ซัมซุง อัลตร้า ทัช ถึงเวลามือถือแบบสัมผัส
Friday, February 27th, 2009ซัมซุงเปิดศึกมือถือ “ทัชสกรีน” เต็มสูตร เปิด “อัลตร้า ทัช” มือถือสไลด์โฟนเกาะกระแสทัชโฟนที่คาดว่ามาแรงปีนี้ เตรียมขนทัชโฟนรุ่นใหม่เข้าตลาดปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10 รุ่น ระบุบูมเกิน 100%
มนาเทศ อันนวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารการตลาดและองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวถึงยอดขายของโทรศัพท์เคลื่อนที่ “ซัมซุง” ว่า ในปีที่ผ่านมา ทางซัมซุงมียอดขายในส่วนธุรกิจโทรศัพท์มือถือเติบโตขึ้น 60% ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ซัมซุงสามารถเติบโตนั้น ประการแรก เรื่องของผลิตภัณฑ์ ที่ทางซัมซุงมีการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ออกมาตอบสนองตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยทางซัมซุงมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าถึงและลงลึกไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในแต่ละเซกเมนต์ได้อย่างครบถ้วน ประการที่ 2 เป็นเรื่องของการพัฒนาบุคลากรของซัมซุงที่พัฒนาทักษะการขายและการให้บริการต่อพนักงานเพื่อแนะนำสินค้าอย่างต่อเนื่อง ประการสุดท้ายเป็นเรื่องของช่องทางการจัดจำหน่าย นับตั้งแต่ที่ทางซัมซุงหันมาใช้ระบบขายตรงประมาณปลายปี 2550 ถือว่าเป็นช่องทางที่ทำให้ซัมซุงสามารถที่จะกระจายสินค้าถึงตัวผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ ก็สามารถทำตรงถึงผู้บริโภคได้ทันที
ล่าสุด ทางซัมซุงกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างช่องทางการจำหน่ายอีกครั้ง โดยยังคงใช้โมเดลขายตรงไปยังช่องทางขายเหมือนเดิม แบ่งเป็นฮับมาสเตอร์รายใหญ่ กับดีลเลอร์รายย่อย แต่จะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางส่วน อาทิ จำนวนผู้ค้า ค่าตอบแทนการขาย ค่าจัดวางสินค้า รวมถึงเกณฑ์ในการวัดผล เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ค้าที่ขายโทรศัพท์มือถือซัมซุงตามความสามารถในการดำเนินงาน
มนาเทศ กล่าวว่า การที่ซัมซุงปรับปรุงช่องทางการจำหน่ายใหม่ในครั้งนี้ ก็เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและทำให้การกระจายสินค้าไปยังคอนซูเมอร์ทั่วถึงขึ้น รวมถึงการทำตลาดแบบครบวงจรเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแต่ละไลฟ์สไตล์
“ยอดขายในปีนี้ของซัมซุงมือถือ คาดว่าจะยังสามารถเติบโตในระดับ 2 หลักเช่นเดียวกันกับปีที่แล้ว”
ส่วนเทคโนโลยีที่มาแรงในปีนี้ ทางมนาเทศระบุว่า เชื่อว่าโทรศัพท์มือถือแบบสัมผัสหรือทัชสกรีนจะมาแรง และเป็นแนวโน้มที่มือถือระดับพรีเมียมราคาตั้งแต่ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไปจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีนี้ โดยตัวเลขตลาดโลกคาดว่ายอดขายมือถือทัชสกรีนปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 90,000,000 เครื่อง ส่วนประเทศไทยปีที่ผ่านมามียอดขายมือถือทัชสกรีนประมาณ 100,000 เครื่อง และคาดว่าปีนี้จะเติบโตมากกว่า 100% หรือมากกว่า 200,000 เครื่อง
“วันนี้ ซัมซุงเรามีมือถือที่เป็นทัชสกรีนมากที่สุดในตลาดเวลานี้ ทำให้ซัมซุงมีมือถือทัชสกรีนสำหรับตลาดทุกเซกเมนต์”
มนาเทศ กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ซัมซุงมีมือถือตอบสนองทุกกลุ่มเซกเมนต์ ทางซัมซุง ประเทศไทยจึงได้นำเสนอ ซัมซุง อัลตร้า ทัช ในตระกูลอัลตร้าเอดิชั่น ซึ่งเป็นโมเดลที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำสมัยในตลาดโทรศัพท์มือถือ โดยทางซัมซุงได้แนะนำโทรศัพท์มือถือ ซัมซุง อัลตร้า เอดิชั่น ซึ่งเป็นแฟลกชิปโมเดลอย่างต่อเนื่องมาทุกปี
“การเปิดตัว ซัมซุง อัลตร้า ทัช สไลด์ทัชโฟน ที่สุดแห่งสไตล์ของปีนี้ของซัมซุงในประเทศไทย ได้เปิดตัวพร้อมกันเป็นครั้งแรกในงานโมบาย เวิลด์ คองเกรส 2009 ณ บาร์เซโลนา ประเทศสเปน เมื่อเร็วๆ นี้”
จุดเด่นของ ซัมซุง อัลตร้า ทัช อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบลงตัวระหว่างความสวยงามมีสไตล์และคุณสมบัติที่เป็นหนึ่งในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่การออกแบบจากวัสดุที่คงทน ป้องกันรอยขีดข่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หน้าจอกันรอยขนาดใหญ่ให้ภาพคมชัด สีสดใสสวยงามยิ่งขึ้นพร้อมระบบกันแสงสะท้อนสบายตาขณะใช้งานกลางแจ้ง ตัวเครื่องเมทัลลิกแบบสไลด์บางเฉียบตัดกับกรอบตัวเครื่องเป็นลายเส้นสีสันที่บ่งบอกสไตล์ของผู้ใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชมกับความสมบูรณ์แบบและมองหาโทรศัพท์มือถือที่สื่อถึงความเป็นสุดยอดของผู้ใช้งานทั้งทางด้านรสนิยม ดีไซน์ และการใช้งานอย่างมืออาชีพ”
มนาเทศ กล่าวอีกว่า ซัมซุง อัลตร้า ทัช เป็นแฟล็กชิปรุ่นใหม่ล่าสุดจากซัมซุง อัลตร้า เอดิชั่น โดดเด่นสวยงาม เหนือกาลเวลา ตัวเครื่องเป็นกรอบเมทัลลิกกันรอย สร้างความสวยงามให้คงอยู่ยาวนานยิ่งขึ้นพร้อมการตกแต่งด้วยลายเส้นสะดุดตาให้โทรศัพท์ดูสวยรอบด้านในทุกมุมมอง ระบบทัชสกรีนเต็มรูปแบบ TouchWiz UI เวอร์ชั่น 1.5 เอกสิทธิ์เฉพาะจากซัมซุง เข้าถึงการใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดายและมีสไตล์ พร้อมด้วยการใช้งานมัลติมีเดียครบครัน ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 12.7 มิลลิเมตร ซ่อนแผงปุ่มกดไว้ภายใต้หน้าจอ AMOLED แบบสไลด์ขนาดกว้าง 2.8 นิ้ว กันรอยขีดข่วนและให้แสงสว่างคมชัดสมจริงยิ่งขึ้น พร้อมระบบป้องกันแสงสะท้อน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่พร้อมอัปโหลดสู่บล็อกส่วนตัวได้ทันที และยังมีระบบระบุพิกัดภาพถ่ายเครื่องเล่น MPEG4 วิทยุเอฟเอ็ม บันทึกเสียง และบันทึกวิดีโอระบบวีจีเอ 30 เฟรมต่อวินาที รองรับการเชื่อมต่อในระบบ 3จี ทั้งคลื่น 900 และ 2,100 เมกะเฮิตรซ์ รวมถึงเทคโนโลยี เอชเอสดีพีเอ 7.2 เมกะไบต์ต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าเอดจ์ประมาณ 10 เท่า
มนาเทศ กล่าวถึงสภาพตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยปีนี้ว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือปีนี้ ในแง่จำนวนเครื่องน่าจะทรงตัวหรือบวกลบไม่เกิน 5% จากสภาพตลาดอิ่มตัว และปัจจัยแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อการซื้อสินค้า เช่นเดียวกับมูลค่าตลาดน่าจะอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว หรืออาจลดลงเล็กน้อย
มนาเทศ กล่าวด้วยว่า เวลานี้ราคาเฉลี่ยโทรศัพท์มือถืออยู่ต่ำกว่า 4,000 บาท โดยมีส่วนแบ่งตลาดมากถึง 77% ขณะที่กลุ่มพรีเมียมที่มีราคามากกว่า 10,000 บาท มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 4% แต่คาดว่าตลาดนี้ยังสามารถเติบโตได้อยู่ เพราะการเข้ามาของมือถือที่เป็นทัชโฟนที่จะเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และเป็นกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้ออยู่ เฉพาะของซัมซุงเองปีนี้จะมีรุ่นที่เป็นทัชสกรีนเข้าสู่ตลาดไม่น้อยกว่า 10 รุ่น คาดว่ากลุ่มทัชโฟนจะเติบโตมากกว่า 100% จากปีที่แล้วที่มียอดขายประมาณ 100,000 เครื่อง อันเป็นผลมาจากผู้ผลิตทุกรายต่างนำสินค้ากลุ่มนี้เข้ามาทำตลาด บวกกับระดับราคามือถือระบบทัชเริ่มถูกลง โดยจะเห็นเครื่องในระดับต่ำกว่า 10,000 บาทมากขึ้น
“ในภาพรวมจึงน่าจะช่วยดึงให้ราคาเฉลี่ยของมือถือในตลาดโดยรวมสูงขึ้น”
ข่าวจาก : ผู้จัดการ




