษณ์ บ่อยๆ
       5.ใช้ความระมัดระวัง เมื่อค้นหาข้อมูลออนไลน์ ซึ่งมีรายงานระบุว่ามีแพ็คเกจป้องกันไวรัสที่หลอกผู้ใช้งานว่า “คุณได้รับการติดเชื้อ และขอให้คุณจ่ายเงินเพื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของพวกเขา” ซึ่งในหลายๆ กรณีคือการหลอกให้ติดเชื้อมัลแวร์ โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว

ที่มา: /www.bcoms.net

อินเทลชูผลได้-ผลเสียไลเซนส์ไวแมกซ์ช้า

Tuesday, March 31st, 2009

 อินเทลกระทุ้งภาครัฐ-กทช.เดินหน้าไลเซนส์ไวแมกซ์ให้ทันภายในปีนี้ ชี้ประโยชน์ที่ได้จากการประมูลทำให้มีเม็ดเงินเข้าภาครัฐ 284 ล้านเหรียญ แต่หากยังไม่มีการเปิดให้ใบอนุญาตภายในปีนี้จะส่งผลเสียต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศกว่า 5,106 ล้านเหรียญ  พร้อมแนะรูปแบบไลเซนส์ที่ควรเป็นจากประสบการณ์ผู้ให้บริการทั่วโลก
       
       นายปีเตอร์ พิทช์ ผู้อำนวยการด้านนโยบายการสื่อสาร บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการกำหนดสเปกตรัมและนโนบายด้านการสื่อสารเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะกรรมาธิการการสื่อสารแห่งชาติ (Federal Communications Commission) หรือ FCC ของประเทศสหรัฐอเมริกาแสดงความคิดเห็นว่า ประเทศไทยยังล้าหลังในเรื่องการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ส่งผลให้เสียเปรียบหลายประเทศที่มีการพัฒนาด้านนี้ไปแล้วอย่างมาก โดยยกตัวอย่างของประเทศที่มีการให้บริการบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้น 7% จะส่งผลให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านคนและมีรายได้เพิ่มขึ้น 92 พันล้านเหรียญสหรัฐ
       
       ผู้บริหารอินเทลกล่าวว่า หากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช.วางนโยบายในการกำหนดรูปแบบการออกใบอนุญาตไวแมกซ์ แบบประมูล บนคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ จะทำให้มีเม็ดเงินเข้าภาครัฐ 284 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะเดียวกัน หากยังไม่มีการเปิดให้ใบอนุญาตภายในปีนี้จะส่งผลเสียต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศประมาณ 5,106 ล้านเหรียญ
       
       “หากเราปล่อยให้ช้าไปกว่านี้อีก3ปีก็จะยิ่งทำให้ประมาณการรายได้ที่ได้จากการประมูลลดลงไปประมาณ 25% รวมทั้งสูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจไปอีก 25%  เช่นกัน”
       
       ในส่วนของการออกใบอนุญาตจากประสบการณ์ของผู้บริหารอินเทลนำเสนอว่า ควรเป็นไลเซนส์ที่ทำให้สามารถเปิดบริการได้ทั่วประเทศจะดีกว่าให้บริการได้เฉพาะภาคใดภาคหนึ่งของประเทศเพื่อมิให้เกิดปัญหาการโรมมิ่งของผู้ได้ไลเซนส์แต่ละรายในภายหลัง อีกทั้งโอเปอเรเตอร์อาจไม่มีแรงจูงใจในการอยากลงทุนหากได้ทำแค่ระดับภูมิภาคแทนที่จะเปิดให้บริการได้ทั่วประเทศ รวมทั้งการกำหนดกรอบไลเซนส์ควรเป็นโครงกว้างๆ และมีความยืดหยุ่นให้ผู้ให้บริการสามารถขยายการให้บริการเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาบนไลเซนส์เดิมที่ได้
       
       “จากผลการสำรวจผู้ให้บริการในประเทศบราซิลพบว่า การอนุมัติช่องสัญญาณที่กว้างขึ้นจะทำให้จุดคุ้มทุนของการลงทุนของโอเปอเรเตอร์เร็วขึ้น เช่น ในช่วงความถี่ที่กว้าง 10 เมกะเฮิรตซ์ระยะเวลาคุ้มทุนจะอยู่ที่ 10 ปี , ที่ 20 เมกะเฮิรตซ์ จุดคุ้มทุนจะอยู่ที่ 8 ปี และ30 เมกะเฮิรตซ์จะอยู่ที่ 6 ปี และช่วงกว้างของความถี่ที่เหมาะสมไม่ควรอยู่ต่ำกว่า 30 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นระดับที่ทั่วโลกใช้กันอยู่ในปัจจุบัน”
       
       ล่าสุด ทางอินเทลได้เข้านำเสนอข้อมูลเหล่านี้ต่อทางกทช.แล้วเพื่อให้รับทราบแนวทางที่เหมาะสม

ที่มา:  www.manager.co.th

Maxnetบรอดแบนด์เร็วขั้นต่ำ3Mbps

Tuesday, March 31st, 2009

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัททีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แม็กซ์เน็ต (Maxnet) ประกาศเปิดตัว บริการ Maxnet 3 เมกะบิต ที่สุดของชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคน Gen C ที่ ชั้น 6 โรงภาพยนตร์ SFX เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายพิชญ์ โพธารามิก (คนกลางแถวบน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท จัสมิน และนายสุพจน์ สัญญพิสุทธิ์กุล  (แถวบนคนที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้ข้อมูลด้านการตลาด พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “ลิขิตรักข้ามสายพันธ์”

 

ที่มา: www.bcoms.net

G-Net เปิดตัว G-Net G529 Slim

Tuesday, March 31st, 2009

 รายงานข่าวแจ้งว่า G-net ประกาศเดินหน้ารุกตลาดโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวโปรดักส์พรีเซ็นเตอร์ ปอย-ตรีชฎาในรุ่น G-Net G529 Slim โทรศัพท์มือถือดีไซน์สวยหรู อัดแน่นด้วยฟังก์ชันครบครันเหนือคู่แข่งทั้งฟังก์ชัน TV Tuner, รองรับ 2 SIM Real Time หน้าจอแบบสัมผัส Touch Screen, เครื่องเล่นวิดีโอ, เครื่องเล่นเพลง MP3, วิทยุ FM และเพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 8 กิกะไบต์

 รายงานข่าวแจ้งต่อว่า เพื่อตอกย้ำความสวยงามครบทุกฟังก์ชันในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย โทรศัพท์มือถือ G-Net G529 Slim G-Net ได้เลือก ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์ ดารานางแบบสาวสวยมาเป็นโปรดักส์พรีเซ็นเตอร์ร่วมถ่ายทอดและสะท้อนบทบาทความสวย น่ารัก ครบครันและคุ้มค่าของโทรศัพท์ G-Net G529 Slim ผ่านภาพยนตร์โฆษณาและโฆษณาบนสื่อต่างๆ โดยมั่นใจว่าจะช่วยสร้างความจดจำและสร้างกระแสทอล์ค-ออฟ-เดอะ-ทาวน์ เห็นปอยแล้ว Ping เห็น G-Net แล้ว Pink” ให้แก่โทรศัพท์มือถือ G-Net G529 Slim พร้อมสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์โทรศัพท์มือถือ G-Net ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และทาง G-Net ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษ  ค้นหาคน Ping ในสายตาปอย  โดยผู้โชคดีจะได้ร่วมดินเนอร์รับประทานอาหารค่ำแบบใกล้ชิดกับ ปอย-ตรีชฎา สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง

ที่มา : www.bcoms.net/

เอไอเอส จับมือ หมอลักษณ์ ฟันธง

Tuesday, March 31st, 2009

 

นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้อำนวยการสำนักบริการเสริม บริษัทแอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ในยุคที่เศรษฐกิจซบเซา ประชาชนอาจเกิดความรู้สึกวิตกกังวล และไม่มั่นคงในการใช้ชีวิต ส่วนใหญ่มักต้องการผู้รับฟังและให้คำปรึกษา หนึ่งในนั้นคือการฟังพยากรณ์โชคชะตา เราจึงได้ร่วมกับหมอดูชื่อดัง อ.ลักษณ์ เลขานิเทศ เปิดให้บริการดูดวงสดบนมือถือ ในลักษณะของพยากรณ์คลายทุกข์ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยคลี่คลายความทุกข์ของคนในสังคมปัจจุบัน ช่วยชี้แนะแนวทางในการใช้ชีวิต ทำให้คนเกิดความสบายใจ มีกำลังใจ มีความหวัง และทางเลือกในการดำเนินชีวิต ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

ผู้อำนวยการสำนักบริการเสริม เอไอเอส กล่าวต่อว่า บริการดังกล่าวเมื่อเทียบกับการดูหมอทั่วไปแล้ว จะสะดวกและประหยัดกว่ามาก เพราะส่วนใหญ่ใช้เวลาดูดวงอยู่ที่ 15 – 30 นาที ค่าใช้จ่ายประมาณ 200 – 450 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกมาก เมื่อเทียบกับราคาดูหมอในท้องตลาด อีกทั้งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หรือต้องนัดจองคิวหมอดูชื่อดังให้ยุ่งยาก จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการของเอไอเอส

 

ที่มา: www.bcoms.net