การที่สินค้าถูกขโมยจากชั้นวางสินค้าปลีกนั้น นอกจากจะเป็นปัญหาที่พบอย่างแพร่หลาย ยังเป็นปัญหาที่เรียกได้ว่าสาหัสสากรรจ์ทีเดียวมีค่าเสียหาย 2%-5% ต่อปี ซึ่งในนี้จะเป็นค่าเสียหายที่เกิดจากการถูกขโมยมากกว่าครึ่ง และปี 2000 ร้านค้าปลีกของประเทศจีนจะมีค่าเสีย (พอดีไม่มีสถิติความเสียหายของประเทศไทยครับ)
ในต่างประเทศมีประวัติการขายปลีกโดยการเปิดชั้นวางสินค้าเพื่อขายมานานเกือบ 60 ปี และเพื่อเป็นการป้องกันการถูกขโมย ร้านค้าปลีกของต่างประเทศมักจะใช้กำลังคนและเทคนิคการป้องกันขโมยมากมาย เช่นใช้คนจำนวนมากจับตาเฝ้ามอง จัดวางสินค้าอย่างเหมาะสมรัดกุม ติดตั้งระบบ กล้องวงจรปิด และระบบสัญญาณกันขโมยต่าง ๆ เป็นต้น พร้อมทั้งรวบรวมประสบการณ์ของการบริหารต่าง ๆ มาใช้งานและป้องกัน
ร้านค้าปลีกมากมายได้นำเอาระบบสัญญาณกันขโมยและระบบ กล้องวงจรปิด มาใช้ร่วมกัน จึงทำให้เกิดประสิทธิผลอย่างมากกับการป้องกันขโมย
รูปแบบการป้องกันการขโมย
ระบบสัญญาณกันขโมย (EAS) มักจะติดตั้งบริเวณที่เห็นพื้นที่ของร้านค้าได้อย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบสัญญลักษณ์กันขโมยบนสินค้าได้อย่างแม่นยำ และทำให้เกิดเสียงดังเพื่อแจ้งตำรวจ วิธีนี้จะสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ร้ายได้อย่างดี ทำให้ระงับเหตุการณ์ขโมยของผู้ร้ายได้ จึงเป็นการลดความเสียหายจากการขโมยให้กับเจ้าของร้านค้าที่ได้อย่างชัดเจน
ระบบ กล้องวงจรปิด (CCTV) นอกจากจะเป็นการป้องกันการขโมยแล้ว ยังเป็นการบริหารการทำงานของพนักงานในร้านด้วย จุดประสงค์หลักของ กล้องวงจรปิด มักจะเป็นการตรวจสอบเหตุการณ์สุดวิสัย การขโมยยามค่ำคืน อัคคีภัย ตรวจสอบการทำงานของพนักงานในร้าน และป้องกันสินค้าถูกขโมยเป็นต้น ระบบ กล้องวงจรปิด จะเป็นการบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมด จึงเป็นอุปกรณ์ที่ข่มขวัญกับผู้กระทำผิดที่อาจเป็นทั้งบุคคลภายนอกหรือภายในได้
การทำโปรโมชั่น การโฆษณา และกิจกรรมขายต่าง ๆ ก็เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ร้านค้าเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เป็นการเร่งยอดขายและเพิ่มผลกำไร
การลดค่าใช้จ่าย ลดกำลังคน ลดการถูกขโมยถือว่าเป็นวิธีการสร้างผลกำไรแบบหนึ่ง
อัตราการถูกขโมยลดลง 1 % นับว่าเป็นการเพิ่มผลกำไรให้กับร้านค้ามากขึ้นหลายส่วน และจุดนี้จึงเป็นที่จับตามองของเหล่าร้านค้าที่ให้ความสนใจมากขึ้น