Archive for the ‘ทั่วไป’ Category

Sipa ข่าวเปิดตัว CLICKZONE รายการ ทีวี IT ด้านSoftware ของคนไทย

Thursday, April 2nd, 2009

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติหรือ SIPA และ สถานนีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกันเพื่อส่งเสริมและสนับสนุน การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศซอฟต์แวร์ และดิจิตอลคอนเทนต์ในการให้บริการสื่อสาธารณะ

 

 

SIPA ตั้งใจผลิตรายการด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ในรูปแบบของการนำซอฟต์แวร์มาใช้แก้ปัญหาการในชีวิตประจำวันเช่น การทำเกษตรของชาวนาการ ขายสินค้าการเรียนการสอนหรือแม้แต่ในการให้ความรู้ ในรูปแบบความบันเทิงผ่าน Animation ที่มีสีสันผ่านช่องทางสื่อทีวี รายการชื่อ Click Zone รายการ IT รูปแบบใหม่ โดย สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ที่จะทำให้คุณรู้จักซอฟต์แวร์มากยิ่งขึ้นกับพิธีกรดีเจ เนส ธนดล นิลนพรัตน์ จะพาคุณไปร่วมพูดคุยกับบุคคลที่น่าสนใจในแวดวงซอฟต์แวร์รวมทั้งพาไปสัมผัสกับเรื่องราวที่ล้ำสมัย เปิดโลกเทคโนโลยี ความก้าวหน้าของซอฟต์แวร์ทั้งไทยและต่างประเทศโดยเนื้อหาของรายการจะถูก นำเสนอเป็นช่วงต่างๆ

 

ที่มา: www.arip.co.th

TCCTจับมือ3พันธมิตรข้ามชาติ

Monday, March 23rd, 2009

ทีซีซีที”จับมือ3พันธมิตรข้ามชาติ เปิดเกมรุกขยายตลาด”ดาต้าเซ็นเตอร์”คุมเอเชีย

“ทีซีซีที” ผนึก 3 พันธมิตรข้ามชาติ “เวียดนาม-สิงคโปร์-มาเลย์” เดินหน้าชูนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ “วันสต็อปเซอร์วิส” พร้อมแผนเชื่อมต่อระบบดาต้าเซ็นเตอร์ถึงกันหมด รองรับการขยายตลาดลูกค้าต่างชาติในภูมิภาคเอเชีย

นายโฆษิต สุขสิงห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีที) ในเครือ ที.ซี.ซี. ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี กล่าวว่า ศักยภาพการเติบโตของตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชียที่สูงมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บวกกับปริมาณความต้องการใช้แบนด์วิดท์สูงกว่า 100% ทุกปี และสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอนสูง ทำให้องค์กรต่างๆ ต้องการติดตั้งระบบสำรองข้อมูลไปยังประเทศอื่นๆ รวมถึงลูกค้าส่วนใหญ่ที่ลงทุนในภูมิภาคนี้ คือกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ต้องการสำรองข้อมูลในหลายๆ ประเทศมากกว่าประเทศเดียวจึงทำให้มีโอกาสทางธุรกิจ

บริษัทจึงได้ตกลงความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลอิสระในภูมิภาค 4 ราย คือ ทีซีซีที จากประเทศไทย, 1-Net สิงคโปร์, AIMS Asia Group จากมาเลเซีย และ CMC Telecom จากประเทศเวียดนาม จัดตั้งเป็นกลุ่ม Asia Data Center Alliance (ADCA) ประโยชน์ที่สมาชิกภายในกลุ่ม ได้รับคือการแชร์ฐานลูกค้าระหว่างกลุ่มสมาชิก ทำให้แต่ละบริษัทมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถรวมกันจัดซื้อสินค้า เช่น อุปกรณ์เน็ตเวิร์กในราคาที่ดีขึ้นด้วย ขณะเดียวกันแต่ละบริษัทจะเป็น ตัวแทนในการทำตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ของพันธมิตรแต่ละราย และจะได้รับส่วนแบ่งรายได้ระหว่างกัน

แม้ว่าปัจจุบันไอดีซีประเมินว่าอัตราการเติบโตของตลาดไอซีทีในไทยมีประมาณ 6% แต่จากภาวะทางเศรษฐกิจที่ถดถอยในสหรัฐและยุโรป คาดว่าแต่ละองค์กรจะหันมาโฟกัสที่เอเชียมากขึ้น เพราะได้รับผลกระทบน้อยกว่าภูมิภาคอื่นๆ ทำให้เงินลงทุนไหล เข้ามาในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของธุรกิจ เพราะปัจจุบันลูกค้าจะมองหาโซลูชั่นที่มีความคุ้มค่ามากที่สุดเพื่อระมัดระวังในการลงทุน

นายโฆษิตกล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัท ทีซีซีทีได้รับใบอนุญาตบริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ระหว่างประเทศและการเชื่อมโยงโครงข่ายภายในประเทศ ประเภทที่ 2 จาก กทช. ดังนั้นปีนี้บริษัทจะเน้นขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในประเทศเป็นหลัก เพื่อรองรับลูกค้าองค์กรและกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือ ที.ซี.ซี. โดยมีแผนที่จะลงทุน ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพื่อขยายพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีอยู่ 2 แห่ง คือ บริเวณบางนาและตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ แทนการเพิ่มจำนวนศูนย์ใหม่ พร้อมกับลงทุนเพิ่มจุดเชื่อมต่อไปต่างประเทศ

ทั้งนี้ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท โดยสัดส่วนลูกค้า 60% เป็นลูกค้าในเครือบริษัท ที.ซี.ซี. และนอกเครือ 40% เช่น กลุ่มบริษัทต่างชาติที่มาลงทุนในไทย และบริษัทที่มีสาขาในประเทศต่างๆ

โดยนายเยา เตา เคียน กรรมการผู้จัดการ บริษัท 1-Net สิงคโปร์ ในฐานะประธานกลุ่ม Asia Data Center Alliance (ADCA) กล่าวว่า หลังจากผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลอิสระ 4 รายได้ลงนามความร่วมมือกันเมื่อ 9 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเริ่มปฏิบัติงานเพื่อสร้างบริการศูนย์ข้อมูลเป็นแบบวันสต็อปช็อป โดยลูกค้าที่ใช้บริการของสมาชิกรายใดก็ตาม สามารถถ่ายโอนข้อมูลหรือสำรองข้อมูลระหว่างศูนย์ข้อมูลภายในกลุ่มสมาชิกได้

แผนระยะสั้นต่อจากนี้ คือ การกำหนดมาตรฐาน ราคา ความปลอดภัย และการบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และการพัฒนาทางระบบการส่งข้อมูลทางเทคนิคระหว่างกลุ่มสมาชิกให้มีความรวดเร็วขึ้น และแผนอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะเชื่อมต่อระบบศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศทั้งหมดเข้าหากัน เพื่อให้ข้อมูลสามารถส่งถึงกันรวดเร็วขึ้นและมีความปลอดภัย

“ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความร่วมมือ คือ ความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคที่ต้องการใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์มีมากขึ้น และลูกค้าต้องการโซลูชั่นที่ง่าย ขณะที่แต่ละประเทศมีจุดแข็งทำให้เมื่อรวมกันกลายเป็นจุดแข็งของกลุ่ม ADCA ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในระดับภูมิภาคได้”

ทั้งนี้การลงทุนเบื้องต้นเน้นการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ของแต่ละรายเป็นหลัก โดยปัจจุบันมีพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดรวมกันประมาณ 5 หมื่น ตร.ม. เจาะกลุ่มลูกค้า ผู้ให้บริการโทรคมนาคม บริษัทข้ามชาติ เป็นต้น คาดว่าปี 2553 จะมีรายได้จากการให้บริการ์รวมกัน 2.7 พันล้านบาท

ขณะเดียวกันในอนาคตทางกลุ่ม ADCA อาจมีพันธมิตรรายใหม่เพิ่มเข้ามา เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

“ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับคือสามารถใช้บริการศูนย์ข้อมูลหรือสำรองข้อมูลในประเทศกลุ่มพันธมิตรได้ในลักษณะแบบวันสต็อป ทำให้สะดวกและได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น”

ที่มาwww.matichon.co.th

โครงการสร้างสรรค์ของ ทีเอชนิค

Friday, March 20th, 2009
นายภาคภูมิ ไตรพัฒน์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2552 เป็นวันที่บริษัททีเอชนิค ได้ก่อตั้งมาครบรอบ 10 ปี ทำให้ทางบริษัทมีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมไทยขึ้น ด้วยการจัดโครงการ “ทีเอชนิค 10 ปี 10 ความดีเพื่อสังคม” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ตอบแทนสังคม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ภายในองค์กร โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยกิจกรรมนี้จะทำให้พนักงานทุกแผนก ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน นับเป็นการสร้างสัมพันธภาพ และความสามัคคีภายในองค์กรได้เป็นอย่างดี

กก.ผจก.บริษัท ที.เอช.นิค กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการ ทีเอชนิค 10 ปี 10 ความดีเพื่อสังคม จะจัดขึ้นทุกเดือนตั้งแต่เดือนมีนาคม จนถึงเดือนธันวาคม 2552 โดยแต่ละเดือนจะจัดกิจกรรมแตกต่างกัน จากแผนงานที่วางไว้มีทั้ง อ่านหนังสือให้คนตาบอด บริจาคโลหิตและอวัยวะ ปลูกป่าชายเลน สร้างฝาย สร้างห้องสมุด เลี้ยงอาหารกลางวันคนชราและเด็กกำพร้า เป็นต้น สำหรับผู้สนใจร่วมทำบุญกับทีเอชนิค สามารถสั่งทำเสื้อยืด .in.th ได้ในราคาตัวละ 259 บาท ทั้งนี้งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด จะนำไปสมทบทุนในโครงการ”

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกิจกรรมเดือนมีนาคมนี้ ทีเอชนิค จะจัดกิจกรรม “ปันรักสู่น้อง” เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กกำพร้า ณ สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด ในวันเสาร์ที่ 28 มี.ค.2552 ผู้สนใจร่วมบริจาคสิ่งของติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 0-2564-8031 ต่อ 123

ที่มา www.bcoms.net

ภัยร้ายทาง บลูทูธ

Wednesday, March 11th, 2009

“โทรศัพท์มือถือ” มีบทบาทอย่างมากในชีวิตมนุษย์ขณะนี้ และจากความต้องการที่มากขึ้น ผู้ผลิตจึงพยายามสนองความ ต้องการเหล่านั้นผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัยในมือถือ อาจนับได้ว่ามีมือถือก็เหมือนมีคอมพิวเตอร์แบบพกพา เพียงปลายนิ้วก็สามารถโอนเงินผ่านธนาคาร-ถ่ายรูป-ถ่ายคลิป-ฟังเพลง ฯลฯ
และจากความสะดวกสบายเหล่านี้ก็อาจเป็นช่องทางให้เหล่ามิจฉาชีพขโมยข้อมูลต่าง ๆ ได้เพียงปลายนิ้วมือ ด้วยการ เจาะข้อมูลรหัสผ่านมือถือที่เปิดสัญญาณบลูทูธทิ้งไว้ ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนอาจไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้นัก แต่ใครจะรู้คุณอาจตกเป็นเหยื่อไปแล้วก็ได้ ?

ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ ผู้อำนวยการโปรแกรมเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เล่าว่า จากการพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้ตอนนี้หลายคนเก็บข้อมูลสำคัญไว้บนมือถือ ดังนั้นจึงเป็นอีกช่องทางให้เหล่ามิจฉาชีพพยายามเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธกับโทรศัพท์มือถือของเหยื่อเพื่อดึงข้อมูลสำคัญ

โดยทั่วไปคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจะมีโปรแกรมค้นหาสัญญาณบลูทูธ เมื่อเปิดขึ้น จะสามารถเห็นว่ามีผู้ใด ใช้บลูทูธอยู่ในรัศมี 10 เมตร คนร้ายจะพยายามใส่รหัสผ่านเพื่อเชื่อมต่อ แต่หากเหยื่อตั้งรหัสผ่านง่ายก็สามารถดึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันถ้าโทรศัพท์ตั้งชื่อให้คล้ายเหล่าคนดังก็ยิ่งกระตุ้นให้คนร้าย อยากเข้าไปดึงข้อมูลมากขึ้น

“มือถือรุ่นเก่า ๆ ที่มีบลูทูธหลายรุ่นไม่มีระบบป้องกันทำให้คนร้ายไม่ต้องสุ่มตัวเลขรหัสผ่าน แต่สามารถดึงข้อมูลได้ทันที ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากหากเปิดบลูทูธเข้าไปในที่ชุมชน เนื่องจากคนร้ายสามารถเลือก เข้ามาดึงข้อมูลได้อย่างสบาย”

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ คนร้ายอาจใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ เพื่อเป็นเสาอากาศให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถค้นหามือ ถือที่ใช้บลูทูธได้ในรัศมีไกลถึง 200 เมตร หรือหากมีความรู้อาจ สามารถเพิ่มความแรงของการค้นหาคลื่นได้ โดยอุปกรณ์เหล่านี้หาซื้อได้ในท้องตลาดทั่วไป

ส่วนใหญ่คนร้ายต้องการข้อมูลบัตรเครดิตที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ สามารถโอนเงินเข้าไปในบัญชีอื่นได้ ตลอดจนภาพหรือคลิปที่เหยื่อถ่ายไว้เพื่อข่มขู่รีด ไถเงิน โดยจะทำทีติดต่อเจ้าของเครื่องต่อรองขอเงินแลกกับภาพหลุดที่โหลดได้ หากไม่ยอมทำตามจะนำภาพและคลิปเหล่านั้นไปประจานตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ขณะเดียวกันบรรดาดาราและบุคคลสาธารณะเป็นอีกเป้าหมายที่กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการลักข้อมูลบนมือถือเพื่อนำไปต่อรองรีดไถเงินหรืออาจนำภาพไปขายให้ กับบรรดาสื่อดาราต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

“ที่ผ่านมาหลายคนอาจโดนลักข้อมูลบนมือถือไปหลายคนแล้ว แต่เราไม่รู้ตัวเนื่องจากข้อมูลในโทรศัพท์ก็ยังอยู่ เหมือนปกติทำให้ผู้ใช้ไม่เกิดความสงสัย ขณะเดียวกันการ จับกุมคนเหล่านี้ก็เป็นไปได้ ยากเนื่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบนานพอสมควร”

ดร.โกเมน แนะนำถึงการหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อว่า ผู้ใช้โทรศัพท์ต้องสำรวจข้อความให้ดีก่อนตอบรับข้อความใด ๆ เนื่องจากเมื่อคนร้ายกรอกรหัสผ่านถูกต้องจะมีสัญญาณเตือนให้รับการเชื่อมต่อในเครื่องที่มีระบบ ป้องกัน แต่บางคนที่กำลังทำธุระอยู่อาจเกิดความรำคาญและตอบรับโดยไม่ดูข้อความให้ถี่ถ้วนก็จะตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย

ดังนั้นอย่า เปิดบลูทูธไว้ตลอดเวลา เพราะจะทำให้ง่ายต่อการดึงข้อมูลหากคนร้ายสะกดรอยตามเพื่อโจรกรรมข้อมูล ทางที่ดีควรใช้เมื่อต้องการใช้จริง ๆ เช่น เมื่อนั่งในร้านกาแฟแล้วเปิดบลูทูธเชื่อมต่อกับหูฟังเพื่อฟังเพลงไปด้วยอาจทำให้คนร้ายที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟง่ายต่อการเจาะข้อมูล

ส่วนในมือถือที่มีระบบป้องกันต้องพยายามตั้งรหัสผ่านให้ยากต่อการเดาสุ่ม เนื่องจากต้องยอมรับว่าคนร้ายต้องใช้เวลานานในการเข้าถึงข้อมูล แต่หากตั้งรหัสง่ายก็ย่อมเข้าถึงข้อมูล ได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันไม่ควรตั้งชื่อเครื่องให้เหมือนกับคนดังเพราะจะทำให้คนร้ายมีความพยายามดึงข้อมูล ซึ่งหากเป็นบุคคลนั้นจริงและมีคลิป หรือข้อมูลที่ล่อแหลมสามารถนำไปขายให้กับผู้อื่นได้ในราคาสูง

การนั่งอยู่กับที่นาน ๆ จะทำให้สัญญาณ บลูทูธมีความเสถียรง่ายต่อ การเข้าถึง ซึ่งจุดเสี่ยงคือ ตามย่านห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่วัยรุ่นนิยมไปนั่งสังสรรค์กันเป็นเวลานาน แม้แต่อยู่ในบ้านก็ตาม หากคนร้ายมีความต้องการข้อมูลเพื่อนำไปขายอาจใช้เครื่องส่งสัญญาณที่ดัดแปลงให้มีระยะไกลกว่าเดิมเพื่อดึงข้อมูล

“ปัจจุบันการโจรกรรมข้อมูลบนมือถือโดยการใช้กำลังมีความเสี่ยงมากกว่าการทำอย่างนี้เพราะคนร้ายทำการโดยไม่ให้ผู้เสียหายเห็นหน้า ด้านตำรวจก็ยังเข้าไม่ถึงข้อมูลเหล่านี้ทำให้ตามจับกุมผู้กระทำผิดลำบาก ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีกฎหมายห้ามเข้าไปเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธของผู้อื่น”

อนาคตหากระบบโทรศัพท์ 3G แพร่หลายในประเทศ จะทำให้มือถือมีลูกเล่นเพิ่มมากขึ้น การโจรกรรมข้อมูลเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้น เนื่องจากคนเริ่มหันมาทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบมือถือมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายโจรกรรมได้

นอกจากนี้ตามป้ายรถ เมล์ที่มีการโฆษณาสินค้า โดย ให้โหลดตัวอย่างโฆษณาผ่าน บลูทูธอาจเป็นอีกจุดเสี่ยงที่ เหล่ามิจฉาชีพลักลอบดึงข้อมูล ซึ่งผู้ใช้โทรศัพท์ต้องระมัดระวังอย่างมาก

“เทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งเราต้องพยายามนำข้อดีมาใช้กับตัวเองให้มากที่สุด ส่วนข้อเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามวิวัฒนาการคนในสังคมเองต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องไม่ให้คนที่คิดไม่ดีทำร้ายผู้อื่น” ดร.โกเมน ทิ้งท้าย

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐซึ่งดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศต้องพัฒนาให้ทันกับเหล่ามิจฉาชีพ

 ที่มา hitech.sanook.com

โน๊ตบุ๊ค Nokia

Wednesday, March 11th, 2009

ถึงคิวยักษ์มือถือ เตรียมโดดร่วมตลาดพีซีโลกรายล่าสุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โนเกีย ผู้ผลิตมือถือรายใหญ่ของโลกเริ่มส่งสัญญาณสนใจธุรกิจแลปท้อป หลังซีอีโอใหญ่ให้สัมภาษณ์ยอมรับสนใจธุรกิจใหม่ออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ในประเทศฟินแลนด์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

“เรากำลังสนใจโอกาสในตลาดนี้อย่างตื่นเต้นมากๆ” นายออลลิ-เปกกา คาลลัสวูโอ ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) โนเกีย กล่าวหลังถูกตั้งคำถามถึงแผนทำตลาดแลปท้อปของโนเกีย ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือในอุตสาหกรรมถึงความเป็นไปได้ที่โนเกียจะเข้าสู่ตลาดพีซีตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยความคิดเห็นของนายคาลลัสวูโอครั้งนี้ ถือเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการครั้งแรกต่อแผนดังกล่าว

ซีอีโอโนเกียระบุว่า ปัจจุบันมีประชากรนับร้อยล้านคนที่มีประสบการณ์ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรกผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าเป็นสิ่งชี้วัดที่ดีสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การแสดงความคิดเห็นของโนเกียครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง “เอเซอร์” ผู้ผลิตพีซีอันดับ 3 ของโลกประกาศตัวเข้าสู่ธุรกิจมือถืออย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัวมือถือล็อตแรกพร้อมกัน 8 รุ่น เช่นเดียวกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันอย่างฮิวเลตต์-แพคการ์ด และเลอโนโว ที่เริ่มนำร่องไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ส่วนต่างกำไรที่กำลังแข็งแกร่งขึ้นในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน กำลังเป็นที่สนใจของบรรดาผู้ผลิตพีซี ซึ่งตรงกันข้ามกับตลาดคอมพิวเตอร์ที่ส่วนต่างกำไรเริ่มต่ำลง ส่งผลให้ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมลดลง

กรณีของโนเกียนี้ นายเบน วูด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยจากซีซีเอส อินไซต์ กล่าวว่า โนเกียอาจต้องเผชิญปัญหาหากคิดจะเข้ามาในตลาดกลุ่มที่แข่งขันกันอย่างหนักอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะเป็นไปได้หากมีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการจะขยายตลาด ทั้งการผลิต, ห่วงโซ่ธุรกิจ และการจัดจำหน่าย

“บรรดาโอเปอเรเตอร์มือถือ และผู้ค้าปลีกชั้นนำทุกรายจะขยายตลาดโน้ตบุ๊ค และเน็ตบุ๊ค เข้าไปในพอร์ตโฟลิโอ เพื่อทำควบคู่ไปกับธุรกิจมือถือของตัวเอง ซึ่งจากพื้นฐานเดียวกัน ก็ไม่น่าแปลกใจถ้าโนเกียจะกำลังเริ่มสนใจธุรกิจนี้ขึ้นมาเหมือนกัน”

การเข้าร่วม Workshop ฟรี ไม่เสียตังค์

Tuesday, March 10th, 2009
พร้อมมันส์กับ Scrubb Mini-Concert แล้วส่งผลงานเข้าประกวดชิงรางวัลกว่า 3 แสนบาท

หลังจากที่บริษัท โซนี่ ไทย ได้เปิดตัว Turn On Your Style by Sony Walkman Contest โครงการดีๆที่ส่งเสริมให้เยาวชนที่มีความสามารถได้โชว์ไอเดียความเป็นตัวเอง หลุดออกจากกรอบที่เป็นอยู่ ผ่านการประกวดผลงานสร้างสรรค์ ด้วยเสียง ภาพ และงานออกแบบ ร่วมชิงรางวัลกว่า 3 แสนบาทไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมประกวดได้มีทักษะความรู้ในด้านที่ตนเองสนใจเพิ่มมากขึ้นพร้อมทั้งยังจะได้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลงานที่ตนสร้างสรรค์ Walkman จึงได้จัดกิจกรรม Workshop สำหรับผู้ที่ให้ความสนใจอย่างจริงจังขึ้นมา

โดย Walkman Workshop ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ ที่ House RCA เพื่อให้คนรักเสียงเพลง และงานศิลปะได้สัมผัสและเรียนรู้ขั้นตอนแบบมืออาชีพร่วมกับเหล่า Guru แต่ละสาขา ทั้งทางด้านการรีมิกซ์เพลง การทำ MV และการออกแบบ
• Walkman Song Remix Workshop โดย Spydamonkee team ที่จะมาสอนวิธีการรีมิกซ์เพลงแบบมืออาชีพ
• Walkman MV Workshop โดยสองผู้กำกับ ทรงยศ และ กอล์ฟ ปวีณจาก GTH มาพร้อมกับวิธีคิด และการทำ MV
• Walkman Design Workshop โดย Net design ผู้เชี่ยวชาญทางด้านงานออกแบบ มาให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบกราฟิกอย่างมืออาชีพ

พร้อมกันนั้นภายในงานจะได้มันส์ไปกับมินิ คอนเสิร์ต จากศิลปินต้นแบบคอเพลงอินดี้อย่างวง “สครับบ์”
ทุกท่านที่เข้าร่วมการ Workshop จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลด 15% สำหรับการ pre-booking สินค้า Walkman ซีรี่ส์ใหม่ล่าสุด และลุ้นเป็น 1 ใน 10 ผู้โชคดีรับคูปองส่วนลด 50% สำหรับ Walkman Set +ลายเซ็นต์ศิลปินวง “สครับบ์”

โอกาสดีๆ แบบนี้ห้ามพลาด จำกัดจำนวนผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมเพียง 300 ท่านเท่านั้น อย่าช้า! เริ่มสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 กุมภาพันธ์ นี้ สมัครก่อนมีสิทธิ์ก่อนนะคะ สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม

ที่มา technology.impaqmsn.com

ผู้บริหารคอมเวิร์ลเสนอรัฐ ดึงค่าใช้จ่ายไอทีลดหย่อนภาษี

Thursday, February 12th, 2009

ดิแอสไพเรอร์ส ผู้จัดงาน “ComWorld PhotoWorld 2009” มั่นใจมีผู้เข้าชมงานประมาณ 900,000 คน และมีเงินสะพัดกว่า 1,200 ล้านบาท โดยในงานเปิดตัวโน้ตบุ๊กเน็ตบุ๊กรุ่นใหม่กว่า 10 รุ่น ทั้งชนิด 4 คอร์ ชนิดหน้าจอแบบสัมผัส “มัลติทัช” และชนิดรองรับระบบ 3G นอกจากนี้ยังมีกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่อีก 10 รุ่น
       
       ผู้จัดงานยังระบุด้วยว่าเตรียมการยื่นจดหมายเปิดผนึกเสนอรัฐบาลใช้มาตรการภาษีอุดหนุนอุตสาหกรรมไอทีเพื่อผู้บริโภคด้วย
       
       นายวิโรจน์ อัศวรังสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดิ แอสไพเรอร์ส กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงการจัดงาน ComWorld PhotoWorld ในครั้งนี้ว่า แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธันวาคม 2551 จะฟื้นตัวดีขึ้นในรอบ 5 เดือน (ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย) แต่เศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวอยู่ และตลาดไอทีก็ยังซบเซาต่อเนื่องมาจากปลายปีที่ผ่านมา คอมเวิลด์จึงร่วมกับผู้ค้าไอที จัดงานพร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่จำนวนมากบนความหวังว่าจะเป็นกำลังสำคัญที่จะกระตุ้นตลาดไอทีให้ดีขึ้นได้
       
       หากซื้อสินค้าบางยี่ห้อในงานนี้ ผู้บริโภคจะได้รับมอบเงินคืนในรูปแบบคูปองแทนเงินสด (Gift Voucher) เพื่อนำเงินกลับมาซื้อสินค้าภายในงานได้อีกด้วย
       
       หนึ่งในโน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กรุ่นใหม่นับสิบรุ่นที่ถูกนำมาแสดงในงานได้แก่ เน็ตบุ๊กจาก Asus ที่รองรับระบบ 3G อย่างสมบูรณ์แบบรายแรกของไทย จำหน่ายแล้วในราคา 19,900 บาท, โน้ตบุ๊กชนิดซีพียู 4 คอร์ (Core 2 Quad) ตัวแรกของไทยจากบริษัทเอเซอร์ สนนราคา 89,900 บาท ราคาเดียวกับพีซีตั้งโต๊ะรุ่นไฮเอนด์จากเอเซอร์ที่ใช้ซีพียู Intel Core i7 รุ่นใหม่ล่าสุด ขณะที่เอชพีเปิดตัวโน้ตบุ๊กที่ใช้ระบบหน้าจอสัมผัสหลายจุดในงานนี้
       
       ยังมีการเปิดตัวกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่อีกนับ 10 รุ่นจาก Fuji Film, Olympus, Sony, Sanyo, Pentax, และ Nikon พร้อมโปรโมชั่นซื้อกล้องดิจิตอลพกพายี่ห้อใดก็ได้ รับฟรีแท่นชาร์จแบตเตอรี่ หรือรับฟรีเน็ตบุ๊ก
       
       ภายในงานคอมเวิลด์ยังมีกิจกรรมวิชาความรู้และบริการมากมาย เช่น สัมมนาวิชาการด้านเทคโนโลยีกล้องดิจิตอล, เสวนาเปรียบเทียบกล้องดิจิตอลแต่ละค่าย, การสอนถ่ายรูป รวมถึงการพรีวิว Windows 7 โดยนิตยสาร PC Today
       
       กิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจในงานคือ Battery Check Up Program เป็นจัดบูท Dr. Battery เพื่อรับตรวจสภาพแบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊ก ว่าสุขภาพยังดีหรือไม่ ปลอดภัยหรือไม่ และยังเหลืออายุการใช้งานอีกเท่าไร เพียงยกโน้ตบุ๊กที่บ้านหรือออฟฟิศมาในงาน แล้วตรวจสุขภาพประจำปี มีการเสนอ “กรมธรรม์ประกันแบตฯ” Silver Package Guarantee จากบริษัท Oska รับประกันแบตฯ เป็นเวลา 12 เดือน มูลค่า 490 บาท โดยหากแบตฯ มีปัญหา พร้อมเปลี่ยนหรือซ่อมให้โดยไม่คิดมูลค่า
       
       สำหรับการยื่นจดหมายเปิดผนึกเสนอรัฐบาลใช้มาตรการภาษีอุดหนุนอุตสาหกรรมไอทีเพื่อผู้บริโภค นายวิโรจน์กล่าวว่าต้องการให้ผู้ซื้อคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และพรินเตอร์ สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ เชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยให้รัฐฯ สามารถเก็บเงินภาษีมูลค่าเพิ่มได้มาก ช่วยกระตุ้นจีดีพีของไทยได้ไม่ต่ำกว่า 0.2% ลดการเลี่ยงภาษี ส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ และเพิ่มการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นอัตรา
       
       “ปัจจุบันไอทีไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย แต่เป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการศึกษา การติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน และจำเป็นต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดย่อย แต่ด้วยค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงเรื่อยๆ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อของประชาชนน้อยลง และขาดโอกาสในการเข้าถึงไอทีและข่าวสารความรู้ คอมเวิลด์จึงได้รวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอแผนศึกษาการกระตุ้นตลาดไอทีเพื่อผู้บริโภค โดยใช้มาตรการทางภาษี ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าไอทีมาลดหย่อนภาษีได้ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นจีดีพีของไทยได้ไม่ต่ำกว่า 0.2%”
       
       นายวิโรจน์กล่าวว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มานั้นใช้มาตรการอุดหนุนทางภาษีสำหรับผู้บริจาคไอทีสำหรับสถาบันการศึกษา และสำหรับบริษัทห้างร้านที่นำไอทีไปใช้เท่านั้น ไม่เคยมีมาตรการสำหรับผู้บริโภคระดับรากหญ้าใดๆ ดังนั้น ถ้าแผนศึกษานี้รัฐบาลเห็นด้วย และมีการนำไปใช้ รัฐบาลนี้ก็จะเป็นรัฐบาลชุดแรกที่ใช้มาตรการอุดหนุนทางภาษีนี้สำหรับประชาชนอย่างแท้จริง
       
       ”ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชนโดยตรง และสามารถเพิ่มจีดีพีของประเทศได้ในที่สุด”
       งาน ComWorld PhotoWorld 2009 ในครั้งนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ นี้ที่รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน
ข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th

เอชพี ทำเก๋ ทาบทาม “วิเวียน แทม” อัพลุ๊คเน็ตบุ๊ก mini 1000

Thursday, February 5th, 2009

เอชพีเอาใจคนรักดีไซน์และความหรูหราด้วย HP mini 1000 โฉมใหม่ที่ได้รับการตกแต่งจากดีไซน์เนอร์ระดับโลก วิเวียน แทม ด้วยสไตล์ “Digital Clutch”

วิเวียน แทม เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับการทาบทามจากเอชพี ให้มาร่วมสร้างสรรค์โน้ตบุ๊ครุ่นพิเศษนี้ ไอเดียการออกแบบของดิฉันก็บรรเจิดขึ้นมาทันที โน้ตบุ๊ครุ่นนี้เป็นการสะท้อนความต้องการอย่างแท้จริงของผู้หญิงยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องแฟชั่น แต่ก็ยังหลงใหลในเรื่องเทคโนโลยีไม่แพ้กัน ดิฉันจึงอยากออกแบบโน้ตบุ๊คที่โดนใจผู้หญิงทุกวัย ทุกเชื้อชาติ และทุกระดับรายได้ทั่วโลก”

HP Mini 1000 Vivienne Tam Edition สะดุดสายตาทุกคู่ด้วยรูปลักษณ์สีแดงสด ดีไซน์การออกแบบรูปดอกโบตั๋นของมินิโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ มีความโดดเด่นจากการผสมผสานเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเอเชียเข้ากับวัฒนธรรมตะวันตก สไตล์อันเก่าแก่เข้ากับสไตล์สมัยใหม่ และเทคโนโลยีเข้ากับแฟชั่น โดยดีไซน์ดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากสไตล์ ไชน่า ชีค “China Chic” ของวิเวียน แทม ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ที่อยู่ในแวดวงแฟชั่นในมิลานไปจนถึงถนนสายแฟชั่นของมหานครโตเกียว นอกจากนี้ยังสื่อถึง เคล็ดลับส่วนตัวของเธอในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสวยงาม โดยในวัฒนธรรมจีน ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ที่มีความสวยงาม  เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภ และความสุขสมหวัง กลีบดอกที่มีลักษณะ   ทับซ้อนกันหลายชั้นเปรียบดังผู้หญิงสมัยใหม่ที่ฉลาด รู้จักแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองผ่านสไตล์อันมีเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาถักทอเป็นอาภรณ์ประดับชีวิตให้ครบรสและมีแง่มุมที่หลากหลาย

ผลิตภัณฑ์มินิโน้ตบุ๊ค HP Mini 1000 Vivienne Tam Edition ราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และจะมีวางจำหน่ายในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ที่เซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลเวิร์ล และเซน

ข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th

Google Earth 5.0 ดำดิ่งใต้น้ำดูทะเลไทย

Wednesday, February 4th, 2009

Google Earth เปิดฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ Google Earth สามารถดำดิ่งใต้ผิวน้ำ สำรวจภูมิทัศน์ใต้ทะเลในแบบ 3 มิติ
Google เปิดตัวฟีเจอร์ Ocean ใน Google Earth ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ Google Earth สามารถดำดิ่งใต้ผิวน้ำ สำรวจภูมิทัศน์ใต้ทะเลในแบบ 3 มิติ และเรียกดูเนื้อหาข้อมูลเกี่ยวกับมหาสมุทร ซึ่งจัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานด้านสมุทรศาสตร์  นอกจากนี้ Google Earth เวอร์ชั่นใหม่ยังประกอบด้วยฟีเจอร์ Historical Imagery ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเดินทางย้อนเวลาและรับชมภาพถ่ายกลางอากาศในอดีตจากดาวเทียม  และยังมีฟีเจอร์ Touring ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการจัดทำเนื้อหาทัศนาจรพร้อมคำบรรยายใน Google Earth และนำออกเผยแพร่แก่ผู้ใช้ทั่วโลก  นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ Mars 3D ซึ่งนำเสนอภาพความละเอียดสูงสำหรับภูมิทัศน์บนดาวอังคาร

ฟีเจอร์ Ocean ใน Google Earth ผสานรวมภูมิทัศน์ใต้ทะเลเข้ากับเนื้อหาข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้สำรวจบางส่วนของพื้นที่ที่ยากจะเข้าถึงมากที่สุดบนโลกใบนี้  ตอนนี้ผู้ใช้ในเมืองไทยจะสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับชีวภาพอันหลากหลายในน่านน้ำท้องถิ่น ทั้งยังสามารถตรวจสอบสภาพของแหล่งโต้คลื่นและดำน้ำที่มีชื่อเสียงอย่างหมู่เกาะสิมิลันหรือเกาะราชาก่อนที่จะออกเดินทางไปที่นั่น  นอกจากนี้ ชาวต่างชาติยังสามารถสัมผัสความงดงามของท้องทะเลในเมืองไทยผ่านทาง Google Ocean เช่น สำรวจอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ รับชมภาพวิดีโอเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเลที่แลดูแปลกตาในภูมิภาคนี้ พร้อมทั้งอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับซากเรืออัปปาง และแบ่งปันภาพถ่ายและวิดีโอเกี่ยวกับแหล่งดำน้ำยอดนิยม

Google Earth 5.0 เปิดให้ดาวน์โหลดพร้อมใช้งานใน 40 ภาษา (เดิมมีให้เลือก 26 ภาษา) ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาเลียน เยอรมัน สเปน (สเปน) สเปน (ละตินอเมริกา) ดัทช์ จีนประยุกต์ จีนดั้งเดิม ญี่ปุ่น เกาหลี โปรตุเกส (บราซิล) รัสเซีย โปแลนด์ ตุรกี ไทย อาหรับ สวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก โปรตุเกส (โปรตุเกส) โรมาเนีย ฮังการี ฮีบรู อินโดนีเซีย เช็ก กรีก นอร์เวย์ เวียดนาม บัลแกเรีย โครเอเชีย ลิธัวเนีย สโลวัก ฟิลิปปินส์ สโลเวเนีย เซอร์เบีย คาตาลัน ลัตเวีย ยูเครน และฮินดี

ข้อมูลจาก : http://www.arip.co.th

ขาย เครื่องตอกบัตร เครื่องแสกนลายนิ้วมือ อุปกรณ์สำนักงาน

Saturday, January 10th, 2009

creatuscorp.com

ธันวาคม 27th, 2008

4

www.creatuscorp.com เป็นเว็ปที่เกี่ยวกับ อุปกรณ์รักษาความปลอกภัย และ อุปกรณ์สำนักงาน

สำหรับเว็ปนี้เป็นภาษาอังกฤษ มีรายละเอียดของสินค้ามากมาย โดยแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่และหัวข้อย่อย

ตามลำดับทำให้การหาสินค้ง่าย ลักษณะหน้าเว็ปนั้นเรียบง่าย ทำให้ง่ายในการเข้าไปในส่วนต่างๆของเว็ป

สินค้าของทางเว็ปนี้ก็จะเป็นพวก เครื่องสแกนลายนิ้วมือ, อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ต่างๆ, เครื่องตอกบัตร

คะแนนที่ให้  อ่านง่าย : 7 คะแนน

                      ง่ายต่อการใช้งาน : 8 คะแนน

                      โดยรวม : 7 คะแนน