Archive for October, 2008

มาแล้วปังย่าซีซั่นส์4TheLost Seaway

Wednesday, October 29th, 2008

นางสาวภัทธีรา อภิธนากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท อินิทรี จำกัด ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทย กล่าวว่า ในสภาวะการณ์ปัจจุบัน ธุรกิจประเภทเกมออนไลน์นั้นเกิดการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งการเพิ่มขึ้นของคู่แข่ง และ สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของ ประเทศ แต่ บ.อินิทรีฯ ยังย้ำที่จะพัฒนาเกมและตัวละครใหม่ๆ ร่วมกับทีมพัฒนาเกมอันดับที่ 1 ของประเทศเกาหลี ให้มีความสนุก และ ความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยบริษัทฯ เน้นหนักที่จะส่งเสริมให้ เยาวชนได้มีโอกาสพัฒนาทักษะในการเล่นเกมที่สร้างสรรค์ ไม่ใช้ความรุนแรง มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และได้เรียนรู้ถึงกติกาของกีฬากอล์ฟ ที่มีลักษณะการเล่นคล้ายคลึงกับการเล่นกอล์ฟปกติ

กก.ผจก.บริษัทอินิทรีฯ กล่าวต่อว่า ทางบริษัทฯ ได้จัดการการแข่งขันการเล่นกอล์ฟบนคอมพิวเตอร์ชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และ ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ที่ 9 โดยใช้ชื่อว่า “PGT # 9 The Knight of The 9th” ถือว่าเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุด เพื่อเป็นเวทีที่ทำให้ประชาชนทั่วไป และเยาวชนได้แสดงความสามารถ ตลอดจนเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยเป็นการแข่งขันประลองฝีมือของผู้เล่น เพื่อค้นหาตำแหน่งแชมป์ โดยในการแข่งขันครั้งนี้คัดผู้เข้าแข่งขัน จาก 232 คน ในรอบแรก จนถึง 60 คนในรอบรองชนะเลิศ และมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้ชนะ ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ

นางสาวภัทธีรา กล่าวด้วยว่า ในการแข่งขันครั้งนี้ยังมีการแข่งขันแบบมินิเกม เพื่อเปิดโอกาสให้ ผู้เล่นสุภาพสตรี เยาวชนอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้เล่นหน้าใหม่ ได้มีโอกาสสัมผัสการเล่นปังย่าได้เช่นเดียวกัน ในงานครั้งนี้มีผู้สนใจร่วมงานกว่า 3,000 คน นอกจากนี้ยังได้ถือโอกาสนี้จัดงานเปิดตัว Pangya Season 4 LA Night ขึ้น โดยภายในงาน ประกอบไปด้วย การเปิดตัว ตัวละครใหม่ล่าสุดของซีซั่น 4 นั่นคือ Lucia (ลูเซีย) สาวน้อยนักร้องสุดเซ็กซี่ พร้อมฉากในเกมใหม่สุดอลังการ “The Lost Seaway” ตลอดจนยังมีงานประมูลไอเทมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา “Luxury Auction Party” ที่ได้รับความสนใจมากจากแฟนๆ เกม

โดย : ข่าวไอที

เผยแผนแม่บทฯไอซีที 2 เสร็จแล้ว รอเข้าประชุม กสทช.-ครม.

Wednesday, October 29th, 2008

นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวถึงความคืบหน้าของการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย (ฉบับที่2) พ.ศ.2552-2556 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอเข้าที่ประชุม คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ หรือ กสทช. และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. จากเดิมที่มีกำหนดเข้าที่ประชุม กสทช ช่วงปลายเดือน ส.ค. 51 ที่ผ่านมา แต่เมื่อวันที่ 9 ก.ย.51 ได้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี จึงต้องเลื่อนการประชุมคณะกรรมการ กสทช ออกไป เนื่องจากประธานการประชุม กสทช เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

“เนเทคส่งร่างแผนแม่บทฯมาให้ตั้งแต่เมื่อปลายเดือน ส.ค.51 ที่ผ่านมา แต่กำลังขอเวลาจากรองนายกฯ เพื่อนำร่างดังกล่าวเข้าที่ประชุม กสทช. ก่อนหน้านี้ ตอนที่ทำร่างได้นำเข้าที่ประชุม กสทช แล้ว 1 ครั้ง เมื่อเดือน มิ.ย.-ก.ค. ที่ผ่านมา จึงคาดว่าการเข้าที่ประชุมครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีก” ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าว

นายสือ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยวางกรอบและจัดทำแผนต่างๆ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสามารถรองรับการพัฒนาไอซีที ได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้จัดทำกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศระยะที่ 2 พ.ศ.2544-2553 ของประเทศไทย หรือ IT 2010 เพื่อกำหนดให้ประเทศไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจฐานความรู้ และกระทรวงฯ ได้จัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2552-2556 เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศไปสู่ความเป็น Smart Thailand โดยเน้นการพัฒนาใน 3 ด้าน คือ การพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพและเพียงพอ การพัฒนาโครงข่ายไอซีทีความเร็วสูง และการพัฒนาระบบการบริหารจัดการไอซีที ที่มีธรรมาภิบาล

ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวด้วยว่า กระทรวงฯ ได้เห็นความสำคัญในการแปลงแผนแม่บทดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม จึงจัดการสัมมนาบุคลากรภาครัฐด้าน ไอซีที เป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการส่งเสริมการดำเนินงานของคณะกรรมการ กทสช. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเข้าใจและนำแนวทางจากทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ภายใต้แผนแม่บทฯ ฉบับที่ 2 ไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งนำแนวคิดและมุมมองใหม่ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย : ข่าวไอที

อาร์เอส เปิดมิติใหม่ตลาดเพลง สร้าง “ไมโครไซต์” ให้ศิลปิน

Wednesday, October 29th, 2008

นายวรพจน์ นิ่มวิจิตร ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานอาร์เอสดิจิตอล บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้การทำตลาดของธุรกิจเพลง จำเป็นต้องปรับตัว เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี อาร์เอสฯ จึงวางรูปแบบการตลาดเพลงรูปแบบใหม่ โดยเน้นให้เกิดการติดต่อสื่อสารระหว่างศิลปินและแฟนเพลงมากขึ้น จึงเกิดแนวคิดการนำเอาไมโครไซต์มาใช้ทำการตลาดธุรกิจเพลง เพื่อทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ที่ดีและเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและแฟนเพลงได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแฟนเพลงให้การตอบรับเป็นจำนวนมาก

ผอ.อาวุโสสายงานอาร์เอสดิจิตอล บ.อาร์เอสฯ กล่าวต่อว่า อาร์เอสฯ ต้องการปฏิรูปการทำการตลาดเพลงในรูปแบบใหม่ให้เกิดขึ้นกับวงการเพลงเมืองไทย เพื่อให้แฟนเพลงที่ชื่นชอบศิลปินเดียวกันได้มารวมตัว เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่มีต่อศิลปินนั้นๆ ทำให้แฟนเพลงรู้สึกประทับใจที่ได้พูดคุยและใกล้ชิดกับศิลปินที่ชื่นชอบผ่านทางไมโครไซต์ โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและผลงานของศิลปินต่างๆ ได้ทาง www.youdumv.com และหลังจากที่อาร์เอสทำไมโครไซต์ดังกล่าวออกมาได้ 4 เดือน ปรากฎว่ามีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นถึง 30-40% ต่อเดือน ถือว่าเป็นผลตอบรับที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

นายวรพจน์ กล่าวด้วยว่า อาร์เอสฯเชื่อว่าการทำตลาดเพลงรูปแบบใหม่นี้ ถือเป็นมิติใหม่ของตลาดเพลงในเมืองไทยที่น่าจับตามอง เพราะจะทำให้แฟนเพลงเกิดการจดจำแบรนด์ศิลปินและเว็บไซต์ หากต้องการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของศิลปิน ก็จะนึกถึงเว็บไซต์ยูดูเอ็มวีดอทคอมเป็นอันดับแรก และยังถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ต่อศิลปินและเว็บไซต์ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นมากถึงหนึ่งเท่าตัว จากปัจจุบันที่มียอดผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 20,000 คนต่อวัน และมียอดการ Embedded Code มิวสิควีดีโอไปใส่ในบล็อกไม่ต่ำกว่า 300,000 ครั้งต่อวัน โดยอาร์เอสฯมีแผนจัดทำไมโครไซต์ของศิลปินอื่นๆ อาทิ บีม ปาน

โดย : ข่าวไอที

Macbook รุ่นใหม่ถึงไทยแล้ว

Wednesday, October 29th, 2008

แอปเปิลไทยเปิดตัว “Macbook” และ “Macbook Pro” รุ่นใหม่ อย่างเป็นทางการหลังจากสตีฟ จ็อบส์ ได้เปิดตัวเครื่องรุ่นดังกล่าวเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา โดยสินค้าล็อตแรกที่เข้ามาถูกสั่งจองหมดแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาอีกครั้งในช่วงสัปดาห์หน้า
      
       โดยตัวเครื่องทำจากวัสดุอะลูมิเนียมชิ้นเดียวเจียระไนออกมาเป็นรูปทรงที่สวยงาม พร้อมกับความบางเบาขึ้นจากรุ่นเดิม นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วคุณสมบัติภายในยังใช้ซีพียูจาก Intel Core 2 Duo และกราฟิกการ์ดจาก NVIDIA 9400M อีกด้วย ส่วนใน Macbook Pro รุ่นใหม่จะพิเศษตรงที่มีกราฟิกการ์ดถึง 2 ตัวคือ 9400M กับ 9600M ทำให้สามารถเลือกใช้งานเพื่อเข้าโหมดประหยัดพลังงาน หรือ โหมดเต็มประสิทธิภาพได้
      
       สำหรับแทร็กแพดรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกันนี้ จะไม่มีปุ่มสำหรับกดเมาส์ซ้าย-ขวา แต่สามารถใช้งานโดยการกดลงไปได้เลย นอกจากนี้ยังรองรับระบบมัลติทัช เพื่อใช้ในการหมุนรูปภาพ เลื่อนภาพซ้าย-ขวา ถือว่าเป็นลูกเล่นใหม่ที่น่าสนใจ ผู้ที่สนใจสามารถไปทดลองใช้ได้ที่ iStudio ทุกสาขา ส่วนราคาเริ่มต้นที่ 38,000 บาท - 103,000 บาท

โดย : ข่าวไอที

ไอบีเอ็มเตรียมโชว์ ทัมป์ไดร์ฟกันขโมยข้อมูลการเงิน

Wednesday, October 29th, 2008

ไอบีเอ็ม (IBM) เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางการเงินรุ่นต้นแบบที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ตยูเอสบี ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ทำธุรกรรมออนไลน์ไม่ให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญหรือการล่อลวงอื่นๆที่จะนำไปสู่ความเสียหายทุกระดับ
       
       สำนักข่าวซีเน็ตบอกว่าไอบีเอ็มเตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ต้นแบบนี้ในวันพุธที่ 29 ตุลาคมตามเวลาในสหรัฐฯ โดยอุปกรณ์นี้จะมาในรูปทรงคล้ายเมมโมรี่สติกฝังหน้าจอขนาดเล็ก ทำหน้าที่สร้างชาแนลหรือช่องทางปลอดภัยที่ส่งตรงถึงเซิร์ฟเวอร์สำหรับให้บริการธุรกรรมออนไลน์ของธนาคาร โดยการเชื่อมต่อจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆกับไวรัสหรือมัลแวร์ที่ฝังอยู่ในเครื่องพีซี เช่นจะไม่มีการส่งข้อมูลการเงินใดๆตามที่มัลแวร์สั่งการ
       
       ผู้ใช้สามารถล็อกออนเข้าใช้งานและเก็บหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านหน้าจอของอุปกรณ์และชิปเก็บข้อมูล (สมาร์ทการ์ด) ที่ฝังภายในอุปกรณ์ได้ นอกจากนี้ยังมีการรักษาความปลอดภัยอีกหลายระดับเพื่อเป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมต่อไป
       
       อุปกรณ์นี้มีชื่อเรียกว่า Zone Trusted Information Channel เป็นผลงานการพัฒนาของศูนย์วิจัยไอบีเอ็มในสวิสเซอร์แลนด์ Zurich Research Lab รายงานบอกว่าอุปกรณ์ต้นแบบถูกนำไปเริ่มต้นการทดสอบของธนาคารแล้ว จุดเด่นคือธนาคารไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์บนเซิร์ฟเวอร์ให้บริการหรือบนเครื่องไคลเอนด์ใดๆ
       
       เชื่อว่าหากอุปกรณ์ดังกล่าวพัฒนาได้สำเร็จ นอกจากตลาดธนาคารออนไลน์จะขยายตัวอย่างมาก นักขโมยข้อมูลก็จะเร่งพัฒนาฝีมือและกลยุทธ์ของตัวเองตามไปเช่นกัน

โดย : ข่าวไอที

ฟอร์ติเน็ต ส่ง FortiDB-1000 ขยายฐานแอปพลิเคชันความปลอดภัย

Tuesday, October 28th, 2008

ฟอร์ติเน็ตเปิดตัว FortiDB-1000B อุปกรณ์ตรวจสอบช่องโหว่ในระบบฐานข้อมูล ขยายฐานลูกค้าในตลาดแอปพลิเคชันความปลอดภัยในกลุ่มองค์กร
       
       นายแอนโทนี่ เจมส์ รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท ฟอร์ติเน็ต ผู้ให้บริการด้านระบบจัดการภัยคุกคามแบบรวม หรือยูทีเอ็ม กล่าวว่า ขณะนี้ฐานข้อมูลทั้งหลายมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเป้าหมายหลักของเหล่าอาชญากรไซเบอร์ เนื่องจากมีความอ่อนไหวและเป็นแหล่งจัดเก็บข้อมูลที่มีค่า จึงต้องมองหาเครื่องมือที่จะมาตรวจจับและปกป้องการจารกรรมข้อมูลมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะกับอุตสาหกรรมแนวดิ่ง เช่น ค้าปลีก ที่ต้องใช้ระบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานของระบบชำระเงิน หรือที่เรียกว่าเพย์เมนต์ อินดัสตรี ดาต้า ซีเคียวริตี้ สแตนดาร์ด (พีซีไอ-ดีเอสเอส) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้า
       
       จากความต้องการดังกล่าวฟอร์ติเน็ตจึงได้นำ FortiDB-1000B ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตรวจสอบช่องโหว่ในระบบฐานข้อมูลออกสู่ตลาด ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นโซลูชันรักษาความปลอดภัยให้แก่ฐานข้อมูล
       
       จุดเด่นของ FortiDB-1000B ที่แตกต่างจากคู่แข่งคือ 1.ประเมินระดับความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ ลดภาระงานของผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล หรือดาต้าเบส จากเดิมที่ต้องค้นหาช่องโหว่ของระบบด้วยตัวเอง ทั้งยังลดโอกาสถูกจารกรรมฐานข้อมูล ในช่วงที่ผู้ดูแลระบบลาพักหรือออกจากงาน 2.นโยบายการทำงานที่ละเอียด หลากหลาย และครอบคลุม รวมทั้งฟังก์ชันอัปเดตนโยบาย ณ ปัจจุบัน เพื่อให้ทันกับภัยคุกคามใหม่ๆ ที่จะเข้ามาบุกรุกฐานข้อมูล รวมทั้งความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมและกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป
       
       3.สามารถขยายเพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น สามารถตรวจสอบข้อมูลปริมาณมาก และรองรับฐานข้อมูลพร้อมกันสูงถึง 30 หน่วยต่ออุปกรณ์ 1 หน่วย 4.ใช้ระบบซิปาเรชัน ออฟ ดิวตี้ เพื่อแยกการบริหารจัดการออกไปตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย เช่น ผู้ดูแลระบบ ผู้ดูแลความปลอดภัย และผู้กำกับนโยบาย เป็นต้น
       
       สำหรับ FortiDB-1000B สามารถใช้งานได้กับแฟลตฟอร์มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นออราเคิล, ดีบี2, ไซเบส และเอสคิวแอล เซิร์ฟเวอร์
       
       “การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของเราครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุกลยุทธ์สร้างการเติบโตในระยะยาว ขยายขอบข่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทในกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์ เน็ตเวิร์กและแอปพลิเคชันด้านความปลอดภัย”
       
       FortiDB-1000B สามารถใช้งานมีกลุ่มเป้าหมายคือองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้ฐานข้อมูลนับพันๆ หน่วยที่กระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ และมีรูปแบบการจัดวางเครือข่ายที่หลากหลาย

โดย : ข่าวไอที

อัสซุสจ่อคิวส่งโน้ตบุ๊คสองจอ

Tuesday, October 28th, 2008

มีทั้งจอข้างนอก เอาไว้เช็คอีเมล์ด่วน ฟังเพลงเอ็มพี 3 โดยไม่ต้องเปิดฝา ส่วนจอสัมผัสตัวในพร้อมเปลี่ยนรูปแบบสารพัด

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :  อัสซุสเทคโชว์โน้ตบุ๊คเชิงคอนเซ็ปต์มีจอภาพสองด้าน ทั้งด้านในและด้านนอกเอาไว้เช็คอีเมล พร้อมปุ่มฟังเพลงเอ็มพี3 พิเศษฟังเพลงได้เลยไม่ต้องเปิดฝา แนวคิดทำจอด้านนอกเลียนแบบมาจากโทรศัพท์มือถือรุ่นปัจจุบันที่มีจอสองด้าน ส่วนแนวคิดเรื่องเช็คอีเมล และเปิดฟังเพลงทันใจถือเป็นการออกแบบโน้ตบุ๊คแนวใหม่อย่างแท้จริง

จะว่าไปแล้ว โน้ตบุ๊คอัสซุสของอัสซุสเทคเป็นผู้บุกเบิกโน้ตบุ๊ตรุ่นเล็กตัวเบารายแรกๆ เพื่อให้ผู้ใช้ที่มักเดินทางอยู่ตลอดเวลาใช้งานสะดวกขึ้น และคล่องตัว แต่ระยะหลังผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หลายเจ้าขอแจมตลาดเน็ตบุ๊คบ้าง นับตั้งแต่อัสซุสเปิดตัว อีพีซี 701 สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการคอมพิวเตอร์

การแข่งขันชิงตลาดเน็ตบุ๊คดำเนินไปอย่างคึกคัก ทั้งเอชพี เอเวอร์ เดลล์ และเลอโนโวตบเท้าเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดกันจ้าละหวั่น ตบตีกันตั้งแต่ขนาดจอที่เพิ่มมาเป็น 8.9 นิ้ว จนถึงรุ่นจอ 10 นิ้วอย่าง เอ็มเอสไอ วิน และเลอโนโว

อาจเป็นเพราะเหตุนี้ทำให้อัสซุสมองหาวิธีปรับแต่งโน้ตบุ๊คให้ใช้งานล้ำหน้าไปกว่าคู่แข่ง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่อัสซุสเจ้าเดียวเสียแล้วที่อยากทำคอมพิวเตอร์สองจอ รายงานข่าวจากเว็บไซต์กิสโมโด แย้มว่า เอเซอร์ และไมเทค เทคโนโลยีเล็งออกโน้ตบุ๊คสองจอเหมือนกัน

สำหรับอัสซุสสองจอได้โชว์ตัวครั้งแรกในงานอินเทล ดีเวลอเปอร์ คอนเฟอร์เรนซ์ที่ซานฟรานซิสโกที่เพิ่งปิดม่านไปไม่นาน จอด้านนอกมีฟังก์ชั่นพิเศษที่เรียกใช้งานบ่อยซ่อนอยู่ แต่ดูเหมือนว่าต้องปรับปรุงอีกเล็กน้อยในอนาคต และคงยังไม่วางตลาดในเร็ววันนี้แน่

ด้าน ริก มอริส จากดิจิทัลไทบอกว่า หน้าจอพร้อมเปลี่ยนรูปแบบโดยอัตโนมัติโดยอ่านจากคำสั่งท่าทางของผู้ใช้ ผู้ใช้สามารถสื่อสารกับจอได้โดยสัมผัส และลูบไล้ทำไม้ทำมือบนจอเทคนิคเดียวกับไอโฟนเลย หน้าจอจะเปลี่ยนรูปแบบของกิจกรรมตามที่ผู้ใช้เลือก ยกตัวอย่าง หน้าจออาจแสดงหน้าตาเป็นแป้นคีย์บอร์ด และเแทรคแพด สำหรับเขียนร่าง หรือแก้ไขเอกสาร และมีความเป็นไปได้ว่า วินโดวส์ 7 ตัวใหม่ของไมโครซอฟท์ถูกพัฒนาให้รองรับคำสั่งท่าทาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออัสซุสยิ่งขึ้น และคอมพิวเตอร์สองจออาจวางจำหน่ายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

โดย : ข่าวไอที

เอชพีส่ง Personalized Printing จับนักศึกษา

Tuesday, October 28th, 2008

นายสมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ บริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงอัตราการเติบโตของการพิมพ์ในระบบดิจิตอล ว่า แนวโน้มตลาดการพิมพ์ระบบดิจิตอลมีโอกาสเติบโตสูงมาก รวมทั้งสัดส่วนของการพิมพ์ดิจิตอลทั้งหมดของการพิมพ์ภายในบ้านหรือสำนักงานจะมีมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นการเติบโตตามความต้องการใช้งานทางธุรกิจและการ ใช้งานของผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป โดยเอชพีคาดการณ์ว่า ภายในปี 2553 การ เติบโตของการพิมพ์ดิจิตอลจะเพิ่มเป็น 53 ล้านล้านแผ่น หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของการพิมพ์ทั้งหมด

ถึงแม้ว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมการพิมพ์แบบอะนาล็อกหรือแบบออฟเซ็ตจะยังคงเป็นตลาดใหญ่ แต่รูปแบบการพิมพ์แบบดิจิตอลในอุตสาหกรรมการพิมพ์ใหญ่ๆ ก็จะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น เอชพีจึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มจำนวนการพิมพ์แบบดิจิตอล ซึ่งจะทำให้ต้นทุน การพิมพ์แบบดิจิตอลถูกลงและยังมีความได้เปรียบในแง่ของการพิมพ์ในปริมาณน้อยตามความต้องการได้

ทั้งนี้เอชพีได้ร่วมกับเครือข่ายสถาบันสอนการพิมพ์และมัลติมีเดียซึ่งเป็นการรวมตัวของ 6 สถาบัน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอม เกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคนิค กรุงเทพ มหาวิทยาลัยสยาม ที่มีสาขาหรือเนื้อหาวิชาการสอนเกี่ยวกับทางด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ นำเสนอโครงการ “Personalized Printing” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การพิมพ์ทั้งทางภาคทฤษฎีและปฏิบัติสำหรับประชาชนทั่วไป ให้สามารถนำโซลูชั่นด้านการพิมพ์ ไปประยุกต์ในการใช้งาน ประกอบวิชาชีพ และเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเองได้ในอนาคต ทั้งยังสนับสนุนให้ตลาดแรงงานด้านการพิมพ์มีการเติบโตอีกด้วย

ด้าน รศ.ดร.อรัญ หาญสืบสาย ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายและเทคโนโลยีทางการพิมพ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า Personalized Printing ถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรของสาขาวิชาด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่เรียนทางด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ได้เข้ามาเป็นผู้ นำกิจกรรมในแต่ละโซลูชั่น ได้ให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานจริง ประหนึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นลูกค้า เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้ใช้ประสบการณ์ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการประกอบวิชาชีพในอนาคต โดยได้นำเสนอโซลูชั่นที่น่า สนใจ อาทิ การทำ Photo book การผลิต In house marketing การทำ Digital magazine และการผลิตสื่อโฆษณาด้วยกราฟิกอาร์ต อีก ทั้งผู้เข้าร่วมงานก็ได้เข้าร่วมการผลิตงานพิมพ์ในลักษณะ Personalized Printing ด้วยตนเองได้

โดย : ข่าวไอที

โซนี่ เมินทำตลาดโน้ตบุ๊กสายพันธุ์ใหม่

Tuesday, October 28th, 2008

โซนี่เมินลุยตลาดเน็ตบุ๊ก หรือโน้ตบุ๊กสายพันธุ์ใหม่ ขอ เวลาศึกษาและจับตาดูผลตอบรับ ของตลาดก่อนว่ามีมากน้อยแค่ไหน ก่อนตัดสินใจ ด้านเลอโนโวเริ่มปูพรม ลุยเต็มสูบประเดิมวางเน็ตบุ๊กในงานคอมเวิลด์ หวังยอดขายเดือนละ 5,000 เครื่อง “อัสซุส” มั่นใจปีหน้าขายได้เดือนละ 8,000 เครื่อง

นางสาวนพวรรณ โชติภาวัต รอง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท โซนี่ไทย จำกัด กล่าวถึงการทำตลาดโน้ตบุ๊กแบบพกพาขนาดเล็กหรือเน็ตบุ๊กที่ใช้ชิปใหม่ของอินเทลที่ชื่อ “อะตอม” ว่าอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดของสินค้าว่าจะออกมาในลักษณะใดเนื่องจากโน้ตบุ๊ก กลุ่มนี้เหมาะสำหรับใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและขาดฟังก์ชั่นการใช้งานด้านความบันเทิงอื่นๆ เช่น ดูหนัง เนื่องจากไม่มีเครื่องอ่านข้อมูลหรือไดรฟ์

ส่วนผลกระทบจากสิ้นกลุ่มนี้ว่าคงไม่เกิดขึ้นเนื่องจากโน้ตบุ๊กกลุ่มนี้เจาะกลุ่ม คนที่ต้องการซื้อโน้ตบุ๊กตัวที่ 2 เจาะคนที่ต้องการอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่พกพาสะดวก และง่ายต่อการใช้งาน ขณะ ที่โน้ตบุ๊กที่โซนี่ขายนั้นเหมาะสำหรับคน ที่ใช้งานอุปกรณ์ได้แบบครบถ้วนภายในเครื่องเดียว

เน็ตบุ๊กเป็นโน้ตบุ๊กสายพันธุ์ใหม่ที่เหมาะสำหรับพกพาเพื่อใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ตอนนี้มีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ 2 รายที่นำสินค้ากลุ่มนี้เข้ามาขายได้แก่ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ และบริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงผู้ค้าคอมพิวเตอร์ของไทยอย่าง บริษัท สุพรีม ดิสทริบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)

ด้านนายภิญโญ สงวนเศรษฐกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เลอโนโวนำเน็ตบุ๊กมาขายครั้งแรกในงาน “คอมเวิล์ด 2008” เป็นเน็ตบุ๊ก ขนาดจอกว้าง 10 นิ้ว ขายราคา 16,800บาท ทำให้เลอโนโวเป็นบริษัทที่ 5 ในการทำตลาสินค้ากลุ่มนี้ เลอโนโวตั้งเป้าขายเน็ตบุ๊กเดือนละ 5,000 เครื่อง และคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะขายเน็ตบุ๊กได้ 10,000 เครื่อง

ทั้งนี้ เลอโนโวต้องการเปิดตลาดใหม่เป็นการขยายฐานลูกค้าให้มีเพิ่มมากขึ้น การที่เลอโนโวเลือกทำตลาดช่วงนี้เพราะเน็ตบุ๊กพัฒนาสเปกน่าดึงดูดใจมาก กว่าช่วงแรกมาก ทำให้เลอโนโวคาดว่าสินค้ากลุ่มนี้จะทำให้เลอโนโวมีส่วนแบ่งการตลาดโน้ตบุ๊กเพิ่มขึ้นอีก 20%

อัสซุส ขาย 8,000 เครื่องปีหน้า

นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์และแนวโน้มของตลาดเน็ตบุ๊กหรือ Eee PCว่า อัสซุสเป็นผู้นำที่นำเข้าเน็ตบุ๊กซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็กมีน้ำหนักไม่เกิน 1,000 กรัม เป็นรายแรกของตลาดไอทีในประเทศ ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันนี้แนวโน้มของ ตลาดนั้นได้มีการเริ่มนำเข้าเน็ตบุ๊กของผู้จำหน่ายอีกหลายราย ทำให้สถานการณ์ในตอนนี้มีการแข่งขันที่สูงขึ้น

โดยที่ส่วนใหญ่ผู้จำหน่ายจะใช้จุดเด่นในเรื่องราคามาแข่งขันกัน ซึ่งเน็ตบุ๊ก มีราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับคอมพิว เตอร์โน้ตบุ๊ก และยังสามารกพกพาได้สะดวกกว่า โดยอัสซุสเราจะเน้นในเรื่องของคุณภาพ ดีไซน์ การสร้างนวัตกรรมรูปแบบใหม่ในสินค้าของเราเพื่อที่จะเจาะกลุ่มตลาดของลูกค้า ซึ่งจะอยู่ในวัยของนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงาน ซึ่งมีแนวโน้มของตลาดที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ โดยในปัจจุบันนี้อัตราการเติบโตของเน็ตบุ๊กอยู่ที่ประมาณ 20% ของโน้ตบุ๊ก แต่คาดว่าจะการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก ซึ่ง สาเหตุนั้นอาจเป็นเพราะเรื่องราคา ความ สะดวกในการพกพา

ทั้งนี้ ในขณะนี้อัสซุสได้ร่วมมือกับ เอไอเอส เปิดตัวเน็ตบุ๊กที่สามารถใส่ซิม แอร์การ์ดได้ เพื่อเป็นการต่อยอดทางธุรกิจร่วมกับเอไอเอส โดยเน้นที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าในธุรกิจ SMEs ซึ่งเป็นผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจรายย่อย ซึ่งจะมีการจัดโปรโมชั่นร่วมกับเอไอเอสในการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนเน็ตบุ๊ก โดยคาดว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าในตรงนี้ เนื่องจากสามารที่จะตอบโจทย์ของผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้ ด้วยราคาที่สามารถ รับได้ ซึ่งหากมองในอดีตนั้นเคยมีการเปิดตัวโน๊ตบุ๊กที่สามารถใส่ซิมการ์ดได้ แต่ มีราคาที่แพงมากโดยราคาอยู่ที่ 80,000 ซึ่งเน็ตบุ๊กรุ่นที่สามารถใส่ซิมการ์ดได้มี ราคาที่ถูกกว่ามาก โดยอยู่ที่ประมาณ 17,000 บาท ซึ่งทำให้ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กนี้สามารถเป็นเจ้าของได้

อย่างไรก็ตาม ทางด้านยอดขายเน็ต บุ๊กนั้น ในปัจจุบันนี้อัสซุสมียอดขายของเครื่อง Eee PC อยู่ที่ประมาณ 3,000- 5,000 เครื่องต่อเดือนซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 50-80 ล้านบาท และคาดว่าใน ปีหน้านี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 เครื่อง โดยอัสซุสได้เน้นในเรื่องของนวัตกรรมที่จะก้าวข้ามขั้นขึ้นไปกว่าเน็ตบุ๊กตัวที่มีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าตัวของนวัตกรรม การออกแบบดีไซน์ และคุณภาพของตัวสินค้านี้จะสามารถเป็นตัวที่เพิ่มยอดขายของอัสซุสให้ถึงยอดที่ตั้งเป้าไว้ได้

โดย : ข่าวไอที

จับตา “ทีวีดาวเทียม-เน็ต-มือถือ” ขึ้นแท่น “สื่อ” ทางเลือกใหม่

Tuesday, October 28th, 2008

นับวันพัฒนาการของ “สื่อ” ยิ่งมีการเคลื่อนตัวเร็วขึ้นทุกขณะ โดยมีเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาเป็นตัวขับเคลื่อน จากที่เคยพูดถึง “จอทีวี” ขยับมาสู่ “จอคอมพิวเตอร์” ล่าสุดเริ่มขยับเข้ามาสู่ “จอมือถือ”

เรียกว่า สื่อยุคนี้ขยับเข้าใกล้ตัวเราขึ้นเรื่อยๆ

แต่สุดท้ายแล้ว “สื่อดั้งเดิม” อย่าง “ทีวี” และ “คอมพิวเตอร์” ก็ยังคงมีความสำคัญอยู่เช่นเดิม เพียงแต่ต้องอาศัยสื่อใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน และดักจับผู้บริโภคให้อยู่หมัด

“วรรณี รัตนพล” กรรมการผู้จัดการ “อินนิทิเอทีฟว์” บริษัทวางแผนและซื้อสื่อโฆษณารายใหญ่ บอกว่า แม้ว่าปัจจุบันการใช้งบฯโฆษณาผ่านสื่อทีวีจะยังมีสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดถึง 53% (มกราคม-สิงหาคม 2551) ตามด้ายหนังสือพิมพ์ 23% และวิทยุ 7% แต่จากตัวเลขของนีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) พบว่า แนวโน้มสื่อใหม่ๆ จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดของสื่อหลักไป โดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์ เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามีส่วนกำหนดบทบาทของสื่อและทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับสื่ออย่างรวดเร็วไปด้วย (ดูกราฟประกอบ)

โดยเฉพาะ 3 สื่อหลักๆ ที่คาดว่าจะมาแรงและเข้ามามีส่วนแบ่งในธุรกิจโฆษณาอย่างชัดเจน คือ ทีวีดาวเทียม อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ โดยพบว่าขณะนี้ผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่จำนวนมากต่างหันมารุกเข้าสู่ธุรกิจทีวีดาวเทียมอย่างจริงจังแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่ายแกรมมี่, ทีวีพูล, สหมงคลฟิล์ม, มีเดีย ออฟ มีเดียส์, กันตนา, เวิร์คพอยท์, เอเชีย เทเลเวิชั่น ฯลฯ

แกรมมี่เปิดตัวไปแล้ว 1 สถานี และคาดว่าจะเปิดอีก 5 สถานีในปีหน้า หรืออาจถึง 10 สถานีในปีถัดไป มีเดีย ออฟ มีเดียส์ และเอเชีย เทเลวิชั่น เปิดแล้วคนละ1 สถานี และยังมีแผนเพิ่มอีกในปีหน้า ขณะที่ค่ายกันตนา เวิร์คพอยท์ ก็มีแผน เปิดตัวในปีหน้าเช่นกัน ทำให้เชื่อว่าจะทำให้นักการตลาดและเจ้าของสินค้า ตื่นตัวกันอย่างมากในปีหน้า

ส่วนอินเทอร์เน็ตนั้น ว่ากันว่าปีนี้น่า จะมีมูลค่างบฯโฆษณาประมาณ 1,000 ล้านบาท และเริ่มเห็นการใช้งบฯโฆษณาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 15.4 ล้านคน หรือประมาณ 23% ของประชากรทั้งหมด และมีการขยายตัวในปี 2549 ประมาณ 15% และ 15% ในปี 2550
และหากบรอดแบนด์เข้าถึงได้มากกว่านี้ยิ่งจะทำให้คนใช้อินเทอร์เน็ตและมูลค่าโฆษณาทางสื่ออินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่เป็นแน่นอน

ที่สำคัญ ยังพบว่าสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่คนใส่ใจอยู่กับสื่อถึง 75% สูงสุดในบรรดาสื่อทั้งหมด ขณะที่สื่อทีวีเป็นสื่อที่คนใส่ใจอยู่ที่ 67% และเชื่อว่าหากเทคโนโลยี 3.0 มาจะยิ่งทำให้การ ดาวน์โหลดเกิดความรวดเร็วและได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่มีอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็ว บวกกับเทคโนโลยีของมือถือที่ศักยภาพเพิ่มขึ้น ทำให้มือถือกลายเป็นสื่อที่มีบทบาทอีกสื่อหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่รับสายหรือโทร.ออกเท่านั้น

ทั้งนี้ จากการวิจัยในกลุ่มผู้บริโภคอายุ 15-24 ปี ของ “ซินโนเวต” เมื่อปีที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเป้าหมาย 25% บอกว่าชีวิตนี้อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมือถือ และ 21% อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ต และ 19% ที่บอกว่า อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีทีวี

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็เข้ามีบทบาทต่อสื่อโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยนอกจากจะใช้งานสำหรับโทร.ออกและรับสายแล้ว ยังนิยมใช้เพื่อส่ง SMS, MMS, ใช้อินเทอร์เน็ต, ฟังเพลง, ถ่ายรูป, รับ-ส่งอีเมล์, รับข่าว, ทำธุรกิจกรรมทางด้านการเงิน ฯลฯ และยังเชื่อมั่นว่าหากเทคโนโลยี 3 G มาจะยิ่งทำให้โทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของคนไทยมาก ยิ่งขึ้นไปอีก

และเชื่อว่าในปี 2010 ที่จะถึงนี้ คอนเทนต์ทั้งหมดจะออกมาในรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด และ 66% ของ “สื่อ” จะขยับสู่โลกดิจิทัล จากนั้นในปี 2020 หรืออีก 12 ปีข้างหน้า “สื่อ” ที่มีอยู่จะขยับสู่ดิจิทัลสูงถึง 80%

นั่นหมายความว่า “โฆษณา” ก็เป็น “คอนเทนต์” รูปแบบหนึ่งที่ต้องถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

โดย : ข่าวไอที